Fic KiHae : Oblivion  รักเลือนของคุณชายวายร้าย 

ตอนที่ 6

 

ที่นี่มีแต่ Boy's Love นะคะ  ถ้าไม่ใช่แนว  กดปิดเลยค่ะ ^^

 

Writer : ease supsnerv

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

ดงเฮไม่รู้สึกสบอารมณ์สักนิด  ถึงในใจจะคิดไปว่าคุณหมอคิบอมหน้ายักษ์คนนี้อาจจะมีดีอยู่บ้าง  แต่โดยรวมแล้วก็ต้องสรุปว่าคิบอมเป็นพวกนิสัยแย่  ปากเสีย  หยาบคาย  แล้วก็ขี้บ่นน่ารำคาญ  ข้อดีเพียงอย่างเดียวอาจจะเป็นเรื่องเสมอต้นเสมอปลาย

 

...ปากไม่ดีเสมอต้นเสมอปลาย...

 

เพราะระยะทางจากร้านพี่ฮีชอลมาถึงนี่นั้นมันช่างอึดอัด  คิบอมคนนั้นนอกจากจะชอบบังคับแล้วยังพูดจาแย่  เขาไม่ใช่เด็กประถมที่ต้องมานั่งฟังตาแก่บ่นเสียหน่อย

 

 

"คุณดงเฮเชิญทางนี้ค่ะ"  พยาบาลวัยกลางคนผู้ดูแลรูปร่างของตนเองได้สวยงามสมวัยกำลังยืนผายมือเชิญแขกวีไอพีของโรงพยาบาลด้วยรอยยิ้ม  ไม่มีอาการตื่นกลัวหรือตื่นเต้นเช่นคนอื่นเมื่อเห็นคุณหนูหน้าหวานหน้าบึ้งตึงเดินฉับๆเข้ามาหลังจากปิดประตูรถคิบอมเสียงดังเต็มแรง  "วันนี้ท่านผอ.ไม่อยู่นะคะ  คงต้องรบกวนคุณดงเฮตรวจกับคุณหมอท่านอื่นก่อน"

 

หนุ่มน้อยหยุดกึก  หันขวับไปมองหน้าคุณพยาบาล  ละทิ้งท่าทีนิ่งเฉยอย่างทุกครั้งที่เป็นมา  "คุณหมอคนไหนครับ"

 

"เอ่อ..."

 

"ใครก็ได้ครับ  แต่ไม่เอาหมอคิม คิบอม"  ตอบรวดเร็วเมื่อเห็นหญิงในชุดขาวใช้ความคิด  ก่อนจะตรงไปทรุดนั่งอยู่ตรงโซฟาในส่วนวีไอพีแบบไม่ต้องให้ใครมาเชิญ

 

พยาบาลรู้สึกงงอยู่นิดหน่อย  เธอพอจะรู้อยู่บ้างว่าคุณหมอคิบอมนั้นค่อนข้างเข้มงวด  แต่ก็ไม่ได้ดุหรือเรื่องมากอะไรนัก  ไปทำอะไรเข้านะ  คุณหนูดงเฮถึงได้โกรธเอาแบบนี้  ทั้งอย่างนั้น  ก็คงต้องยอมตามใจอยู่ดี  ถึงแม้ท่านผอ.จะสั่งไว้ให้ตรวจกับคุณหมอคิบอมจริงๆก็ตาม

 

 

ไม่นานหลังจากนั้น  ดงเฮก็เข้าไปอยู่ในห้องตรวจ  พับแขนเสื้ออวดรอยแผลที่แห้งสนิทแต่ยังหลงเหลือหลักฐานอยู่เป็นแนวยาว  ให้คุณหมอซึงฮยอนซึ่งมาตรวจตามที่คุณหมอคิบอมบงการเอาไว้ได้ดู

 

คุณหมอร่างสูงพูดอะไรอีกหลายอย่าง  แต่ดงเฮไม่ได้ใส่ใจฟังสักเท่าไหร่  ปมบนคิ้วหายไปแล้ว  แต่ริมฝีปากที่เม้มสนิทและดวงตาที่ทอดมองนิ่งไปทางอื่นนั้นยังบ่งบอกชัดว่าอารมณ์ไม่ดี

 

เพียงแค่ได้ยินพยาบาลจับกลุ่มคุยกันว่าแผลเรียบร้อยเพราะได้หมอดี  หมอคิบอมเก่งอย่างนั้นอย่างนี้  ก็แทบอยากจะลุกเดินหนีออกจากโรงพยาบาลเสียให้รู้แล้วรู้รอด  ไม่เข้าใจว่าจะเทิดทูนอะไรนักหนา

 

"เอ่อ...คุณหนูดงเฮครับ" 

 

ซึงฮยอนเรียกเสียงอ่อย  หลังจากลองเรียกอยู่หลายครั้งแล้วไม่เป็นผล

 

เจ้าของชื่อไม่ออกเสียง  แต่เลิกคิ้วสูงตอบกลับแทน

 

"ผมจะสั่งยานะครับ  ตอนนี้ยาทานไม่มีแล้ว  แต่จะเป็นยาทาทั้งหมด  ที่จะสั่งให้จะเป็นพวกที่ช่วยลดรอยแผลเป็นนะครับ"

 

ดงเฮมองนิ่งๆ  ไม่ได้ว่าอะไร 

 

"คุณหมอสั่งยาเยอะจังค่ะ"  พยาบาลเด็กๆคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย  ปกติแล้วถ้าไม่จำเป็น  หมอไม่สั่งยาลดรอยแผลเป็นให้ด้วยซ้ำ  แต่นี่สั่งให้หลายอย่างอย่างกับเป็นแผลในบริเวณเด่นเสียอย่างนั้น

 

คุณหมออมยิ้มแล้วบอกว่า  "ฝีมือหมอคิบอม"  แล้วก็ยื่นกระดาษโน้ตสั่งยาที่มีลายมือของคิบอมเขียนลิสต์ยาให้พยาบาลสาวคนนั้นดู

 

แน่นอนว่าคนไข้ที่นั่งนิ่งนั้น  เริ่มผูกปมบนคิ้วตัวเองขึ้นมาอีกครั้งทันทีที่ได้ยิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"อยู่ไหนของนายวะเนี่ย!  โทรก็ไม่ติด  ฉันเป็นห่วงแทบตาย!!" 

 

ฮยอกแจตะโกนใส่โทรศัพท์เมื่อฝ่ายน้องชายลูกพี่ลูกน้องจอมเอาแต่ใจอย่างดงเฮยอมเปิดเครื่องและรับสายเสียที  ตัวเขาและเรียววุคแทบจะเป็นลมเพราะวิ่งวุ่นตามหาไปเสียทั่ว

 

"ก็อยู่โรงพยาบาล  จะไปไหนได้"

 

"แล้วปิดโทรศัพท์ทำไมของนายหะ!"

 

ฝ่ายน้องชายที่อารมณ์ไม่ดีอยู่เป็นทุนย่นคิ้วและไม่ยอมพูดอะไรอีก  ฮยอกแจจึงรู้ตัวว่าดงเฮอารมณ์ไม่ดีนัก  เสี่ยงต่อการปิดโทรศัพท์หนีอีกรอบ

 

"เออๆๆ  ช่างเหอะ  ว่าแต่อยู่ไหนล่ะ  เดี๋ยวจะไปหา"

 

ดงเฮบอกสั้นๆว่าตนเองยังรอยาอยู่ตรงส่วนวีไอพี  ฮยอกแจกับเรียววุคจะทานข้าวรอก็ได้  เสร็จเรียบร้อยแล้วเขาจะเป็นฝ่ายไปหาเอง  พี่ชายจึงยอมตามใจและวางสายไปโดยไม่โวยวายอะไรอีก

 

 

 

 

 

 

แผ่นหลังบางพิงแรงๆกับโซฟา  เงยหน้าฆ่าเวลารอคอยไปกับภาพที่เต้นไปมาบนจอทีวีที่ติดตั้งบริการคนไข้เอาไว้  ดงเฮแทบไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไรเพราะไร้ซึ่งสมาธิจะจดจ่อ  สายฝนด้านนอกยังโปรยปรายและส่งเสียงครางอึงลอดเข้ามาเป็นระยะ  หยดน้ำที่กระทบแสงแห่งค่ำคืนเป็นประกายในอากาศ  อยากจะทำไม่สนใจแต่ก็ทำไม่ได้

 

 

"Ai ai gasa no naka de
Komotta kanjou mo sunao ni tsutaenai mama
Owari ni shinai you ni toori sugiru ame ga sekashiteru
Chikaduita futari no amakoi..."

 

 

เสียงใสดังกังวานด้วยสำเนียงไม่คุ้นหู  ดงเฮละสายตาเพื่อหันมองและได้พบเด็กน้อยเจ้าของนัยน์ตาสดใสกำลังเปล่งเสียงอย่างร่าเริง

 

ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว  อารมณ์ร้อนรุ่มในใจก็พลันหายไปในเสี้ยววินาที  ดงเฮแอบฟังเพลงนั้นโดยไม่ร้องทักขัดจังหวะ

 

"อ๊ะ!  พี่คนสวย"

 

ยูคุงเจ้าของเสียงร้องตะโกนขึ้นเสียงดังเมื่อหันมาเห็นว่าดงเฮนั่งอยู่ตรงนั้น   ถึงแม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่นิดๆว่าเหมือนยูคุงจะทำท่าทางแปลกๆไม่เป็นธรรมชาติ  แต่ดงเฮก็เอ็นดูเด็กคนนี้มากกว่าจะคิดใส่ใจ

 

"พี่ชื่อดงเฮครับ  ยูคุง"

 

ดงเฮบอกเมื่อเด็กน้อยวิ่งถลาเข้ามาหา  นั่งลงข้างๆพี่ชายหน้าสวยอย่างว่าง่ายแล้วยิ้มกว้างให้  "ชื่อเพราะจังครับ"

 

ดงเฮหัวเราะเบาๆ  "เพลงที่ยูคุงร้องเมื่อกี๊ก็เพราะนะครับ  ชื่อเพลงอะไรเหรอ"

 

"Ai Ai Gasa ครับ  เพลงญี่ปุ่นด้วยน๊า"  พูดอมยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ  "ผมเป็นลูกครึ่งนะจะบอกให้  คุณแม่เป็นคนญี่ปุ่นมาพบรักกับคุณพ่อคนเกาหลีครับ"

 

"เหรอครับ  งั้นยูคุงก็พูดได้สองภาษาเลยสิ  เก่งจัง"

 

"ใช่ครับ  เอางี้  พี่คนสวย เอ๊ย!  พี่ดงเฮว่าเพลงเพราะใช่ไหม  งั้นผมสอนร้องนะครับ"

 

แม้พี่ชายจะส่ายหน้าอย่างไร  แต่ดูเหมือนเด็กชายจะไม่สนใจท่าเดียว  ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาแต่ใจเหมือนใคร

 

 

 

 

 

 

"กินเร็วๆเซ่!"  ฮยอกแจดุน้องที่เขี่ยข้าวไปหนีบโทรศัพท์ไปด้วย  พูดจางึมงัมๆกับปลายสายที่เขาเองไม่รู้ว่าใคร  เรียววุคเงยหน้ามาทำหน้ากวนๆใส่แล้วก็เขี่ยข้าวต่อ

 

ฮยอกแจส่ายหน้าเอือมๆ  ไม่รู้จะงัดน้องชายคนนี้อีท่าไหน  พูดไปมันก็คงไม่ฟัง

 

คิดไปคิดมา  เขาไปหาดงเฮดีกว่า  อยู่ไปก็ไม่มีใครคุยด้วย  ถ้าเกิดสวนทาง  ยังไงดงเฮก็เจอเรียววุคอยู่ดี

 

"พี่ไปหาดงเฮนะ  เรียววุครอตรงนี้นะ"  พยายามขยับปากชัดเจนให้น้องชายที่เก็บการฟังให้โทรศัพท์และสื่อสารกับพี่ชายด้วยการอ่านปาก  เมื่อรู้เรื่องก็พยักหน้าเข้าใจ

 

 

 

 

ทางเดินยามค่ำในโรงพยาบาลนั้นมีผู้คนไม่มากเท่าไหร่นัก  ดูเงียบเหงาแต่ก็คงดีกว่าคนเยอะ  เพราะนั่นหมายถึงคนป่วยที่มากตาม  พื้นมีรอยหยดน้ำอยู่เป็นจุดๆทำให้พนักงานทำความสะอาดคอยตามเช็ดกันอยู่หลายรอบ  คงเป็นเพราะข้างนอกฝนยังไม่หยุดตกก็ได้

 

Rrrrrrr...

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  ฮยอกแจรู้ตั้งแต่เมโลดี้แรกแล้วว่าเป็นใครที่โทรเข้ามา  เขาหยิบโทรศัพท์กดปิดเสียง  แต่ยังชั่งใจว่าจะรับมันดีหรือไม่

 

 

ต่อให้เขาหลอกตัวเองด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะมากเท่าไหร่  มันก็ไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดในใจบรรเทาลง

 

คนที่เรียกตัวเองว่าเป็นพี่แบบเขา  จะหายใจปลอดโปร่งได้อย่างไร  ในเมื่อสองมือที่เกาะกุมเอาไว้กำลังทำร้ายน้องชายของตนเอง  คำว่าเสียสละ  หน้าที่  ศักดิ์ศรี  อยู่ที่ไหน  ฮยอกแจ

 

 

แต่...ใจคนเรามันไม่ได้เข้มแข็งนักหรอก...  ความเศร้านั่นไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังหวานหอม  ต่อให้ต้องกรีดเลือดเนื้อของตนเอง  ก็ยังโง่งมงายอยู่ในเส้นทางวกวนนั่น

 

 

 

ฮยอกแจรับสายแต่ไม่ยอมพูดอะไรในตอนแรก  เช่นเดียวกับซีวอนที่ก็นิ่งเงียบไม่เอื้อนเอ่ย

 

 

"มีธุระอะไร" 

 

ร่างเล็กถามสั้นๆ  หลังปล่อยให้ความเงียบไหลช้าๆเข้ามาแทรกเสียนานจนทำให้หัวใจนั้นเย็นเฉียบ

 

 

"ฉันอยากเจอนาย"

 

 

ทำไมมันถึงเจ็บปวดนักนะ  ก็แค่เสียงแหบพร่าที่สั่นเครือ

เจ็บเสียจนอยากแทบจะลืมทุกสิ่งอย่าง  ลืมว่าหากก้าวพลาดถลำลึก  ก็จะไม่อาจถอยหลังออกมาจากทางที่วกวนไร้ทางออกนี่ได้

 

ไม่สิ  ความจริงแล้ว  ฉันอาจกำลังหลง...

 

 

"เป็นอะไร  เสียงไม่ค่อยดีเลยซีวอน"

 

"ฉัน...อยากเจอ  ฮยอกแจเป็นแบบเดิมได้ไหม"

 

 

หน้าที่ของพี่ชายที่ค้ำคอยังพยุงให้ฮยอกแจเข้มแข็งอยู่บ้าง  เขาอธิบายให้ซีวอนฟังว่าอยู่ที่ไหน  แล้วขอวางสายโดยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำพูดของซีวอน

 

 

ขาเรียวก้าวเดินต่อหมายมั่นจะไปยังส่วนวีไอพีที่น้องชายอีกคนกำลังรอรับยา  ปั้นยิ้มเพื่อเป็นสัญญาณว่าเขาจะลืมทุกสิ่งเมื่อครู่เอาไว้เบื้องหลัง  ดวงตาก็กวาดมองหาและรู้ทันทีเพียงเห็นจากด้านหลัง  ฮยอกแจขมวดคิ้วน้อยๆมองดงเฮที่ดูเหมือนกำลังหัวเราะขำอะไรบางอย่างกับเด็กผู้ชายร่างผอมตัวเล็กที่นั่งข้างๆ

 

"อ๊ะ!"

 

อาจจะเพราะมองเพลินไปหน่อย  ในจังหวะที่เดินเข้ามาฮยอกแจจึงไม่ได้ดูให้ดีว่ากำลังขวางทางคุณหมอท่านหนึ่งอยู่  เลยชนเข้าเต็มแรงจนหน้าหงายออกมานิดหน่อย  เผลออุทานเสียงดังจนดงเฮและยูคุงที่กำลังเพลิดเพลินหันมามอง

 

"ขอโทษทีครับ  ไม่ทันมอง  อ้าว...คุณ"  จะว่าไปแล้วในบรรดาพี่น้องทั้งสี่คน  ฮยอกแจคงเป็นคนที่อ่อนน้อมที่สุดแล้ว  สถานการณ์แบบนี้หากเป็นเรียววุคกับอิทึกก็คงตำหนิคุณหมอว่าไม่รู้จักมอง  ส่วนดงเฮคงทำท่าเฉยเมยไม่สนใจ

 

คุณหมอร่างหนาผิวเข้มยกยิ้มที่มุมปากน้อยๆในเชิงไม่เป็นไร

 

"พี่บอม!!"  ทันทีที่เด็กน้อยข้างดงเฮเห็นว่าเป็นคิบอม  ก็ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นยืนแล้วรีบลากดงเฮไปหานที  พี่ชายหน้าหวานที่ทำหน้าไม่ดีนักไม่อยากจะตามไปเลย  แต่ติดที่ยูคุงดึงดันจะให้เขาตามไปให้ได้จึงขัดไม่ถูก  ต้องลากขาตามแรงน้อยๆที่พยายามเสียเหลือเกิน

 

ฮยอกแจและคิบอมต่างมองยูคุงที่ลงทุนสุดตัวลากดงเฮมาถึงที่  เด็กน้อยยิ้มกว้างและปล่อยมือดงเฮที่ทำหน้าเบื่อโลกอีกครั้งเมื่อมาถึงใกล้พอ  พร้อมอ้าแขนให้คุณหมอหนุ่มอุ้มขึ้นอย่างเคยชิน 

 

"เอาใหญ่แล้วนะ  ไปลากพี่เขามาทำไม"  คิบอมทำเสียงดุบอกเบาๆ

 

"พี่บอมอย่ามาโมเม  ไหนบอกถ้าผมทำได้จะให้ชุ๊บชุ๊บไง  เนี่ยเลยลากหลักฐ...อุ๊บ"

 

มือหนาปิดปากยูคุงไม่ให้พูดต่อ  แล้วก้มลงไปกระซิบบางอย่างที่ข้างหู  "เออน่า  รู้แล้ว  อย่าพูดเสียงดังได้มั๊ย!"

 

สองหนุ่มร่างบางได้แต่มองด้วยความสงสัย  โดยเฉพาะฮยอกแจ  จ้องมองใบหน้าคมเข้มไม่วางตา  ทั้งแววตาและเค้าโครงใบหน้านั้นคุ้นตาบอกไม่ถูก  ยิ่งมาเห็นกันในที่สว่างแบบชัดเจนไม่ใช่สลัวๆอย่างที่ผับ  ยิ่งแน่ใจว่าต้องเคยเห็นที่ไหน

 

 

"เรา...เคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าครับ"  ฮยอกแจถาม  คิบอมหันมามองนิ่งๆในขณะที่ถูกเด็กน้อยปีนขึ้นไปนั่งขี่อยู่บนบ่า

 

"ที่ผับละมั้ง  ที่พวกเธอไปก่อเรื่องกันเอาไว้"

 

"ไม่ใช่ๆ  ผมหมายถึงก่อนหน้านั้น"  คิ้วเรียวย่นเข้าหากันขณะใช้ความคิด  และได้คำตอบออกมาในที่สุด  "จำได้แล้ว  สมัยยังเด็กผมเคยเจอคุณที่บ้านคุณลุงดงฮวาน!  แย่จริงๆเลยนะครับ  คราวที่แล้วเจอกันผมก็คุ้นหน้าแต่ดันนึกไม่ออก  พอดีมันวุ่นวายไปหน่อย"  เขาก้มหัวให้เพื่อขอโทษ  เพราะเข้าใจตามความทรงจำลางเลือนนั่นว่าชายคนนี้นั้นมีอายุมากกว่าและมีความสำคัญและสนิทสนมกับตระกูลไม่น้อย

 

ส่วนน้องชายอีกคนนั้นกลับจ้องคิบอมเขม็ง

 

"นายจำพี่เขาได้หรือเปล่าดงเฮ"  หันไปมองหน้าเห็นน้องชายทำท่าเฉยๆ  เขาก็รีบพูดต่อ  "เออ  ลืมไป  นายคงจำไม่ได้อยู่แล้วแหละเนอะ  แล้วคุณ..."  ฮยอกแจหันมาทางคิบอม  คำพูดหยุดเอาไว้เพราะลืมไปว่ายังไม่ได้แนะนำตัว

 

 ถึงจะไม่เข้าใจว่าดงเฮกับคิบอมมีอะไรกัน  จึงได้จ้องกันเอาขนาดนั้น  ฮยอกแจก็เลือกที่จะไม่พูดถามให้มากความ 

 

"พี่ชื่อ คิบอม  คิม คิบอม  ส่วนเราน่ะฮยอกแจใช่ไหม"

 

คิบอมตอบคำถามเขาแท้ๆแต่กลับมองแต่ดงเฮ  

 

"ใช่ครับ  จำชื่อผมได้ด้วย  แหะๆ  แล้วน้องชายผมล่ะครับ  จำได้หรือเปล่า  ถ้าจำไม่ผิด  เหมือนตอนนั้นดงเฮจะติดพี่เขาน่าดูเลยนะ"  เกาขมับเก้อเขินบอก

 

 

ดวงตาของดงเฮนั้นแน่นิ่งเสียจนคาดเดาได้ยากเหลือเกินว่าคิดอะไร   หรือบางทีอาจจะเพราะว่าคนตรงหน้านั้นคาดเดาได้ยากเหลือเกิน

 

 

คิบอมเป็นคนดีหรือไม่ดีกันแน่  

 

แล้วหัวใจ...สั่นหวั่นไหวเพราะอะไร

 

 

 

คิบอมลากเสียงยาว  "จำไม่ได้..."

 

 

ในอกรู้สึกโหวงไปหมด  ดงเฮไม่รู้ว่าเพราะอะไร  ทั้งดวงตาที่ร้อนผ่าวทำให้ต้องหลุบมอง

 

 

"ถามแบบนี้  คิดว่าฉันขี้ลืมแบบดงเฮหรือไงถึงได้จำไม่ได้น่ะ"

 

 

"อ่ะฮะฮะฮะ  นั่นน่ะสิครับ  ก็ต้องจำได้อยู่แล้ว"

 

ไม่ขำเลยสักนิด  ดงเฮเงยหน้ามองคิบอม  เพียงแค่แววตาเรียบๆ  คิบอมก็รู้ดีว่าทำให้ร่างเล็กโกรธขึ้นมาแล้ว

 

"เรื่องที่ผับผมต้องขอบคุณมากนะครับ  ไม่งั้นดงเฮแย่เลย  อ้าวเฮ้ย!  จะรีบไปไหน"  ฮยอกแจยกแขนเรียกน้องแต่ดงเฮก็หันขวับเดินหนีไปเสียแล้ว  ใบหน้าขาวหันซ้ายหันขวาไม่รู้จะทำยังไง

 

"ตามไปเถอะ"  คิบอมแนะนำ  ฮยอกแจจึงก้มหัวเป็นคำอำลาแล้วตะโกนบอกดงเฮให้ไปรอที่ล๊อบบี้ข้างหน้า  ส่วนตัวเขาจะไปตามเรียววุคก่อน

 

 

"ขอลงหน่อยๆ"  เด็กน้อยบนบ่าของคิบอมร้องออกมา  คุณหมอจึงต้องเอี้ยวไหล่ให้ยูคุงขยับตัวลงมาได้ง่ายๆ

 

"จะไปซนที่ไหนอีก  พี่จะขึ้นเวรแล้วนะ"

 

ยูคุงยกนิ้วขึ้นมาจีบเพื่อบอกว่าขอเวลาอีกนิด  แล้ววิ่งตามดงเฮที่เดินลิ่วไปไกล  คุณหมอร่างหนาจึงส่ายหน้าค่อยๆเดินตามไป

 

 

 

"พี่ดงเฮ!"

 

เด็กน้อยร้องเรียกทำให้เจ้าของชื่อหันมามอง  แต่ภาพที่เห็นกลับกลายเป็นยูคุงหกล้มหน้าไถพรืดไปกับพื้นสีขาวของโรงพยาบาลที่ถูกขัดเสียเป็นเงาวาว

 

"ยูคุง!!"  ดงเฮตกใจรับวิ่งเข้าไปดูแล้วพยุงร่างเล็กขึ้นยืน  ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อใช้มือสองข้างปัดตามเสื้อผ้าลายการ์ตูนของโรงพยาบาลที่อาจจะเปรอะเปื้อน  "เจ็บไหมครับ  เจ็บตรงไหน"

 

"แหะๆ  ไม่เจ็บหรอกครับ"

 

"แน่ใจนะ  ล้มแรงมากเลย  ข้อศอก  หัวเข่าล่ะ  ถลอกไหม"

 

"ไม่เป็นไรจริงๆครับ"

 

ดงเฮถอนใจเบาๆ  สองมือจับอยู่ที่แขนผอมบางของยูคุง  เด็กน้อยที่ป่วยจนแทบจะใช้ชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลแทนบ้านคนนี้จะอายุเท่าไหร่  เขาเองก็ยากจะเดา

 

"งั้นก็ดีครับ  พี่ตกใจหมดเลย" 

 

 

"เป็นไง  ปากแตกเลือดออกซะบ้างก็ดีนะเรา  ซนนัก"  คิบอมตามมาถึงก็หยุดยืนกอดอกมอง  ปากก็ว่าไปตามเคย 

 

ดงเฮขมวดคิ้วมองคนที่ยืนค้ำหัวตนเองอย่างตำหนิ

 

"ยูคุงไม่เป็นอะไรแล้วพี่กลับก่อนนะครับ"

 

"เดี๋ยวครับ!  พี่ดงเฮอารมณ์ไม่ดีเหรอครับ  ทำไมหน้างอล่ะ"

 

พี่ชายคนสวยมองดูเด็กน้อยแล้วไล่สายตามองไปยังร่างสูงที่มองตอบอยู่  ก่อนจะลดสายตามาที่ยูคุงอีกที  "ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ"

 

"ถ้างั้นยิ้มก่อน"

 

"มากไป"  คิบอมพูดขึ้นมาทันทีพร้อมส่งนิ้วไปเฉดหัวยูคุงที่ยิ้มกว้างเบาๆ  ดงเฮจึงมองหน้ากลับคืนอีกรอบ

 

"น่านะครับ  ยิ้มหน่อย"

 

คนถูกขอร้องทำหน้าอ้ำอึ้ง  แต่ก็ฝืนยิ้มออกมาทั้งที่ไร้อารมณ์ 

 

"เย้!  ยิ้มแล้ว"  ยูคุงหันมาบอกคิบอม  "พี่ดงเฮน่ารักที่ซู๊ดดดดด  กลับบ้านดีๆนะครับ"  สิ้นคำก็วิ่งถลาไปยังพี่พยาบาลสาวกลุ่มหนึ่งที่กวักมือเรียก  ทิ้งคุณหมอคิบอมกับดงเฮเอาไว้สองคน

 

ดงเฮหันหลังให้ทันที  สองขาก้าวเดินหนีแต่ก็ได้ไม่เท่าไหร่เท่านั้น  ด้วยข้อมือเล็กถูกรั้งเอาไว้

 

"ดงเฮ"

 

คิบอมเรียกเบาๆแต่ร่างบางก็ไม่ยอมหันกลับมา  เขาจึงต้องออกแรงให้มากขึ้นอีกหน่อยจนทำให้ตัวเล็กๆของดงเฮขยับตามมือของเขามาด้วย

 

ดูท่าจะโกรธเสียแล้ว  มือเล็กของดงเฮที่ว่างอยู่อีกข้างพยายามแกะมือของคิบอมออก  แต่เหมือนจะไร้ผล

 

"ปล่อย!"

 

"โกรธเหรอ"

 

คิบอมไม่ฟังอะไร  ซ้ำยังถามกลับคำถามชวนโมโหด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่สะทกสะท้าน  เหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรนักหากดงเฮจะโกรธจริงๆ  คนตัวเล็กหยุดที่จะแกะมือของตัวเองออก  เงยหน้ามองร่างสูงที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดๆ

 

"จะสนใจทำไม"

 

แววตาคมนั้นจ้องมองกลับดงเฮไม่กระพริบ  มันไม่สื่ออะไรมากไปกว่าความว่างเปล่า  แต่ไม่รู้ว่าทำไม  ดงเฮจึงต้องเบือนหน้าหลบไปในที่สุด

 

"เพราะดื้อแบบนี้ไงถึงต้องดุ"

 

"แล้วมันเรื่องอะไรของนาย"

 

 

"รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่เรื่องของพี่  ไม่ต้องย้ำหรอก"

 

 

ทำไมต้องเป็นแบบนี้  ทำไมต้องพูดจากวนกันอยู่ได้ทุกคราว  ผิดอะไรนักถึงต้องดุต้องใจร้าย  ต้องทำให้รู้สึกแย่ตั้งแต่คราวแรกที่เจอ

 

 

มือหนาบิดข้อมือเล็กให้หงายขึ้นเบาๆ  แล้ววางร่มแบบพับขนาดยาวกว่าฝ่ามือไม่เท่าไหร่ลงในมือของดงเฮ

 

"ฝนยังตกอยู่"

 

เขาเอ่ยแผ่วเบา  ดงเฮจึงเผลอไปกับจังหวะของน้ำเสียงจนปล่อยให้คิบอมลูบเส้นผมของตนเองโดยไม่ได้ขัดขืน 

 

"โตแล้ว  หัดดูแลตัวเองเสียบ้าง  อย่าดื้อนักสิ"

 

คิบอมถอนใจเบา  ปล่อยมือของดงเฮแล้วหันหลังเดินจากไป  ทิ้งความไม่เข้าใจมากมายเอาไว้ให้ดงเฮยิ่งสับสน

 

 

คำพูดนั้นจะให้คิดเช่นไร  หากไม่ดื้อดึงเป็นเด็กๆ  คิบอมจะอ่อนโยนกับเขาหรือไง

 

บ้าไปแล้ว  ดงเฮคิดอย่างหัวเสีย 

 

ถ้าคิบอมใจดีเมื่อไหร่  ใจเขามันก็เหมือนจะอ่อนลงเมื่อนั้น  แต่ไม่ได้หรอกนะ

 

ดงเฮย้ำความทรงจำครั้งแรกที่ถูกคิบอมเข้ามาประชิดตัวกลางสายฝน  เพื่อบอกตัวเองว่ายังไงชายคนนี้ก็คงไม่ใช่คนดีนักหรอก  ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

 

 

 

 

 

 

 

"แน่ะ พี่บอม"  ยูคุงยืนเท้าเอวสองข้างรอคิบอมอยู่ตรงหัวมุม  เมื่อร่างสูงก้มมามองก็อุ้มเด็กชายขึ้นมาด้วยความเคยชิน  "ผมอุตส่าห์ทำให้ยิ้มได้แล้ว  พี่บอมดันทำพี่คนสวยโกรธอีก"

 

คิบอมไม่ตอบ  อุ้มยูคุงเดินตามทางไปเงียบๆ

 

 

"ไม่รู้หล่ะ  ยังไงภารกิจผมก็ลุล่วง  เอามาเลยชุ๊บชุ๊บสองอัน"

 

"ตลกแล้ว  ตกลงกันว่าจะให้อันเดียว" 

 

 

ยูคุงเลิกคิ้วแล้วพูดรวดเร็ว  "ได้ไง  ก็ผมทำให้พี่ดงเฮยิ้มสองรอบก็ต้องได้สองอันดิ่  เอามาเลยๆ"

 

คิบอมทำเสียงขัดใจในปาก  ก่อนจะล้วงมือข้างหนึ่งลงในกระเป๋ากางเกงหยิบชูปาชุ๊บรสโคล่าออกมาอันหนึ่ง  "มีแค่เนี้ย  จะเอาไหม"

 

"ขี้โกง!!!!"  ถึงอย่างนั้นมือน้อยก็คว้าอมยิ้มมาไว้ในมือ  แต่ไม่วายทำตาขวางให้คุณหมอ  "ติดผมอันหนึ่งนะพี่บอม"

 

"เออๆๆๆ  ไอ้เด็กแสบนี่"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

ทำไมตอนนี้มันยาวๆฟระ

เฮ้ออออ  ไม่ได้แต่งวันเลิฟเลยค่า เศร้า

ยังไงรีดเดอร์  อย่าลืมไปอ่าน SF Project Bloody Heart หน่อยนะ  เขาถอดใจ แต่ยังไม่อยากถอดใจ  555+

แล้วก็...  คิดถึงดงบังว้อย

 

ขอบคุณคนอ่านทุกคน