[YAOI] Fic [Kihae] : One Love Ch.2

posted on 28 Mar 2009 11:34 by easesupsnerv  in OneLove

 

One Love

Pairing: Ki x Hae

Chapter 02: Kick Back

Writer: ease supsnerv

Rate: PG 13

 

เรื่องที่ท่านกำลังจะอ่านต่อไปนี้  เป็นความบันเทิงสำหรับบุคคลผู้ชื่นชอบ Yaoi หรือ Boy's Love หากท่านไม่รู้จักและไม่ต้องการรู้จัก  กรุณาปิด

ทั้งนี้  โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะจ้ะ ^^

 

OL 02: Kick Back

By ease supsnerv

 

 

 

 

 

 

กับคนที่ผ่านพบ  ที่ได้พูดคุย  ต่อให้เรียกร้องพยายามเท่าไหร่  ก็คงได้ไปเพียงเศษเสี้ยวของหัวใจ

แต่กํบคนที่อยากจะหลีกหนีให้ไกล  คนที่ไม่อยากจะรัก

กลับเข้าครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง  กระทั่งลมหายใจ

เพียงสบสายตา  เพียงรับรู้ว่า  ข้างกาย  ยังมีกัน

ดงเฮนิ่งงัน  เมื่อเห็นร่างของอีกคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะยังไม่ทันสังเกตเห็นร่างบางของเขาที่กำลังสะท้านด้วยซ้ำ  แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว  ที่จะทำให้ดงเฮไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้อีกต่อไป  น้ำตาดูเหมือนจะรื้นขึ้นท้นขอบตาได้อย่างง่ายดาย

 

ฮยอกแจเห็นดงเฮหันหน้าหนีอย่างรวดเร็วจึงเงยหน้าขึ้นมองคนที่มาใหม่  ทันทีที่เห็น  เขาเอ่ยเรียกชื่อผู้ที่มาถึงนั้นเสียงอ่อน  เยซองแม้จะนั่งอยู่ข้างหน้า  แต่ชื่อนั้นก็ทำให้เขาอดที่จะมองดูด้วยไม่ได้

 

"คิม คิบอม"

 

ความทรงจำวันวานกำลังหวนคืน  ความรู้สึกทั้งหมดที่ถูกหลอมละลายและทิ้งให้จมปลักอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ  ในที่ที่คิดว่าไม่อาจมีสิ่งใดรบกวนได้อีกต่อไป  กำลังตื่นขึ้นอีกครั้ง

 

 

ความทุกข์  ความเศร้า  มือที่ปล่อยจากกัน  ความรู้สึกที่คิดว่าไม่อาจอยู่ได้อีกต่อไป

ความคิดถึง  ความอบอุ่น  สัมผัสอ่อนโยน  ความรัก

ทุกอย่าง  กลับมาแจ่มชัด  เหมือนผ่านพ้นไปเมื่อวันวาน

 

 

 

 

 

คิบอมหันมายังกลุ่มที่ตัวเองได้รับการกำหนดจากอาจารย์ป้าเจ้าของวิชา  และใบหน้าของเพื่อนเก่าสองคนที่เขาเห็นในตอนแรกนั้น  ก็เรียกรอยยิ้มที่ฉายบนใบหน้าของเขาได้ยากเย็นเหลือเกินให้ปรากฏขึ้น  แต่ทว่า  อีกคนที่นั่งอยู่เคียงข้างกัน  กลับทำให้ยิ้มอ่อนโยนถูกกลืนหายชั่วพริบตา

 

แม้เส้มผมที่เคยยาวคลอเคลียบ่านั้นจะถูกตัดจนสั้น  แม้ใบหน้าขาวนั้นจะไม่แม้เพียงชายตามอง  แต่เขาก็จำได้ในทันที  ร่างบอบบางของดงเฮ

 

รุ่นพี่ฮันกยองที่ถูกคิบอมลากให้กลับมายังกลุ่มที่ถูกต้องของตนเองเอียงคอมองรุ่นน้องอย่างสงสัยเพราะท่าทางที่เหมือนจะกลายเป็นตุ๊กตาหินไปเสียแล้ว  มือใหญ่ตบเบาๆที่แก้มเพื่อเรียกสติ  "คิบอม"

 

"หะ  ครับ"

 

ฮันกยองทั้งขมวดคิ้วทั้งยิ้มให้กับความเบลอของน้อง  ก่อนจะหันกลับมายิ้มหวานให้คนทั้งกลุ่ม  "สวัสดีครับ  น้องๆ  พี่ฮันกยองมาแล้วววว"  ร่างสูงถือโอกาสนั่งลงข้างกายของฮยอกแจที่ก็ทำหน้าตาค้างไม่แพ้คิบอม

แกล้งเรียกร้องความสนใจด้วยการชะโงกหน้าเข้าไปใกล้  "ไม่สนใจพี่หน่อยเหรอครับ  พี่หล่อกว่าคิบอมอีก"

 

ฮยอกแจแม้จะไม่ได้ตั้งใจฟังจนไม่รู้ความที่อีกคนพูดถึง  แต่ก็ได้ยินเสียงจึงหันมาสบตาเข้าอย่างจัง  ประกายวิบวับในดวงตาสีเข้มของรุ่นพี่เหมือนดูกำลังเล่นสนุกกับท่าทางของเขา  น่าแปลกที่มันชวนมองอยู่ไม่น้อย

 

"น่ารักจัง  ชื่ออะไรครับน้อง"

 

ฮันกยองชมด้วยชอบใจใบหน้าน่ารักเป็นธรรมชาติ  แต่ฮยอกแจที่ตอนนี้ได้ยินและเข้าใจชัดเจนกลับขมวดคิ้วพรึ่บเข้าหากัน  คนมองเห็นยิ่งน่ารัก  เลยเผลอหัวเราะเบาๆ

 

แต่ฮยอกแจไม่ได้ชอบใจด้วยเลย

 

เขาเมินหน้ารุ่นพี่  ก่อนจะยื่นแขนผ่านหน้าฮันกยองไปดึงศอกคิบอมเบาๆ

 

"เฮ้ย  นั่งลง"

 

คิบอมทรุดตัวลงนั่งข้างหน้ากับเยซอง  ตามที่ฮยอกแจร้องบอก  แต่ไม่พูดอะไรเลย  การกลับมาเจอกันอีกครั้งโดยไม่คาดคิดนี้ทำให้ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร  ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร  แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา  การได้พบอีกครั้งเป็นสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดก็ตาม

 

และท่าทางของอีกฝ่ายที่ดูทั้งอึดอัดทั้งไม่ต้องการเขานั้น  ยิ่งตอกย้ำให้เจ็บปวดหนัก  ให้เสียใจเหมือนที่ผ่านมา  ทั้งที่คิดว่าจะไม่เจ็บอีกต่อไป

 

เยซองเอ่ยทักขึ้นเบาๆ  "นายกลับมาเกาหลีตั้งแต่เมื่อไหร่"

 

คิบอมดูจะยังคงมึนงงกับเหตุการณ์  เขามองหน้าเยซองอยู่ชั่วครู่เหมือนกำลังพยายามทำความเข้าใจกับคำถาม  "ก็...นานแล้ว  ตั้งแต่จบไฮสคูล"

 

"งั้นเหรอ  ฉันไม่ได้ข่าวนายเลยนะ  แต่ก็อย่างว่าแหละนะ"  เยซองถอนใจเบาๆ  คิบอมเข้าใจในความหมายเป็นอย่างดี  เรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนที่เขาย้ายตามครอบครัวไปอเมริกานั้นช่างวุ่นวายและเจ็บปวด  "แต่นายดูดีขึ้นเยอะเลยว่ะ  ตัวสูง  คมเข้ม  หึหึ"

 

เพื่อนแก้มป่องตบบ่าของคิบอมเบาๆ  "เอาเหอะนะ  อย่าคิดมาก"

 

 

 

 

 

อาจารย์ป้าดูพอใจกับผลงานแบ่งกลุ่ม  และเริ่มส่งกระดาษให้นักศึกษาจดสมาชิกในกลุ่มส่งกลับคืน  ข้อแม้คือ  ห้ามเปลี่ยนย้ายกลุ่มตลอดเทอม  ซึ่งหมายถึงว่า  ทุกคนที่เผชิญหน้ากันอยู่ในกลุ่มขณะนี้  ไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ก็ตาม  ก็ต้องทนทำงานกลุ่มกันต่อไปจนจบเทอม

 

ส่งรายชื่อเสร็จก็เข้าสู่บทนำของรายวิชา  ยาวเหยียดและรายละเอียดมากมาย

 

"ฮยอกแจ  ดงเฮไม่สบายเหรอ"  ฮันกยองกระซิบถามเสียงเบาพลางพยักเพยิดหน้าให้ดู

 

ฮยอกแจกลับไม่หันตามแม้แต่น้อย  สายตายังคงมองสไลด์ที่อาจารย์อธิบายแน่วแน่  "ครับ"

 

"แน่ใจ??"

 

"ถ้าคิดว่าไม่ใช่แล้วจะถามทำไมตั้งแต่แรก"

 

รุ่นพี่หัวเราะในลำคอท่าทางชอบใจ

 

 

 

 

 

รายละเอียดที่อาจารย์ป้ากำลังพูดถึงตลอดชั่วโมงที่ผ่านมานี้  ดูเหมือนเข้าใจได้อย่างยากเย็น  ไม่ใช่ว่ามันยุ่งยาก  แต่เพราะใจคนที่ฟังต่างหากที่มันว้าวุ่นเสียเหลือเกิน  ดงเฮนั่งนิ่งไม่พูดอะไรออกมาอีกเลยตั้งแต่ที่เห็นคิบอม  มือเล็กพยายามยกปากกาทั้งที่ปลายนิ้วยังคงสั่นไม่หาย  แต่ก็ไม่อาจเขียนสิ่งใดลงไปในสมุดนั้น

 

ฮยอกแจผู้เป็นเพื่อนสนิท  ได้แต่แอบมองบางคราว  ด้วยรู้ดีว่า  เพียงแค่สัมผัสแผ่วเบา  ท่าทางเป็นห่วงเป็นใย  หรือแค่คำพูดปลอบโยนหนึ่งคำ  เพื่อนคนนี้ของเขาก็จะไม่อาจทนได้อีกต่อไป  เสมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

 

"...วันนี้พอแค่นี้  อาทิตย์หน้า  อย่าสายล่ะ"  อาจารย์ป้ากำชับ  ก่อนจะปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คและเก็บเอกสารบนโต๊ะลงกระเป๋าใบใหญ่

 

ดงเฮเก็บของทุกอย่างรวดเร็วก่อนจะเร่งรีบออกจากห้อง

 

ฮยอกแจได้แต่มองตามร่างของดงเฮพ้นประตูออกไปโดยไม่คิดติดตาม  เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะยิ่งรังแต่หนีเท่านั้น

"มันเป็นอะไรของมัน  พวกนายทะเลาะกันอีกแล้วเรอะ"  คังอินเดินมาจากหลังห้อง  แขนใหญ่ยกขึ้นคล้องขอบ่าของเพื่อนที่ตัวเล็กกว่า  "ว่าไง  ฮยอกแจ"

 

พอดีกับที่คำตอบก็ปรากฏขึ้นโดยที่ฮยอกแจไม่ต้องตอบ  จากเสียงของซองมินที่เดินมาร่วมสมทบ

 

"เฮ้ย!!!  นาย!!!  คิบอมจริงๆนี่นา!!!"  เสียงพูดเจือน้ำเสียงดีใจของซองมินดังขึ้น  ชื่อที่เอ่ยขึ้นมานั้น  ทำให้ร่างหนาหันไปมองในทันที

 

คังอินเพ่งมองซองมินกำลังกอดทักทายกับเพื่อนเก่าร่างสูง  ผิวเข้มกับท่าทางสุดเซอร์  ไม่ผิดคนแน่

 

"เวรแล้ว"

 

คังอินอุทาน  ฮยอกแจพยักหน้าเห็นด้วย

 

"งั้นเมื่อกี๊นี้..."

 

ฮยอกแจพยักหน้าอีกครั้ง

 

"แล้วจะเอาไงวะ"

 

ฮยอกแจส่ายหน้าหงึกหงัก

 

 

 

 

 

"โหย  หล่อว่ะ  ขอเอาไปควงแทนคังอินได้ป่ะเนี่ย  ฮ่าฮ่า"  ซองมินหัวเราะร่า

 

คิบอมยกยิ้มเล็กน้อย  ก่อนจะหันไปทางคังอิน  พยักหน้าเบาๆทักทาย

 

"คิบอม"  คังอินพยักหน้ากลับคืน  "น้อยๆหน่อยเหอะ  ซองมิน  ฉันหล่อกว่าตั้งเยอะ"

 

ซองมินทำหน้าเลี่ยน  "แหวะ"

 

ฮยอกแจรั้งร่างหนาของคังอินที่แกล้งถลาหาเรื่องใส่ซองมินเอาไว้  ก่อนจะเริ่มพูดอย่างจริงจัง

 

"เฮ้ย  มาคุยกันก่อนดีกว่าว่ะ" ความที่เป็นห่วงเพื่อนอีกคนที่หนีออกจากห้องไปแล้ว  จึงคิดเห็นว่าควรที่จะได้คุยกันให้รู้เรื่อง  เรื่องราวที่เกิดขึ้นและการก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

 

"ไม่เหมาะมั้ง  ที่นี่"  แววตาของซองมินดูเป็นประกายจริงจังขึ้นมาในที  "คืนนี้เป็นไง"  ถึงแม้จะดูภายนอกว่าเขาขี้เล่น  น่ารัก  แต่จริงๆแล้ว  ซองมินคนนี้เห็นอะไรละเอียดลึกซึ้งมากกว่าที่คิด

 

 

"วอล์คอินดรีม  ทุ่มตรง"

 

 

เป็นอันตกลงเมื่อเพื่อนทั้งสี่ตัดสินว่าจะถกปัญหากันคืนนี้ให้เรียบร้อย

 

ซองมินยิ้ม  แต่แววตาอดห่วงเพื่อนร่างสูงตรงหน้าไม่ได้  ก้มดูนาฬิกาอีกครั้งก่อนจะเอ่ยปากขอตัว  "ไปก่อนนะ  เดี๋ยวเจอกันคืนนี้"

 

มือเล็กเอื้อมคล้องกับแขนหนาของคังอินก่อนจะหันหลังตามฮยอกแจที่นำออกไปก่อน  ร่างบางหันมายิ้มอีกหน  สายตาเหลือบไปเห็นอีกคนที่เดินมาสมทบกับคิบอมที่นั่งนั่งหน้านิ่ง  ก็ไม่ลืมที่จะสิ่งยิ้มทักทายแม้ไม่รู้จักก็ตาม 

หารู้ไม่ว่ายิ้มอ่อนหวานนั่นปักลงกลางใจหนุ่มร่างผอมผู้มาใหม่ในทันที

 

"น่ารักชะมัดเลย  เพื่อนนายเหรอคิบอม"  คยูฮยอนพูดรวดเร็ว  มือดึงเสื้อคิบอมยิกๆ

อีกฝ่ายพยักหน้าตอบ

 

"แนะนำให้รู้จักหน่อยดิ  เฮ้ย...ว่าแต่เป็นบ้าอะไรวะ  ทำหน้าเป็นหมาหงอย"

 

"สงสัยเจอโจทก์เก่าแหงเลย"  ฮันกยองที่นั่งอยู่ด้านหลังมาตลอด  และดูเหมือนจะถูกเมินมาเป็นระยะเวลาหนึ่งจากรุ่นน้องทั้งกลุ่มเปรยขึ้น

 

"จิงดิพี่  ใครวะคิบอม"

 

คนถูกถามนั่งนิ่ง

 

"น้องคยู  ช่างคิบอมมันเถอะ  คืนนี้พาพี่ไปเที่ยวดีกว่า"

 

 

 

 

 

ช่วงบ่ายหลังจากจบคาบเรียนที่ดึงเอาพลังใจของคิบอมหดหายไปแทบสิ้นนั้น  เขากับคยูฮยอนชวนรุ่นพี่อิทึกมานั่งหลบลมหนาวในร้านอาหารและของว่างที่ตั้งกลางแจ้งอยู่มุมหนึ่งของคณะ  ร้านสีขาวขนาดไม่ใหญ่นักถูกปกคลุมด้วยไม่ใหญ่จนร่มรื่น  ภายในร้านตกแต่งด้วยโต๊ะเก้าอี้และของอื่นในโทนสีน้ำตาล  แซมด้วยดอกไม้สีขาวและใบไม้เขียวที่ตั้งอยู่แทบทุกมุม  ด้านข้างภายนอกร้านด้านหนึ่ง  ถูกจัดเป็นที่นั่งกลางแจ้งสำหรับชมบรรยากาศ  แต่น้อยคนนักที่จะเลือกนั่งตากลมในวันที่ลมเย็นบาดเนื้อพัดอื้ออึงแบบนี้  ซึ่งก็รวมถึงทั้งสามหนุ่มที่หย่อนตัวนั่งลงที่มุมหนึ่งภายในร้าน  โต๊ะถูกปูด้วยผ้าขาวต้องกระทบด้วยแดดสว่างภายนอกที่ส่องสว่างลอดร่มไม้ทอดเข้ามา

 

 

RRRRR~

 

"ครับ"

 

"คิบอม  อยู่ไหน  จะไปหา"  ปลายเสียงโทรศัพท์เอ่ยเสียงใส

 

"ซีเอคาเฟ่"

 

"โอเค  รอแป๊บนะ"

 

มือใหญ่กดวางสายก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ  ลมหนาวที่พัดหวีดหวิวภายนอกร้าน  มองผ่านกระจกใส่ที่บดบังนี่ก็ยังดูเหมือนว่าจะหอบเอาความเย็นเข้าสู่ดวงใจของเขาไปด้วย

 

แต่คิบอมก็เยือกเย็นอย่างนี้เสมอ

 

"ใครโทรมา"  คยูฮยอนที่นั่งข้างๆถาม

 

"พี่ฮีชอล"

 

ดวงตาสวยที่นั่งฝั่งตรงข้ามตวัดหันมามอง  เมื่อลดเมนูในมือลงเพื่อจะมองหน้ากันให้ถนัด

 

"ถามจริงๆเหอะ  นายกับฮีชอลเป็นอะไรกัน"

 

คิบอมทำหน้าตกใจระคนไม่เข้าใจ  "ไม่ได้เป็นอะไรกัน  ก็แค่รุ่นพี่รุ่นน้อง"

 

"ฉันเห็นมันมาขลุกอยู่กับนายทุกวันเลย"

 

คยูฮยอนเพื่อนสนิทที่สุดพยักหน้ายืนยันอีกคน

 

"แล้วจะให้ผมไล่พี่เขาหรือไง"

 

คิ้วเรียวขมวดลงเล็กน้อย  ไม่แน่ใจว่ารุ่นน้องของเขาคนนี้คิดยังไง  "นายรู้ใช่มั๊ยว่าฮีชอลชอบนายน่ะ"

 

"รู้  แต่ผมไม่ได้คิดอะไร"

 

"แล้วแบบนี้เขาเรียกให้ความหวังรึเปล่า"  คยูฮยอนถามย้ำ  เพราะเห็นความสัมพันธ์ของรุ่นพี่รุ่นน้องคู่นี้แล้วรู้สึกว่ามันดูจะเลยเถิดได้ง่าย  พี่ฮีชอลที่ได้ชื่อว่าหนุ่มหน้าสวยของคณะคนนี้  ใครๆก็รู้ว่าตามติดคิบอมอยู่นานแล้ว

 

คิบอมไม่ตอบ  จริงอยู่ที่เขาเคยคิดว่าการกระทำของเขาแบบนี้  อาจทำให้ฮีชอลยิ่งถลำลึกในความรู้สึกที่มีให้  แต่จะทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม  ในเมื่อที่ผ่านมา

 

เขาบอกกับรุ่นพี่คนนี้มาไม่รู้กี่ครั้งว่า  เขาไม่เคยคิดอะไรและมันเป็นไปไม่ได้  แต่ฮีชอลก็ตอบกลับมาเหมือนกันทุกครั้งว่า  ไม่เป็นไร

 

สาวเสิร์ฟในชุดฟอร์มสีน้ำเงินเข้มเดินเข้ามารับออร์เดอร์  ชื่อร้านที่แกะสลักลงบนเข็มกลัดโลหะที่ติดอยู่บนเสื้นั้นส่องประกายแวววาว  เธอค่อยจดรายการลงไปในสมุดเล่มเล็ก

 

เมื่อครบถ้วน  ร่างเล็กหันหลังกลับ  ดวงตาเด็กสาวหันมองตามเมื่อสวนกับร่างผอมบางของหนุ่มหน้าหวานคนหนึ่งที่เดินเข้ามานั่งยังโต๊ะที่เธอเพิ่งจะผละมา  ผมสีน้ำตาลเข้มประบ่าพริ้วไหว  รับกับรอยยิ้มหวานที่ระบายเต็มใบหน้าขาว  แต่เสน่ห์จากท่าทางมั่นใจนั่นก็ดึงดูดชวนมองไม่แพ้กัน

 

"รอนานรึเปล่า"  เสียงสดใสเอ่ยถามเมื่อทรุดตัวนั่งข้างๆอิทึก  ดวงตาปรายมองทุกคนที่โต๊ะ  ก่อนจะหยุดลงเมื่อสบกับร่างใหญ่ตรงข้าม

 

ใบหน้าเรียบเฉยของคิบอมส่ายเบาๆ  ก่อนเอ่ยถาม  "สั่งอะไรไหม"

 

"ไม่หล่ะ  กินมาแล้ว  แค่อยากมาเจอ"

 

 

 

 

 

ดงเฮห่อไหล่พาร่างกายที่หนักอึ้งมาถึงหอพักจนได้  ริมฝั่งแม่น้ำที่ทอดตัวยาวทางด้านหลังหอพักขนาดย่อมแต่ดูสวยงามทันสมัยนั้นช่างดูสงบเยือกเย็น  ผิดกับใจผู้ที่ปรายตามองที่ร้อนรน

 

ห้องพักไม่กี่ห้องเรียงรายบนอาคาร 5 ชั้น  แต่ละชั้นมีระเบียงเปิดกว้างเพื่อมองเห็นสายน้ำกว้างที่ไหลเอื่อยทางด้านหลัง  แม้พื้นที่ใช้สอยไม่มาก  แต่ก็พอดิบพอดีกับชีวิตหนึ่งที่อาศัยหลับนอน  ดงเฮเดินผ่านคุณป้าผู้ดูแลหอพักซึ่งหลับงีบอยู่ในห้องแม่บ้านติดกับประตูกระจกทางเข้าอย่างเงียบเชียบ  เท้าหยุดอยู่ที่หน้าลิฟท์  กดนิ้วลงไปเพื่อเรียกลิฟท์และรอ

 

เสียงสัญญาณบ่งบอกว่าลิฟท์มาถึง  ทันทีที่หลังบางแนบสนิทกับผนังลิฟท์ด้านหนึ่งอย่างอ่อนล้า  น้ำตาก็เอ่อท้นอย่างสุดจะอดทน  ใบหน้าเศร้าเงยขึ้นเพื่อบังคับไม่ให้น้ำใสหยดลงมา

 

ลิฟท์หยุดที่ชั้น 5 บนสุด  เขาก้าวออกมา  ใบหน้าก้มลง  น้ำใสหนึ่งหยดหล่นร่วง  ทำให้มือใหญ่ของคนที่เดินสวนมาหยุดและรั้งแขนบางของดงเฮไว้เต็มแรง

 

"ร้องไห้ทำไม"

 

ดงเฮเงยหน้าขึ้นตกใจ  เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่รั่งตัวเองเอาไว้ก็ส่ายหน้าตอบโดยที่ในใจไม่รู้จะแก้ตัวว่าอะไร

 

"ไม่ร้องได้ไง  ก็พี่เห็นอยู่"  เสียงใหญ่เริ่มดุ  ด้วยเพราะห่วงคนตรงหน้าที่แสนจะปากแข็ง

 

ดงเฮฝืนยิ้มยากเย็น  ก่อนจะแกล้งพูดเสียงกลั้วหัวเราะ  "พี่ยุนโฮ  ผมโดนไอ้ฮยอกแจแกล้งอ่ะ  ไปจัดการให้หน่อย  มันเอาอะไรไห้กินไม่รู้  อ้วกออกมาเลยเนี่ย"

 

ยุนโฮเลิกคิ้วเหมือนจะไม่เชื่อ  แต่เสียงบ่นงอแงของร่างเล็กตรงหน้าไม่หยุดก็ทำให้ใจอ่อนลง  รอยยิ้มระบายขึ้นก่อนจะเอื้อมไปลูบหัวน้องเบาๆ  "ถ้าเล่นกันก็แล้วไป"

 

"ไม่จัดการให้แล้วเหรอ"

 

ร่างใหญ่ส่ายหน้า  ก่อนจะหันหลังเดินจากไป  มือโบกลาเบาๆ

 

เห็นว่าการตบตาของตัวเองได้ผล  รอยยิ้มที่แสร้งขึ้นก็หายวับ  เหลือเพียงน้ำตาของจริงที่ยังไหลไม่หยุด

 

เขาสาวเท้าไปยังห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว  มือสั่นหยิบลูกกุญแจขึ้นมาไขก่อนจะลอดตัวเข้าไป

 

ห้องที่คุ้นเคย  สถานที่ที่ปลอดภัย  แต่วันนี้มันช่างเงียบงันเหลือเกิน

 

ดงเฮผ่านเข้าไปยังห้องที่ถูกแบ่งเป็นสัดส่วน  เตียงสีขาวตรงหน้าดึงให้ร่างบางทรุดตัวลงนอน  ใบหน้าแนบกับหมอนแน่นเพื่อกักเสียงสะอื้นบางเบา

 

 

นานเหลือเกิน  เวลาที่ไม่อยากนึกจดจำนั้น  ผ่านมาจนคิดว่าไม่มีใจ

แต่ทำไมตอนนี้  เมื่อเขากลับมา...

ทำไมยังเจ็บอีก  ทำไมยังเศร้าอีก  ทำไมยังร้องไห้ 

 

ทำไมยังรัก...

 

 

 

 

กลุ่มเพื่อนเป็นอันตกลงที่จะพบกันคืนนี้  ที่ร้านอาหารชื่อ  วอล์คอินดรีม  ร้านบรรยากาศสบาย  ไม่อึกทึก  เหมาะที่สุดกับคนที่ต้องการพูดคุยจริงจัง  ด้วยมีเรื่องสำคัญที่ต้องพูดกันให้จบ  ในเมื่อการกลับมาเจอกันนี้อาจทำให้เรื่องกลับแย่เหมือนที่ผ่านมาอีกครั้ง

 

เพื่อนทุกคนต่างรู้ดี  เรื่องราวตอนที่คิบอมต้องไปอเมริกา  ความหนักอึ้งของสถานการณ์ที่เลวร้าย

 

มือใหญ่วางโทรศัพท์  ก่อนหันมาหาเพื่อนตัวเล็กที่นั่งจิ้มสลัดทั้งที่ตายังคงพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ไม่เลิก

 

"เยซองไม่มาแล้ว  มันจะพาแม่ไปเดท"

 

ซองมินหัวเราะพรืด  แล้วพยักหน้า

 

พนักงานเดินเข้ามาและวางเหยือกเบียร์ลงเบาๆบนโต๊ะ  คังอินยิ้มขอบคุณก่อนจะยกเหยือกเทน้ำสีใสลงแก้วทั้งสองช้าๆ

 

 

 

ฟองสีขาวก่อตัวจรดขอบแก้วทรงสูง  หยดน้ำเกาะพราวทั่วแก้วเป็นประกายในยามที่แสงสว่างสลัวเช่นนี้  หน้าต่างกระจกที่กรุรอบร้านช่วยทำให้บรรยากาศร้านปลอดโปร่งเบาสบาย  ขับกับแสงไฟเรืองด้านนอกของเมืองแห่งราตรีที่เพิ่งตื่นขึ้น

 

พื้นที่ของร้านถูกแยกเป็นสัดส่วนสำหรับการจัดตกแต่งที่แตกต่างกันให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ลกลุ่ม  หากต้องการความเป็นส่วนตัวไม่วุ่นวาย  ฝั่งซ้ายของร้านดูจะเหมาะที่สุด  โต๊ะตั้งห่างกัน  ทั้งยังมีของตกแต่งและไม้ประดับปกป้องความเป็นส่วนตัว

 

ฮยอกแจที่เพิ่งมาถึงนึกได้ดังนั้น  ก็ก้าวเดินเข้าร้านอย่างไม่ลังเล  มือซ้ายยังคงจับโทรศัพท์มือถือแนบหู  ก่อนจะตัดสินใจเก็บมันลงกระเป๋า  ปลายสายที่ต่อถึงดงเฮไม่ยอมรับโทรศัพท์ตั้งแต่กลางวัน

 

เขาส่ายหน้าเบาๆก่อนจะมองหาโต๊ะที่ต้องการ  เมื่อเห็นมือของเพื่อนที่โบกเรียกเขาก็เดินเข้าไปทันที  ทรุดตัวลงนั่งท่าท่างเหน็ดเหนื่อย  ก่อนจะอธิบายสั้นๆตามที่ใบหน้าอยากรู้ของเพื่อนอีกสองคนคาดคั้น

 

"ดงเฮไม่รับโทรศัพท์เลย  แต่คงอยู่ที่หอมันแหละ  ขับรถผ่านเห็นไฟเปิดอยู่"

 

"แล้วทำไมนายไม่ขึ้นไปดู  เกิดมันเป็นอะไรไปทำไง"  คังอินโวยวาย

 

"เฮ้ย  ไม่หรอกน่า  เรื่องมันก็นานมาแล้ว"  ซองมินพูดขึ้น  วางมือลงบนบ่าเพื่อนสนิทเพื่อบอกให้ใจเย็น

 

"จริงๆฉันก็ห่วงอยู่  ท่าทางมันเมื่อเช้าดูไม่ต่างจากตอนนั้นเลย  แต่ก็หวังล่ะนะว่ามันจะดีขึ้น  ที่สำคัญ  มันไม่รับโทรศัพท์แล้วใครจะพาฉันเข้าหอมันวะ  นายก็รู้มันต้องใช้คีย์การ์ด!!"

 

คังอินหัวเราะ  ที่เป็นห่วงจนลืม

 

แต่แล้วซองมินก็ยกมือขึ้นปราม

 

"หยุด  คิบอมมาแล้ว"

 

ร่างสูงผิวคมเข้มดูจะหม่นเศร้ายิ่งกว่าช่วงเช้า  เวลาที่ผ่านไปช้าๆนี้กลับยิ่งตอกย้ำความคิดให้จมอยู่กับความรู้สึกเดิม  จนแทบทนอยู่ไม่ไหว

 

คิบอมยิ้มไม่ออก  เขานั่งลงข้างฮยอกแจ  คังอินวางแก้วเบียร์เต็มแก้วใบใหม่ลงตรงหน้าเขาทันที

 

เขาส่ายหน้าไม่ต้องการเมื่อซองมินถามว่าจะทานอะไรหรือเปล่า  จิบเบียร์ช้าๆเพื่อสงบจิตใจว้าวุ่น

 

กลุ่มเพื่อนชวนถามโน่นนี่ไปเรื่อย  ชีวิตความเป็นอยู่ที่อเมริกา  เรื่องเล่าสนุกๆของเพื่อนเก่าที่แยกย้ายกันไป  เรื่องจิปาถะทั่วไป  เหมือนจะหาทางหลีกเลี่ยงประเด็น   จนในที่สุด  ฮยอกแจก็เริ่มขึ้นเป็นคนแรก

 

"ถามนายตรงๆเลยนะ  มันเกิดอะไรขึ้นตอนนั้น  นายกับดงเฮ"

 

คิบอมนิ่ง  เหมือนทำใจและรู้ดีว่าคำถามนี้ต้องถูกเอ่ยขึ้นในคืนนี้อย่างแน่นอน  มือใหญ่วางแก้วลงบนโต๊ะ  สายตาเข้มหลุบลงต่ำ  ไล่มองหยดน้ำที่เกาะพราวบนแก้วรวมตัวกันหล่นร่วง

 

"เขาไม่เคยเล่าให้นายฟังเหรอ"  เอ่ยถามแผ่วเบา  เหมือนนี่คือเรื่องที่อ่อนไหวสำหรับจิตใจของเขาเหลือเกิน

 

"ฉันเอง...จนตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจ"

 

 

 

ดงเฮยิ้มง่าย  แต่ยิ้มที่น่ารักที่สุดมีให้กับคิบอมเท่านั้น  ในขณะที่การมีดงเฮอยู่ตรงหน้า  ก็ทำให้คนหน้าตายอย่างคิบอม  เผยรอยยิ้มได้ตลอด

 

แม้ไม่ต้องจับมือ  ไม่ต้องอวดใครว่ารักกันขนาดไหน  แต่มันชัดเจน  คิบอมรักดงเฮ  และดงเฮก็รักคิบอม

 

แต่แล้ววันหนึ่ง  ข้างกายของทั้งสองกลับโดดเดี่ยว  รอยยิ้มเหือดหาย  ไม่มีคำอธิบาย  ไม่มีเหตุผล  ไม่มีใครรู้

 

 

 

"แล้วนายจะเอาไง  จะให้เป็นแบบนี้เหรอ"  คังอินถาม  หลังจากที่ทั้งกลุ่มเงียบงันมานาน

 

คิบอมคิด  แต่ก็ไม่อาจพูดอะไร

 

ฮยอกแจเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้  แววตาจริงจังมองสบตาคิบอมตรง  "ถามจริง  นายยังรักดงเฮอยู่หรือเปล่า"

 

คิบอมแค่นหัวเราะ  มือขยี้ผมให้ปรกหน้าผากของตนเองมากยิ่งขึ้น  "มันจะทำได้เหรอ  เลิกรักดงเฮน่ะเหรอ"  เขาหยิบแก้วเบียร์ขึ้นดื่มรวดเร็ว

 

"ฉันเคยคิดนะ  ว่ามันอาจจะเปลี่ยนไป  แต่ในใจมันก็หวังมาตลอดว่าจะได้กลับมาเจอเขาอีก  แล้ววันนี้มันก็ย้ำชัดให้รู้ตัวแล้ว  ว่าฉันไม่เคยลืม  ไม่เคยเปลี่ยน  ฉันรักดงเฮ"

 

 

 

 

 

ฮันกยองถอนหายใจพรืดใหญ่

 

ก่อนที่พรืดที่สองตามมา  เสียงคุ้นเคยของรุ่นน้องก็ดังขึ้นเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ

 

"พี่ฮันกยอง  นั่นมันไอ้คิบอมนี่"  คยูฮยอนที่เพิ่งกลับมาจากภารกิจตามรับรุ่นพี่เหลือบเห็นโต๊ะถัดไป  ด้วยแนวกระถางไม้ตกแต่งที่ตั้งแบ่งสัดส่วนพื้นที่นั่งในร้านช่วยพรางตัวไม่ให้โต๊ะถัดไปเห็นตัวได้เป็นอย่างดี  คิบอมรวมทั้งเพื่อนคนอื่นๆจึงไม่รู้เลยว่าฮันกยองนั่งเงียบอยู่ตรงนี้มาตั้งนานแล้ว

 

รุ่นพี่ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากทำเสียงจุ๊เพื่อปรามเสียงน้อง  แต่ก่อนที่คยูฮยอนจะถามเหตุผล  ฮันกยองก็ชิงถามก่อน

 

"ซีวอนล่ะ"  เอ่ยถามถึงเพื่อนร่วมคณะอีกคน  คนที่ขอร้องแกมบังคับให้คยูฮยอนขับรถไปรับเพื่อมาที่นี่ด้วย  จนต้องทิ้งฮันกยองให้นั่งคนเดียวอยู่นานสองนาน

 

คยูฮยอนส่งสายตาไปทางด้านหลังให้ฮันกยองมองตาม  ชายร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาเหมือนเจ้าชายกำลังอมยิ้มเดินเข้ามา

 

"ไง"  ซีวอนที่ยืนรออยู่ร้องทักพร้อมตบบ่าฮันกยองเบาๆ

 

"ก็แล้วไงล่ะ  ไอ้พวกเรียกร้องความสนใจ"

 

ซีวอนทำท่าแกล้งตบหัว  ฮันกยองก็เฉยไม่สนใจ

 

"ว่าไปก็จริงแหะ  พี่ซีวอนชอบเรียกร้องความสนใจ"  คยูฮยอนคิดแล้วพยักหน้าเห็นด้วย

 

"มันเป็นกับแค่บางคนเท่านั้นแหละ"

 

"หุบปากเลยไอ้ฮัน  ว่าแต่ทำไมนายต้องไม่ให้คิบอมมันรู้ด้วยว่าเรานั่งอยู่นี่"

 

ฮันกยองเงียบจนซีวอนต้องถามซ้ำ

 

"เฮ้ย  ถามน่ะ  ทำไมไม่ได้ยินรึไง"

 

"ฉันทำงั้นเหรอ  ห้ามไม่ให้คิบอมรู้เหรอ  บ้ารึเปล่า"  ฮันกยองตอบก่อนลุกขึ้นพรึ่บเดินตรงไปที่โต๊ะที่พูดถึงทันที

 

"เฮ้ย!!!!"  ฮยอกแจร้องเสียงดัง  เมื่อเห็นรุ่นพี่ที่ไม่ค่อยจะถูกชะตานักมายืนอยู่ข้างโต๊ะ  "พี่มาได้ไง"  คิบอมอ้าปากเหวอ  ส่วนคังอินและซองมินก็ได้แต่งง

 

"บังเอิญ"  ตอบด้วยรอยยิ้ม

 

"จริงอ่ะ"  ถามไม่นึกเชื่อใจคำพูดของรุ่นพี่  เรื่องที่คุยกันเมื่อครู่ก็ใช่ว่าจะกระซิบกระซาบ

 

แต่ฮันกยองก็ตอบแค่รอยยิ้มเรียบๆเท่านั้น  ก่อนจะหันไปหาคิบอม

 

คิบอมถอนใจเหน็ดเหนื่อยก่อนจะแนะนำเพื่อนๆให้รู้จักรุ่นพี่ฮันกยอง  เด็กภาคอินเตอร์  รุ่นพี่ที่คณะนิเทศน์  คยูฮยอนเหลือบเห็นซองมินจึงรีบมาร่วมวงด้วย  ตามติดด้วยซีวอนอีกคน  จนเป็นว่าได้รู้จักกันครบถ้วน

 

จะมีก็คังอินกับคยูฮยอนที่ยังคงขู่ใส่กันไม่เลิก  ด้วยซองมินยังคงยิ้มน่ารักพิมพ์ใจเช่นเดิม  คยูฮยอนจึงหาจังหวะรู้จักชวนถามโน่นนี่ไปเรื่อย  แต่ก็โดนคังอินขัดเอาทุกครั้ง

 

"เดี๋ยวพี่กลับก่อนดีกว่า  เราก็อย่ากลับกันดึกนักล่ะ"  ฮันกยองบอกน้องๆหลังจากที่พูดคุยอยู่ครู่หนึ่ง  มือใหญ่เริ่มลากเอาซีวอนและคยูฮยอนกลับด้วย

 

 

 

คยูฮยอนรีบดึงเสื้อฮันกยองเอาไว้แล้วกระซิบรวดเร็ว  "ไปแล้วเหรอพี่  ผมเพิ่งคุยกับซองมินได้นิดเดียวเอง"

"เฮ้ย  เอาน่า  เดี๋ยวก็ได้เจอกันบ่อยๆ"  คยูฮยอนทำท่าอิดออด

 

"ใคร  คนไหน  น้องคยู"  ซีวอนถามเสียงเรียบ  คยุฮยอนจึงรีบแอบชี้ชวนให้มองคนที่เขาบอกว่าน่ารัก

"อืม  น่ารักอย่างที่เราว่า"  ซีวอนเห็นด้วย  แต่ท่าทีก็ไม่รู้กระตือรือร้นนัก

 

ฮันกยองตบหัวเพื่อนเบาๆ  "กลับบ้านไปเลยซีวอน  ไอ้โกลเด้นเอ๊ย"  ซีวอนกึ่งเข้าใจและไม่เข้าใจในสิ่งที่ฮันกยองพยายามจะพูด  แต่ไอ้โกลเด้นนี่มันคืออะไรวะ

 

"กลับได้ไง  ฉันเพิ่งออกจากบ้านมาเองนะ  งั้นเอางี้  เดี๋ยวฉันไปส่งนายที่หอ  แล้วเราค่อยไปต่อกันนะคยู"

"ไม่เอา!!  ถ้าพี่ไม่อยู่ที่นี่กันผมก็จะกลับบ้านอ่ะ"

 

"ได้ไง  พี่ยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ  คยูต้องรับผิดชอบที่พาพี่ออกมาสิ"

 

"ผมไม่ได้ชวนมาซักหน่อย  พี่เองน่ะแหละ  บังคับให้ผมไปรับ"

 

"ก็พี่เบื่อบ้าน  คยูก็รู้"

 


คยูฮยอนใจอ่อนกับเหตุผลนี้ทุกครั้ง

 

ซีวอนเป็นลูกชายคนเดียว  บ้านรวยมากเพราะธุรกิจขนาดใหญ่  พ่อแม่ช่วยกันทำงานเสียจนต้องทิ้งเขาให้อยู่คนเดียวในบ้านหลังกว้างมาตั้งแต่เด็ก  ไม่แปลก  ที่ซีวอนจะบ่มเพาะนิสัยเรียกร้องเอาแต่ใจ

 

คยูฮยอนที่รู้จักซีวอนมานานตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย  ก็รู้ดีว่าพี่คนนี้ขี้เหงาแค่ไหน  พอพูดแบบนี้ที่ไรก็ต้องยอมใจอ่อนอยู่เป็นเพื่อนทุกที

 

ฮันกยองส่ายหน้าเอือมระอาเมื่อได้ยินคำตอบเสียงอ่อยของรุ่นน้อง  "ก็ได้  แต่แค่กินข้าวนะพี่  พรุ่งนี้ผมมีเรียนเช้า"

 

"รุ่นพี่นายนี่น่าสงสัยนะคิบอม  บังเอิญมาเจอเหลือเกินนะ"  ฮยอกแจกอดอก  ท่าทางหงุดหงิดไม่หยอก

 

"แต่นิสัยดีอยู่นะ"

 

"เออ  งั้นมั้ง  แต่ท่าทางรู้มากว่ะ"  ความเห็นเรียกเสียงหัวเราะของคิบอมให้ดังขึ้นเบาๆ

 

ซองมินขัดจังหวะขึ้นมาเพื่อถามถึงทางออกอีกครั้ง  หลังจากที่ต้องชะงักเพราะคนทักเมื่อครู่  "นายจะเอาไงต่อคิบอม  จะให้อึมครึมกับดงเฮแบบนี้ไม่ไหวหรอกนะ"  ความเห็นนี้  เพื่อนทั้งสองเห็นด้วย

 

"ฉันอยากคุยกับดงเฮสักครั้งนะ  อยากจะพูดให้รู้เรื่องไปเลย  แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะยอมหรือเปล่า  บางทีอาจจะไม่อยากคุย   อาจจะเกลียดฉันไปแล้วก็ได้"

 

"ดงเฮอาจต้องการเวลาสักพัก  แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีทางที่ดงเฮจะเกลียดนาย"  ฮยอกแจตอบ  ดวงตายังลงหลุบต่ำ

 

"เขาบอกเลิกฉัน  นายรู้หรือเปล่า"  เสียงคิบอมแหบพร่า

 

"นายไม่รู้หรอก  ว่าดงเฮเป็นยังไงบ้าง  หลังจากที่นายไป"

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

edit @ 12 May 2009 17:21:34 by ease supsnerv

edit @ 8 Jun 2009 10:30:47 by ease supsnerv

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ่อ คือว่า...งง แบบว่างงๆ

ตกลงคู่เนี้ยเค้าเป็นอะไรกันหนอ?

อยากรู้จริงๆ ไรท์เตอร์รีบกลับมาเฉลยนะคะ

แต่ก็ยังแอบเบาใจนิ้ดนึง..คิเฮเค้ายังรักกันอยู่ ใช่มั้ยคะ

#1 By beriberi (124.120.126.186) on 2009-04-01 23:31

ยังคงยืนยันคำเดิม กลุ่มนี้น่าคบมาก หน้าตาดีมาก ๆ555+

อ่านแล้วแอบเศร้ากับคนหล่อ คนหน้าสวย
ไม่รู้เพราะอะไร ไม่รู้ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น
แต่อย่างน้อยคนอ่านก็ยังดีใจที่ตอนนี้เค้ายังรักกัน^ ^

แล้วคิมฮี เข้ามาตอนไหนหนอ
คงไม่ได้เลิกกันเพราะคิมฮี หรอกนะ

ว่าแต่ว่าเรื่องนี้ ฮันฮยอกใช่ป่าวคะ?

#2 By ~sand~ (222.123.220.235) on 2009-10-05 15:04