Fic KiHae : Oblivion  รักเลือนของคุณชายวายร้าย 

ตอนที่ 12

 

ที่นี่มีแต่ Boy's Love นะคะ  ถ้าไม่ใช่แนว  กดปิดเลยค่ะ ^^

 

Writer : ease supsnerv

  

 

 

 

 

 

 

 

 

ความฝันเลือนลางยามเช้า  คอยย้ำเตือน  ว่ามีบางอย่างในหัวใจที่ยังคงหล่นหายไปไม่พานพบ   

 

พลันลืมตา  ผมกลับเห็นแต่ใบหน้าของคุณ 

 

 

 

 

 

 

ดงเฮส่ายหน้าเบาตอบคำถามคิบอมว่าไม่ต้องการแวะร้านรายข้างทาง  ความตื่นเต้นแสนสั้นที่เพิ่งจากมากำลังจบลง  พร้อมกับใจหายลึกๆ  ดงเฮแทบลืมความรู้สึกเหมือนเด็กๆถูกตามใจแบบนี้ไปเสียแล้ว  ทั้งที่แค่เปลี่ยนบรรยากาศ  ไปในสถานที่ใหม่น่าใคร่รู้  และชายทะเลยามค่ำปลายฟ้าริมสายตา

 

และเพียงแค่นี้  ก็ทำให้เขาและคุณหมอหน้าเข้มขยับเข้าใกล้กันขึ้นมาอีกนิดโดยไม่รู้ตัว

 

“บ้านคุณอยู่ใกล้ทะเล...”

 

คำถามเหมือนประโยคบอกเล่าทำคิบอมนั่งเฉย  สนใจแต่ถนนข้างหน้าจนร่างเล็กหันมองหางตา

 

“เรียกใคร?  ถามใคร?”

 

ดงเฮนั่งนิ่ง  หันหน้ามามองเต็มตา  และทอดสายตาเรียบเฉยมอง

 

ตรงหน้าเห็นไฟท้ายสีแดงเรียงราย  การเดินทางกำลังมุ่งเข้าสู่ตัวเมือง  สัญญาณสีแดงบอกให้รถหยุดเป็นสัญลักษณ์กลายๆว่าถนนใหญ่สู่เมืองหลวงทอดตัวอยู่เบื้องหน้า  คิบอมชะลอรถ  ก่อนหันมาสบตาสีเข้ม

 

“ถ้าจะถามพี่  ก็เรียกพี่  ไม่ใช่ไปถามไอ้คุณที่ไหน”

 

“ทำไมชอบให้เรียกพี่”

 

ดวงตาคมเข้มมองดงเฮล้ำลึกเสียจนพลอยให้ใจสั่นไหว  มือหนาเลื่อนมาจับมือดงเฮเอาไว้แน่น  ก่อนจะเปลี่ยนท่าที  ออกเสียงบังคับกลายๆ

 

“อย่างที่คุณกานึนว่า  พี่มันพวกจมอยู่กับอดีต  เอ้า!  เรียกสิ  พี่คิบอมน่ะ  เรียกสิ!”

 

ร่างผอมบางเบือนหนีไปอีกทางพร้อมทำหน้าหน่าย  ข้อมือเล็กตั้งท่าบิดให้พ้นการเกาะกุม  คิบอมรู้ทันรีบตะครุบแน่นแล้วโถมตัวเข้าใส่  แขนอีกข้างโอบรอบเอวผอมบางกระชับตัวเข้าหา

 

“จะไม่เรียกใช่ไหม  เด็กดื้อ  จะโดนลงโทษนะ!”

 

“ปล่อย!”

 

“เรียกก่อน”

 

คุณหมอทำตัวเป็นเด็กงอแง  เลยทำให้เด็กตัวจริงทำเสียงรำคาญในลำคอ  จะสู้อะไรก็ไม่ค่อยจะได้  ในใจก็คิดว่า  หากไม่ยอมจริง  ตาคุณหมอคนนี้ก็คงกล้าทำอะไรไม่ดีๆกับเขาแน่ๆ

 

โรคจิต!

 

คิดแบบนั้นแล้วก็หาผลประโยชน์ใส่ตัวนิดหน่อย

 

 

“ตอบผมก่อน  ว่าทำไมคนของคุณถึงดูท่าทางรู้จักผมดี”

 

 

 

 

 

“เพราะพวกเขาจำดงเฮได้ดี  คนที่นั่นไม่มีใครลืมดงเฮคนนี้ของพี่ได้หรอก”

 

 

 

แววตาของคุณหมอดูอ่อนแรงทั้งตัดพ้อจนยากจะสบมอง  แต่หนทางให้หนีก็ไม่มีเมื่อทั้งตัวของดงเฮถูกกอดรัดเอาไว้แนบแน่นทะนุถนอม  เสียงเข้มกระซิบพร่ำบางเบาที่ข้างหู

 

“พี่ไม่อยากเร่งเร้า  ไม่อยากกดดัน  แต่มันก็ยากเหลือเกิน  เพราะฉะนั้นขอร้องละดงเฮ  แค่ให้พี่อยู่ใกล้ๆ  อย่าทำเหมือนพี่เป็นคนห่างไกล”

 

 

ร่างเล็กนิ่งงัน  ร่างกายอบอุ่นจากมือหนาที่ประคองกอด  เสียงทุ้มที่กล่อมอยู่ข้างหู  กลิ่นน้ำหอมจางๆ  กับความรู้สึกโหยหาที่ทวีเพิ่มไม่อาจตั้งตัว  ริมฝีปากเผยอจะร้องเรียกคนตัวสูงให้พึงใจแต่ก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อนจากแตรรถคันหลัง

 

ปี๊นนนนนนนน  !!

 

 

คุณหมอครางขัดใจแล้วปล่อยดงเฮเพื่อบังคับรถมุ่งหน้าต่อ  ปล่อยให้คนตัวเล็กกลั้นยิ้มเบือนหน้าออกมองนอกหน้าต่าง

 

 

 

ความเงียบในรถที่เคยเย็นเยียบ  แปรเปลี่ยนเป็นกระแสอบอุ่น  ความไว้วางใจเข้าแทนที่จนรู้สึกเบาสบาย  ไม่นาน  ดงเฮก็เผลอง่วงขึ้นมาอีก

 

ดวงตาปรือปรอย  จ้องมองนิ่งที่แสงไฟจากรถคันข้างๆที่จอดติดอยู่ด้วยกัน  พลันร่างหนาก็โถมหาแผ่วเบา  ใบหูถูกกดจูบร้อนบางเบา  ก่อนคุณหมอกระซิบเอาใจ

 

“ไม่เป็นไร  หลับเถอะ”

 

เบาะเอนหลังลงจากร่างสูงจอมจัดการ  ดงเฮหลับตาลงตามจูบประทับที่เปลือกตา  ขยับตัวหันเข้าหาร่างหนา  ปล่อยใจตนเอง  แล้วหลับลงตามเสียงเชิญชวน

 

 

 

“ไปส่งที่คอนโดนะพี่คิบอม”

 

 

แค่นี้  คุณหมอก็ยิ้มแก้มแตกไปตลอดการเดินทางแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ความฝันเลือนลางยามเช้า  คอยย้ำเตือน  ว่ามีบางอย่างในหัวใจที่ยังคงหล่นหายไปไม่พานพบ   

 

พลันลืมตา  ผมกลับเห็นแต่ใบหน้าของคุณ 

 

 

 

 

 

“ถึงคอนโดแล้ว  ดงเฮ”

 

คิบอมเรียกดงเฮเสียงเบา  ใจหนึ่งเห็นร่างเล็กหลับนิ่งสงบน่าเอ็นดูก็ไม่อยากนึกปลุก  แต่อีกใจก็สงสารว่าคนตัวเล็กจะนอนดึกเข้าไปใหญ่  เลยต้องยอมแพ้ขัดจังหวะนิทราของดงเฮ  ร่างเล็กปรือตามองขยับปริบปรอย  ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นงัวเงีย  คุณหมออมยิ้มดึงร่างเล็กเข้ามาหาแล้วกอดลูบหลังไหล่เอาใจเด็กตื่นนอน  ปล่อยให้ใบหน้าอ่อนหวานที่สลัดความง่วงงุนไม่หมดแนบไหล่กว้างอิงแอบผิดกับอาการตั้งการ์ดสู้ที่เคยเป็นมา

 

“ยังง่วงอยู่เหรอ”

 

ร่างเล็กไม่ตอบ  แต่ถอนหายใจหนักๆใส่บ่าคิบอมแทน

 

“หืมมม  ไหนดูสิ”

 

มือหนาประคองใบหน้าขาวที่ยังหลับตาแน่น  ดูออดอ้อนเอาแต่ใจยิ่งกว่าคราวไหนๆ  อดใจไม่ไหวจูบเบาที่ริมฝีปากเนิ่นนาน  และจบลงเพราะมือเล็กๆนั่นดันตัวเขาห่าง

 

ลืมตาก็เห็นดงเฮลืมตาตื่นเต็มที่  เอ่อออ...............

 

“ปล่อย”

 

ร่างสูงยอมทำตาม  ดงเฮมองไปนอกรถก็รู้ว่าเป็นลานจอดที่คอนโดตน  ขยับหมุนตัวหยิบกระเป๋า  แล้วชะงักคิดว่าตนเองลืมอะไรหรือเปล่าก่อนจะเปิดประตู  พร้อมกับที่คิบอมจับมือเล็กเอาไว้

 

 

“พี่รักดงเฮนะ”

 

 

คิบอมเป็นแบบนี้ทุกที  จู่โจมไม่เคยให้ตั้งตัว  ดงเฮหันมามองอึ้งๆ  ไม่รู้จะเอ่ยตอบสิ่งไหน

 

หลบสายตา  ดึงมือตนเอง  แล้วเปิดประตู

 

“แล้ว....  ครั้งหน้า...”  คิบอมไม่กล้าพูดต่อ  ไม่อาจคาดเดาท่าทางนิ่งเฉยนั่น

 

“โทรมานัดก่อน”

 

 

เข้าข้างตัวเองได้ใช่ไหม  ว่ารักนี้ยังไม่หมดทาง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฮยอกแจ  อยู่ไหน?”

 

ดงเฮเอ่ยเรียกเมื่อเปิดประตูห้องชุดราคาแพงเข้ามา  ลูกพี่ลูกน้องสนิทสนมโทรมาหาตั้งแต่ตอนค่ำว่าอยากคุยด้วยจึงมุ่งหน้ามาที่นี่

 

ร่างเล็กเห็นไฟยังปิดเงียบ  เว้นก็แต่ประตูห้องนอนที่เปิดแง้มปล่อยแสงไฟวาวลอดผ่านออกมา  ดงเฮเดินตรงเข้าไป  จับลูกบิดค่อยเปิดออก  เห็นพี่ชายตนเองนั่งบนพรมหน้าระเบียงกระจกกว้าง  กอดเข่าแนบหน้านิ่งด้วยท่าทีเหม่อลอยไปไกลแสนไกล

 

ดงเฮถอนใจเบาก่อนเดินตรงเข้าไปหา  ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นมามอง  ดวงตาพราวแทบกลั้นเอาความทุกข์นั้นไว้ไม่ไหว  น้องชายรีบย่อตัวลงนั่งข้าง  กอดพี่ชายตนเองเอาไว้แน่น

 

“เป็นอะไรฮยอกแจ  ใครทำอะไรนาย”

 

ผู้พี่ส่ายหน้าเบา  ไม่อาจกล้ากอดตอบน้องที่ตนเองคิดหักหลัง  ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นไม่กล้าขยับเอื้อนเอ่ย

 

“ฮยอกแจ  นายรักฉันหรือเปล่า  ยังเชื่อใจฉันอยู่ไหม”  คนน้องทวงถามบีบคั้นให้พี่เอ่ยความในใจ

 

แต่น้ำตากลับกลั้นไม่ไหว  หยดน้ำใสไหลลงมาเงียบงัน  เจ็บจนร้องไม่ออก

 

“เพราะรักดงเฮ  ฉันถึงไม่รู้จะพูดยังไง  ไม่รู้แล้วว่าควรทำยังไง”

 

ดงเฮมองพี่ชายตนนิ่ง  ก่อนจะขยับกอดเอาไว้ให้แน่นขึ้นอีก  ลูบหลังปลอบจนฮยอกแจกอดตอบกลับมาแน่นไม่แพ้กัน 

 

 

“เรื่องซีวอนใช่ไหม”

 

 

คำตอบมีเพียงเสียงสะอื้นหนักของฮยอกแจเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความทรงจำของดงเฮคนนี้  เริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนอายุเก้าปี

 

ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าบนเตียงสีขาวของโรงพยาบาล  พร้อมกับในอกวูบโหวง  และโหยหารอคอยบางอย่างที่ไม่รู้ว่าคืออะไร

 

 

 

 

“ไหนๆๆ  พี่ดงเฮอยู่ไหน  ใครเจอก่อนคนนั้นชนะ”

 

 

เสียงแหลมเล็ดของเด็กผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากนอกประตู  เจ้าของชื่อที่ถูกพยาบาลสาวจับเปลี่ยนชุดโรงพยาบาลเป็นลำลองเตรียมตัวกลับบ้านเงยหน้ามองที่ประตู  รอคอยดูว่าใครกันที่จะเปิดประตูออก

 

ทุกอย่างในโลกนี้คือสิ่งใหม่หมดจด  ดงเฮจำได้แค่ใบหน้าของพยาบาลสองคนที่คอยดูแลเขาอยู่ที่นี่  กับคุณพ่อที่แวะมาหาแค่สองครั้ง  จึงอดจะสงสัยไม่ได้ว่าใครกันที่จะเดินเข้ามาหา  ในใจนึกถึงมือใหญ่ๆที่เคยเกาะกุม  บ่ากว้างที่เคยเกาะพักยามถูกโอบอุ้ม  แต่ดงเฮก็ไม่รู้ว่าเขาจะตามหาสิ่งเหล่านี้ที่ไร้ตัวตนในความทรงจำได้เช่นไร  หัวใจที่แหว่งว่าง  เหมือนกำลังรอคอยบางอย่างไม่สิ้นสุด

 

 

“คุณหนูดงเฮกลับบ้านได้แล้วนะคะวันนี้  ต่อไปนี้เราจะไม่เจอกันแล้วนะคะ”

 

 

พยาบาลพูดขึ้นด้วยเสียงสั่นไหว  ดงเฮหันกลับมามองดวงตารื่นนั้นก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร

 

“ดูแลตัวเองดีๆนะคะคุณหนู  อย่าได้เจอเรื่องร้ายใดๆอีกนะคะ  ขอให้คุณหนูแข็งแรง  มีแต่ความสุข”  เธอกอดเด็กน้อย  นึกสงสารในโชคชะตาชีวิตที่แสนเศร้า  ชีวิตที่ไม่เหลือสิ่งใดให้เกาะเหนี่ยวรั้ง

 

 

เธอปล่อยตัวคุณหนูตัวน้อย  เมื่อประตูห้องเปิดออก  ดงเฮมองไปเห็นใบหน้าเล็กๆของเด็กผู้ชายคนหนึ่งเอียงเข้ามาดู  ข้างโหนกแก้มมีพลาสเตอร์สีเขียวตองแปะเอาไว้  ท่าทางซุกซนกับแววตาใสแต่มั่นใจนั่นมองตรงกลับมาหา  ก่อนจะตะโกนเสียงดัง

 

“เจ้าเด็กดงเฮ!  อย่ามัวแต่นั่งนิ่งนะ  ไม่สบายต้องออกแรงให้เหงื่อออก  ลุกขึ้นมาเล่นกับเราเดี๋ยวนี้!  หนอยยย  อย่าทำมาเป็นหน้ามึนจำเราไม่ได้แบบนี้นะ!”

 

ดงเฮมองงงๆ  เสียงของเด็กคนนี้ไม่แหลมใสเหมือนที่เขาได้ยินในตอนแรก  แสดงว่าคนนี้เป็นคนชนะเด็กเสียงใสเจอเขาก่อนใช่ไหม

 

“พูดแล้วยังทำนิ่งนะ  ลุกขึ้นเซ่!!”

 

เด็กคนนั้นยังตะโกนสั่งไม่เลิก  จนมีมือใหญ่ของอีกคนมาหิ้วเสื้อเขาหลบไปนั่นแหละ

 

“ฮยอกแจไอ้เด็กบ้านี่!  ปากเสียอยู่ได้!  พูดกับดงเฮดีๆ!”

 

“โอ้ยยย  พี่อิทึกอย่ามาดึงเสื้อผมนะ  ปล่อยยยย!”

 

คนพี่ชื่ออิทึกเป็นเด็กวัยรุ่นโตแล้ว ยกมือเงื้อขู่  ฮยอกแจก็ตะครุบปากตัวเองปิดเงียบ  ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงแหลมเล็กที่ดงเฮจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงเด็กคนแรกที่ได้ยิน

 

“แง๊!!!!!!  พี่ฮยอกแจเจอพี่ดงเฮก่อนผมอ่าาา  ผมไม่ยอมมมมมม!!”

 

“เรียววุค  แกก็อีกคน  เงียบเหอะน่า  ดงเฮป่วยอยู่นะ”

 

 

 

สามคนนั้นเป็นพี่น้องกัน  ดูท่าทางวุ่นวายแต่ก็มองได้ไม่เบื่อเลย  ดงเฮไม่รู้ว่าทำยังไง  คนทั้งสามถึงได้ดูสนิทสนมกันได้ขนาดนั้น  แต่ทั้งอย่างนั้น  ดวงตาใสเป็นประกายของฮยอกแจก็มองมาหาเขาเสมอ

 

 

 

ดงเฮถูกรับไปอยู่บ้านเดียวกับสามพี่น้อง  เรียนรู้โลกใบใหม่นี้  ที่สามพี่น้องมอบให้  แต่ร่องรอยเว้าในใจไม่อาจถูกเติมเต็ม

 

 

 

“ถามจริง  นายจำไม่ได้เลยเหรอ  จำฉันไม่ได้สักนิดเลยเหรอ”

 

สองคนนอนกอดกันบนเตียงกลายเป็นเรื่องเคยชิน  ดงเฮฟังคำถามแล้วส่ายหน้า  แต่ถูกฮยอกแจตีแขน  หมายความว่าห้ามส่งภาษากาย  แต่ให้พูดออกมา

 

“จำไม่ได้”

 

ฮยอกแจถอนใจเบา  ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มร้ายแล้วบอกเล่าว่าตนเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่  ก่อนหน้านี้ที่ดงเฮลืมไปแล้ว  ดงเฮเป็นลูกน้องในอาณัติ  เป็นเบี้ยตัวเล็กๆที่เขาเขี่ยเล่นได้

 

ดงเฮมองตามมือที่ออกท่าทางประกอบนิ่งๆ 

 

“อะไรนี่นายไม่ตื่นเต้นโวยวายหน่อยวะว่าไม่จริง ไม่ใช่ ไรงี้  ยอมง่ายเกินแล้วนะ!!”

 

ดงเฮก็งงอีก  ไม่เข้าใจจริงๆว่าคนคนนี้ต้องการสื่ออะไรกันแน่

 

 

ฮยอกแจอายุพอกันกับดงเฮ  เลยต้องรับหน้าที่ดูแลดงเฮมากกว่าใคร  ทุกค่ำคืนที่ดงเฮหลับยาก  ก็เป็นฮยอกแจคนนี้ที่แอบย่องมานอนกอดน้องชายกล่อมนอน

 

 

 

 

“เฮ้อออ  เอาเหอะ  ลืมที่ฉันพูดเมื่อกี้  จำเข้าไปใหม่ซะว่าฉันเป็นพี่ชายนาย  ต่อไปนี้ฉันจะปกป้องดูแลนายเอง!”

 

 

 

ดงเฮยิ้มบางกอดเอวผอมของฮยอกแจ  จดจำคำพูดนั้นติดหัวใจ  พอๆกับที่คุ้นเคยแผ่นหลังผอมของพี่ชายคนนี้ได้แม่นยำ  เวลาที่ผ่านไปทุกปีเขายิ่งไว้ใจ  ยิ่งทำให้รู้ว่าฮยอกแจไม่ใช่คนแข็งแกร่งดุจหินผา  แต่สิ่งที่ใช้ปกป้องดงเฮตามคำพูดนั้นคือความรักและความจริงใจที่ฮยอกแจมี

 

 

 

 

“ดงเฮ  ฉันไปเจอเพื่อนใหม่ที่โรงฝึกล่ะ  อย่างเท่ห์  นิสัยก็โคตรดีเลย”

 

“เหรอ  ชอบเขาแล้วล่ะสิ”

 

ดงเฮแกล้งแหย่  ฮยอกแจสวนกลับตีแขนดังเพี๊ยะ 

 

“ลามปามนะไอ้น้องดงเฮ  เดี๋ยวเหอะ”

 

 

จากนั้นไม่นาน  ดงเฮจึงได้รู้ว่าคนที่พี่ชายไปประทับใจไว้นั้นชื่อว่าซีวอน  คนที่ถูกหมายว่าต้องคู่กันกับเขา  ไม่ใช่ฮยอกแจพี่ชาย

 

 

ฮยอกแจยิ้มกว้างไม่จางหาย  กอดคอดงเฮปลอบโยน  “เฮ้ย  คิดมาก  บอกแล้วฉันกับเขาก็แค่เพื่อนกัน  ดีเสียอีก  ซีวอนนั่นเป็นคนดี  ฉันจะได้วางใจว่าเขาจะดูแลนายได้”

 

 

ตอนเก้าขวบ  ดงเฮไม่เข้าใจแม้ว่ารอยยิ้มมีไว้เพื่ออะไร  แต่ตอนนี้  เขารู้แล้วกระทั่งรอยยิ้มขมขื่นที่ไม่อาจซุกซ่อนความเสียใจไว้ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ขอโทษนะดงเฮ  ขอโทษๆๆ”

 

“ไม่ต้องขอโทษ  อย่าพูดคำนั้นออกมา  นายไม่ได้ทำอะไรผิด”

 

“ทำไมจะไม่ผิด!”

 

“นายรู้จักฉันหรือเปล่าฮยอกแจ  รู้ไหมว่าฉันรักนายแค่ไหน  รู้ไหมว่าฉันเป็นฉันในวันนี้ได้เพราะใคร”

 

ฮยอกแจเช็ดน้ำตา  กลั้นสะอื้น  แต่ก้มหน้ามองพื้นไม่มองตาดงเฮ  คนน้องถอนใจดึงพี่ชายลงไปนอนบนพรมกับตนเองกอดเอาไว้เหมือนตอนที่ถูกทำเมื่อยังเล็ก

 

“ความรักมันไม่มีสิ่งผิดไม่ใช่เหรอฮยอกแจ”

 

ฮยอกแจไม่ยอมตอบ  แววตาอัดอั้นไม่อาจเอ่ยอะไรออกมา

 

“เพราะไม่อย่างนั้น  การที่ฉันรักคนอื่นมันก็...ผิด...ด้วยงั้นเหรอ”

 

 

สิ้นคำพูด  ฮยอกแจเป็นฝ่ายสวมกอดดงเฮเอาไว้แน่นแทน 

 

 

“อย่าปฏิเสธตัวเองเลยนะฮยอกแจ  ฉันกับซีวอน  เราต่างมีหัวใจของตัวเอง  อย่าบังคับฉันให้ต้องโดดเดี่ยวแบบนั้น  หรือไม่อย่างน้อย ก็อย่าทำให้ฉันต้องทุกข์ใจกับการต้องเห็นนายเศร้าแบบนี้เลย”

 

 

 

 

 

ค่ำคืนเงียบงัน  ฮยอกแจกอดน้องชายร้องไห้จนหลับไป 

 

 

 

 

 

ดงเฮตื่นจากความฝันชั่วครู่  ฟังเสียงลมหายใจสงบของฮยอกแจ  นึกถึงหัวใจที่ว่างเปล่ากับการรอคอยโหยหาอ้อมกอดของใครบางคนในเช้าที่เขาตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลตอนอายุเก้าปี  พร้อมกับนึกถึงคิบอมจนไม่อาจสลัดภาพใบหน้าเข้มแนบชิดคลอเคลียออกไปจากหัวใจได้

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
(ย่องมา และย่องไป แหะๆๆ)