[YAOI] Fic [Kihae] : One Love Ch.1

posted on 10 Mar 2009 10:52 by easesupsnerv  in OneLove
One Love
Pairing: Ki x Hae
Chapter 01: Motivation Room
Writer: ease supsnerv
Rate: PG 13
เรื่องที่ท่านกำลังจะอ่านต่อไปนี้  เป็นความบันเทิงสำหรับบุคคลผู้ชื่นชอบ Yaoi หรือ Boy's Love หากท่านไม่รู้จักและไม่ต้องการรู้จัก  กรุณาปิด
ทั้งนี้  โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ^^




 
 

ที่ไม่เจ็บอีก  เป็นเพราะลืมความรักของนายไปแล้ว  หรือชินชาเบื่อหน่าย

เป็นเพราะไม่รักอีกแล้ว

หรือเพราะทางที่ห่างไกล  จนเกินกว่าจะนึกถึงความเจ็บปวดนั้นได้

จริงๆ  ฉันไม่ได้รักนายอีกแล้ว  ใช่ไหม

 

 

 

>>Don't Love You, Anymore?? 

 

 

 

นักศึกษาคลาคล่ำทั่วตึกอาคารเรียน  หนึ่งในวันที่วุ่นวายยุ่งเหยิงที่สุดของเทอม  เมื่อต่างคนต่างต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะกระเสือกกระสนตนเองเข้าไปอยู่ในวิชาเรียน  เพื่อจะได้เรียนจบแบบไม่ชักช้าจนน่าอาย

ลมหนาวพัดเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบนระเบียงอาคารที่เปิดยาวเหยียด  แม้ยังไม่หนาวจัด  แต่ร่างสูงที่สวมเสื้อคลุมตัวบางทับเสื้อเชิ้ตด้านในนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกอดแขนแนบตัวเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ตนเอง  ดวงตาที่ดูเหน็ดเหนื่อยทอดมองไปยังด้านนอกอาคารเบื้องล่าง  ใจลอยนึกถึงใครคนหนึ่งที่เคยอยู่ในอ้อมกอด 

เวลา  ระยะทาง  หรือแม้แต่คำเอ่ยลา  ดูเหมือนไม่สามารถกระทบกระทั่งความรู้สึกรักให้สั่นคลอนได้เลย  เมื่อใจยังคงคิดถึงอยู่เช่นนี้

 

Rrrrrrrrrrr...

 

ชายหนุ่มหลุดออกจากห้วงความคิด  มือล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

 

"ครับ"  

 

"คิบอมอยู่ไหน"  เสียงหวานสดใสดังขึ้นที่ปลายสาย

 

"หน้าห้อง 406 ครับ  เมื่อไหร่พี่จะมา  ผมรอนานแล้วนะ"  ได้ทีเลยแล้งบ่นรุ่นพี่ให้รู้สึกผิด

 

"ก็มาแล้วนี่ไง!!"  เสียงใสปลายหูโทรศัพท์เมื่อครู่  เปลี่ยนมาเป็นเสียงแสบแก้วหูที่เบื้องหลัง  พร้อมด้วยประเคนมือตบเบาๆที่ท้ายทอยอย่างเอ็นดู

 

"ฮึ่ยยยย!!!"  คิบอมสะดุ้งโหยงตกใจ

 

"ฮ่าฮ่า  น้องหน้าหล่อของฉันตกใจแล้วตลกชะมัด  ไปเร็ว  เดี๋ยวอาจารย์ป้าแกจะไม่ให้ลงเรียนเพิ่มซะก่อน"

 

 

 

>>Don't Love You, Anymore?? 

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."  เสียงหัวเราะดังขึ้นไม่รู้ต่อกี่รอบ  เมื่อกลุ่มเพื่อนสนิทกลับมาเจอกันอีกครั้ง  จนนักศึกษาคนอื่นๆในห้องเรียนแบบสโลป  อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเด็กหลังห้องเป็นระยะด้วยใบหน้าอมยิ้ม  ก็กลุ่มนี้เขาออกจะเป็นที่รู้จักโดดเด่นซะขนาดนั้น

 

"ขำตรงไหนวะ  เซ็งเลยนะเนี่ย  หน้าฉันเหมือนผู้หญิงตรงไหน  ออกจะเท่ห์"  หนุ่มน้อยผมสีน้ำตาลประกายส้มสว่างเอ่ยขึ้นเซ็งๆ  เมื่อเล่าถึงเรื่องถูกผู้ชายที่เจอกันในร้านทำผมเมื่อสองวันก่อนขอเบอร์ เพราะเข้าใจผิด  "เลิกขำเลย   คังอินขำยังพอว่าว่ะ  แต่นายสองคนอ่ะ  หัวเราะยังกับไม่เคยโดน"

 

ใบหน้าขาวที่หัวเราะเอิ๊กอ๊ากข้างกายหุบสนิททันที  "อ้าว  ไอ้นี่  อยากมีเรื่องเหรอ"  ดงเฮ  เพื่อนสนิทที่สุดแกล้งทำเข้มหาเรื่องเหมือนทุกทีก่อนจะโหม่งหัวใส่ด้วยความหมั่นเขี้ยวอีกที

 

"โหม่งเผื่อทีนึงดิ๊  ดงเฮ"  หนุ่มหน้าหวานอีกคนนั่งกอดอกอมยิ้ม  ไม่ใช่ว่าไม่เคยโดนทักผิดแบบนั้นสักหน่อย  แต่หมั่นไส้

 

"ใช่  อย่างซองมินน่ะไม่โดนทักให้อายแบบนั้นหรอก  แต่โดนลากขึ้นรถเลยต่างหาก ฮ่าฮ่าฮ่า"  คังอิน  เพื่อนอีกคนในกลุ่มแซวพร้อมหัวเราะร่า 

 

ซองมินตบปากเข้าให้ซะหนึ่งที  "เลิกพูดเรื่องบ้านั่นซะที!!"

 

 

เสียงหัวเราะยังดังต่อไป  เผยให้ความสัมพันธ์อันยาวนานตั้งแต่มัธยมปลายของกลุ่มเพื่อนที่ได้หวนคืนและแนบแน่นอีกครา 

ดงเฮและฮยอกแจสนิทกันตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย  แม้จะเรียนกันคนละห้องบ้างในบางปี  แต่เขาก็เรียนแผนวิชาเลือกเดียวกันมาตลอด  จนตอนนี้ก็ยังเลือกเรียนคณะเดียวกันเอกเดียวกันอีก  ฮยอกแจเชื่อมั่นเสมอว่าเขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่รู้สึกได้ก่อนใครถึงอารมณ์หรือความนึกคิดของดงเฮ  แม้ว่าดงเฮนั้นดูเหมือนจะมีกำแพงซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มสดใสนั้นอยู่บ่อยๆก็ตาม

ซองมิน  ใบหน้าน่ารักสมกับเป็นลูกคุณหนูนั้น  ช่างขัดกับความเป็นคนเอาจริงเอาจังมีเหตุผลและความเป็นผู้ใหญ่เหนือใครเหลือเกิน  แม้จะเรียนคณะเดียวกันกับดงเฮและฮยอกแจ  แต่ซองมินก็ชอบเลือกลงวิชาแปลกๆนอกคณะโดยให้เหตุผลว่า  คนไฮโซอย่างเขาจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ตั้งแต่ยังเยาว์

ส่วนอีกคน  หนุ่มร่างหนา  คังอิน  เขาได้ชื่อว่าอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงโดยไร้เหตุผลได้ง่ายมาก  แต่ก็เป็นคนที่อ่อนโยนและปกป้องเพื่อนมากเท่ากับความโมโหที่เขาจะสามารถมีได้เหมือนกัน  ถึงจะเป็นหนุ่มวิศวะต่างคณะ  แต่ก็เห็นหน้ากันจนจะกลายเป็นเพื่อนคณะเดียวกันอยู่แล้ว

 

จะว่าไป  เพื่อนเก่าก็ยังมีอีก... 

 

นั่งขนาบสาวน้อยหน้าห้องอยู่นั่น  กำลังส่งยิ้มหวานจนแก้มป่องดูทะเล้นคือเยซอง  เขาบอกว่าอยากจะเลิกคบไอ้กลุ่มเพื่อนนี่เหลือเกิน  เพราะว่ามันไม่ดีต่อการสื่อสารกับเด็กในเครือ  แต่เพื่อนๆนั้นรู้ดีว่า  แท้จริงแล้วเยซองกลัวความลับเรื่องสับรางรถไฟนี่จะรั่วไปถึงว่าที่แม่ทูนหัวของเขา  ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่คณะ  ดังนั้น  ถึงแม้เยซองจะอยู่คณะเดียวกันกับดงเฮ  ฮยอกแจ  และซองมิน  แต่ก็ชอบทำตัวห่างเหินแกล้งเนียนไปอย่างนั้น

อีกคนที่ไม่ได้มาลงวิชานี้ด้วย  ก็คือชินดง  จะเจอหน้ารายนี้ก็เมื่อว่างจากการเที่ยวและขลุกอยู่ในครัวนั่นแหละ  หนุ่มใหญ่คนนี้เรียนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมเพื่อเตรียมสืบทอดกิจการโรงแรมระดับต้นๆของเกาหลี  จึงใช้เป็นข้ออ้างว่าต้องไปทัศนศึกษาสร้างแรงบันดาลใจ

แม้จะกระจัดกระจายกันไป  แต่กิจกรรมคณะและชมรมก็พาให้พวกเขามาเจอกันอยู่เรื่อยๆ  สมัครใจบ้าง  บังคับบ้าง  ความสัมพันธ์ก็เลยแนบแน่นยาวนานมาจนป่านนี้

 

 

 

>>Don't Love You, Anymore?? 

 

"น่านะครับ  อาจารย์  ให้พวกเขาลงเพิ่มเถอะ  เรียนกันเยอะๆสนุกดี"  อิทึกลงไปนั่งกอดแข้งขาอาจารย์ป้า  หญิงร่างท้วมวัยกลางคนเพื่อขอร้องให้เปิดที่นั่งเพิ่มในวิชา แรงจูงใจ 

 

"คนมันเยอะแล้ว  อย่ามาเห็นว่าชั้นเป็นที่ปรึกษาเธอแล้วจะอ่อนให้นะ"  หญิงเลยวัยกลางคนท่าทางดุแกล้งขยับแว่นอ่านหนังสือไม่ใส่ใจ

 

"โธ่  ถ้าผมคิดงั้นคงไม่มานั่งอ้อนวอนหรอกครับ  เพราะเคี่ยวต่างหากถึงได้อ้อน  นะน๊าคร๊าบบบ...."

 

รุ่นพี่หน้าหวานยังคงคลอเคลียอาจารย์ไม่ห่าง  ผิดกับเจ้าตัวคนที่จะมาขอเพิ่มอย่างคิบอม  ที่ได้แต่มองยิ้มๆ

 

จริงๆคิบอมเองก็ไม่ได้อยากจะลงวิชานี้เท่าไหร่  เพราะเด็กคณะนี้ซึ่งก็รวมทั้งตัวเขาเองด้วยนั้นต่างก็รู้ดีว่าอาจารย์ป้าแกโหดแค่ไหน  แต่ด้วยเป็นวิชาบังคับของคณะที่ยังไงก็ต้องลง บวกกับรุ่นพี่อิทึกยังมาขอร้องให้ลงตัวนี้ด้วยกันซะเทอมนี้ให้มันขำๆ  จึงหลวมตัวมา  แล้วยังได้ยินว่าลากเด็กที่ชมรมการแสดงมาด้วยอีกกลุ่ม 

 

คิดไปคิดมา  คิบอมจึงเริ่มเหม่อออกนอกหน้าต่างอีกครั้ง

 

 "น้องๆ  อย่าเพิ่งหลอนครับ"  สำเนียงแปลกประหลาดพร้อมกับมือสะกิดที่แขนทำให้คิบอมเงยหน้าขึ้นมอง  รุ่นพี่ร่างใหญ่ตัวสูงกับรอยยิ้มอบอุ่นที่มีให้เสมอ  พี่ฮันกยอง

 

"หลอนบ้าอะไร  เขาเรียกเหม่อ!!!"  อิทึกหันมาแก้  "นายจะลงวิชานี้ก็เงียบไป  ฉันจัดการเอง  เออ...โทรตามไอ้น้องคยูด้วยคิบอม"

 

"นี่  ตกลงเพิ่มกันกี่คนเนี่ยอิทึก"  อาจารย์ป้าเริ่มงงกับอาการลูกศิษย์

 

"ถ้าเฉพาะที่ผมขอร้องอาจารย์ก็แค่ 3 คนเองครับ  พวกที่เหลือช่างเค้า  ไม่ต้องให้ลงหรอก  อิอิ"

 

 

 

 

>>Don't Love You, Anymore?? 



ผู้ช่วยอาจารย์สาวแต่ไม่สวยคนหนึ่งเข้ามาเพื่อชี้แจง พร้อมแจกเอกสารรายละเอียดวิชา Motivation แทนอาจารย์ป้าที่ยังคงถูกนักศึกษารุมตัวอยู่  ก่อนจะกลับออกไปนอกห้องอีกทีเพื่อหยิบเอาโหลจับฉลากแบ่งกลุ่ม  ทันทีที่ประตูปิดลงก็เกิดเสียงอึงอลดังขึ้นทั่วห้อง

 

ตามบัญชาอาจารย์ป้าผู้เป็นผู้สอนวิชานี้  ทุกสองสัปดาห์  นักศึกษาจะต้องทำการวิจัยย่อยๆซึ่งลักษณะการทำจะขึ้นกับหัวข้อที่จะเรียนในช่วงนั้นๆ  ทั้งนี้  ดูตามเอกสารประกอบการเรียนชี้แจง

และเพื่อเป็นการป้องกันการมั่วและเพื่อเพิ่มพูนสัมพันธภาพระหว่างคณะ  อาจารย์ป้าจะให้นักศึกษาทุกคนแบ่งกลุ่มโดยการจับฉลาก  และจะไม่มีการเปลี่ยนหรือย้ายกลุ่มตลอดเทอม

 

"จะบ้าตาย  ต้องส่งรายงานมันทุกสองอาทิตย์เลย"  นิ้วของซองมินออกแรงจิ้มตารางการส่งรายงานในเอกสารรายละเอียดวิชาแทบทะลุ

 

"เออ!!  ไหนพวกแกบอกว่าสบายไงหะ!!"  คังอินก็ฉุนเหมือนกัน

 

"อย่าว่าดิ  ก็พี่อิทึกอ่ะ  บอกว่ามันง่ายนี่นา"  ดงเฮทำแก้มป่องรู้สึกผิดใส่

 

"ช่ายยยย"  ฮยอกแจช่วยกันป่องแก้มอีกคน

 

"แล้วนายไปเชื่อพี่อิทึกเนี่ยนะ!!  พี่อิทึกเนี่ยอ่ะนะ!!"

 

ซองมินยืดตัวขึ้นกอดอก  "เอาเหอะคังอิน  ยังไงป้าแกก็ไม่ให้ถอนอยู่แล้ว  บ่นไปก็แค่นั้น  แต่จำไว้นะ  ถ้าเทอมนี้เกรดฉันตกล่ะก็  นายตายยยยยยย"  ไม่พูดเปล่า  ชี้หน้าคาดโทษดงเฮและฮยอกแจทำเอาสองคนคอตกกันเลย

 

กลุ่มเพื่อนยังคงเถียงกันต่อเล็กน้อย  จนเมื่อผู้ช่วยอาจารย์เปิดประตูเดินกลับมาพร้อมโหลใสเต็มไปด้วยฉลากสีขาวถูกม้วมเอาไว้ภายใน  เสียงอื้ออึงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

"ซองมิน"  หนุ่มตัวสูงจากกลุ่มหน้าห้องที่เยซองไปสมทบหันมากวักมือเรียก

 

ซองมินลุกขึ้นเก็บข้าวของของตัวเองลงกระเป๋าทันที  "ไปนั่งข้างหน้านะ"

 

"อ้าวเอ้ย!!  ไปไหน"  ฮยอกแจรั้งเพื่อนเอาไว้

 

"มีธุระ  กระชับสัมพันธ์"  ว่าแล้วก็เดินฉับๆลงไปนั่งข้างหน้าเรียบร้อย

 

"อีกละ"  สามหนุ่มที่เหลือพูดขึ้นพร้อมกัน

 

 

 

>>Don't Love You, Anymore??

 

หลังจากการจับฉลากเป็นที่เรียบร้อย  ผลปรากฏว่า  คังอินอยู่กลุ่ม 11  กลุ่มเดียวกับพี่อิทึกที่ยังไม่โผล่หน้าแต่ซองมินย่องมาจับฉลากให้  ตัวซองมินเองจับได้กลุ่ม 9  กลุ่มเดียวกับหนุ่มร่างสูงที่เขาไปนั่งด้วย  ส่วนฮยอกแจและดงเฮจับได้กลุ่ม 7 เช่นเดียวกับเยซอง

ดูเหมือนจะเรียบร้อยดี  แต่ปัญหากำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก

อาจารย์ ป้าเดินเข้ามาในห้องพร้อมรีบสั่งให้นักศึกษารีบแยกย้ายกันนั่งตามกลุ่ม  ตามที่ผู้ช่วยอาจารย์นำป้ายกลุ่มเล็กๆมาวางเอาไว้เป็นจุด  ก่อนจะสั่งการให้นักศึกษาที่ขอลงทะเบียนเพิ่มรีบเข้ามาในห้องเพื่อนั่งรวมกลุ่มที่แกจะจัดให้เองตามความพอใจโดยไม่พึ่งการจับฉลาก

อิทึกรีบผลุบ ตัวเข้ามาทางประตูด้านหลัง  แล้วแวะตรงกลุ่มที่คังอินนั่งอยู่  ย่อตัวลงน้อยๆข้างๆรุ่นน้องร่างใหญ่  "คังอิน  ไอ้หมวยจับฉลากให้ฉันได้กลุ่มไหน" 

คังอินเงยหน้าขึ้นนิดหน่อย  สบตาสีน้ำตาล  ก่อนจะตอบไปเรียบๆ  "ซองมินจับ  ได้กลุ่มนี้นี่แหละ"

อิทึกยืดตัวตรงทันที  "หื้อออ!!"

"อะไร"

"แล้วฉันจะพึ่งใครได้อ่ะ"

"หมายความว่าไง!!!"

เส้นเลือดที่ขมับเริ่มเต้นตุบๆ  เมื่อรุ่นพี่หน้าสวยแกล้งแหย่เขาได้ทุกทีที่เจอหน้า  จะสวนกลับรุนแรงก็ไม่ได้  จึงได้แค่ดึงแขนบางให้ลดตัวลงนั่งข้างๆ  พอดีกันกับที่สมาชิกใหม่ผู้ที่ขอลงทะเบียนเพิ่มอีกคนเดินเข้ามาสมทบ

"น้องคยู!!  อยู่กลุ่มเดียวกันเรอะ  ดีใจจัง  มีคนให้พี่พึ่งแล้วววว" อิทึกยังคงแกล้งไม่เลิก  ซ้ำร้ายยังยิ่งเสริมอารมณ์หงุดหงิดให้กับคังอิน

แววตาแข็งกร้าวมองตรงไปยังคยูฮยอนที่ยังคงงงกับสถานการณ์  "คิดว่าพึ่งมันได้ก็เอาสิ"  ถ้าไม่ใช่เพื่อน  คังอินไม่เคยไว้หน้าใครอยู่แล้ว

อ้าวเฮ้ย  กวนประสาทกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้าแบบนี้  ฟังแล้วมันจี๊ด  "พึ่งได้ยู่แล้ว  ใครๆก็ต้องพึ่งคนฉลาดทั้งนั้น"  ตอบกลับด้วยแววตาเย้ยหยัน

"เฮ่ย!!!"  คังอินลุกพรวดขึ้นมาตะคอกเสียงดัง  โชคดีที่อยู่หลังห้อง  ไม่งั้นคงเป็นเรื่อง

" หยุดๆ!!!"  อิทึกเริ่มคอกตกเพราะไม่คิดว่าความคะนองของตัวเองจะก่อเรื่องได้รวดเร็วปานนี้  พลันกดร่างหนาๆของคังอินให้นั่งลงเพื่อห้ามศึก  "คังอินใจเย็น  พี่ขอโทษนะ  อย่าโมโหเลยนะ  เพื่อนกันทั้งนั้น  นี่คยูฮยอนรุ่นน้องพี่ที่คณะ  ปี 2 เหมือนเราน่ะแหละ"  พูดเสียงนิ่มพลางลูบหลังเบาๆเพื่อผ่อนคลายรุ่นน้อง  "น้องคยู  นี่คังอินนะ  รุ่นน้องที่ชมรมพี่"  ตบบ่าคยูฮยอนเพื่อปลอบใจ  "อย่าทะเลาะกันนะ  เพื่อนกัน  รักกันๆ"

"หึ"  แค่นหัวเราะพร้อมกัน  เหมือนว่านัดกันมาก่อนงั้นแหละ

 



>>Don't Love You, Anymore??


ในขณะที่หลังห้องกำลังครุกรุ่น  หน้าห้องอาจารย์ป้าก็กำลังวุ่นวายเพราะนักศึกษาเริ่มออกันรอเลขที่กลุ่ม  ฮันกยองหนุ่มจีนรุ่นพี่ของคิบอมและคยูฮยอน  ก็กำลังยืนยิ้มแป้นให้อาจารย์ป้าดูหน้าเด็กหลักสูตรอินเตอร์ที่ขอมั่วมาลงเรียนกับเขาด้วย  ก่อนจะถูกส่งไปอยู่กลุ่ม 7  เช่นเดียวกับคิบอมที่ยืนอยู่ข้างหลัง

ฮันกยองเมื่อได้ยินเลขกลุ่มก็เดินตรงไปกลางห้องทันที 

"นั่นมันกลุ่ม 8 พี่!! เราอยู่กลุ่ม 7 นะครับ"  คิบอมรีบไปลากตัวรุ่นพี่เอาไว้ก่อนที่จะเลยเถิดไปใหญ่  ในใจก็สงสัยว่ารุ่นพี่คนนี้จะไม่รู้จริงๆหรือไงว่าอาจารย์พูดว่ากลุ่ม 7  แต่จะว่าไป  เด็กกลุ่ม 8 ก็น่ารักทั้งนั้น

เอ๊ะ...คงไม่ได้แกล้งโง่หรอกนะพี่

คิบอมติดตามลากตัวรุ่นพี่กลับมาจนไม่ได้สังเกตใครต่อใครในบริเวณนั้นเลย  รวมถึงสมาชิกกลุ่ม 7 ที่เขากำลังหันมาเผชิญหน้าด้วย 

ร่างสูงคมเข้มหันมามองสมาชิกกลุ่มของตนเป็นครั้งแรก  เกือบจะยิ้มออกมาในทันทีที่เห็นเยซองและฮยอกแจเพื่อนเก่าสมัยมัธยม

แต่ก็พลันเจ็บปลาบในอกขึ้นในทันทีที่เห็นอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่

คนที่เขาไม่อาจจะลืมได้ 

แก้มขาวนวลเจือเลือดฝาด  ดวงตาสีเข้มที่แฝงแววหม่นหมองนั้นหลุบมองทางอื่น 

ใครกันทำให้นายต้องลำบากใจขนาดนั้น  ฉันงั้นหรือ

 

 


>>Don't Love You, Anymore??

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

edit @ 12 May 2009 17:18:47 by ease supsnerv

edit @ 8 Jun 2009 10:31:07 by ease supsnerv

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile ไม่เคยอ่านเรื่องนี้แต่ก้อเป็นกำลังใจให้เน๊อ
เรื่องราวน่าติดตาม

อดีตหลังฝังใจอะไรหนอ ?

มาต่อไวๆ นะคะ (^-^)

#2 By beriberi (124.120.117.52) on 2009-03-24 21:45

เพิ่งเข้ามาอ่านจ้า

เนื้อเรื่องสนุกดีจัง อ่า เห็นใครหว่า

ติดตามต่อไปค่า

#3 By (125.27.206.168) on 2009-06-23 15:14

หวัดดีค่ะ
ขอติดตามอ่านด้วยคนนะ~~
เขียนหนุกมาเลยล่ะ
เราอ่านมาเยอะแล้ว แหะๆ
ทนไม่ไหวขอเม้นนะคะ ^^

big smile

#4 By LittlE PuPPy on 2009-07-26 22:12

เพิ่งเข้ามาอ่านจ๊ะ

เปิดเรื่องก็รู้สึกเจ็บปวดแล้ว

แต่มีขำๆกับเหล่าเพื่อนๆ รวมทั้งพี่ทึก

#5 By KoBRiin (124.120.88.6) on 2009-09-24 11:12

โอ้ วิชานี้น่าลงเรียนชะมัดเลยค่ะ มีแต่คนหน้าตาดี ๆ หล่อ ๆ 555++

คยูกี้ รักชีวิตตัวเองมากกว่านี้นิดนึง
อย่าไปแหย่หมีจ้ะ แรงมันผิดกัน
เก็บหุ่นชะลูดบวกกะหน้าหล่อ ๆ ไว้จีบสาวเหอะ

ทึกกี้ อิจเมจเหมือนตัวจริงเลยอ่ะ น่ารักมาก ๆ ค่ะ ชอบๆๆ

#6 By ~sand~ (222.123.220.235) on 2009-10-05 14:30