[YAOI] Fic [Kihae] : One Love Ch.3
posted on 12 May 2009 17:23 by easesupsnerv in OneLove
One Love
Pairing: Ki x Hae
Chapter 03: Wonder Land
Writer: ease supsnerv
Rate: PG 13
เรื่องที่ท่านกำลังจะอ่านต่อไปนี้ เป็นความบันเทิงสำหรับบุคคลผู้ชื่นชอบ Yaoi หรือ Boy's Love หากท่านไม่รู้จักและไม่ต้องการรู้จัก กรุณาปิด
ทั้งนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะจ้ะ ^^
OL 03: Wonder Land
By ease supsnerv
ประตูกระจกตรงระเบียงถูกเลือนเปิดออกกว้าง ร่างผอมบางกอดผ้าห่มที่ลากเอามาคลุมตัว ทอดสายตาหม่นมองลงไปยังแม่น้ำที่ไหลเรื่อยอ้อยอิ่ง สายลมอ่อนแต่หอบเอาความเหน็บหนาวพัดเข้ามากระทบผ้าม่านสีสะอาดตาให้พลิ้วไหว แสงสว่างรำไรของรุ่งเช้าที่เพิ่งมาเยือนกระทบใบหน้าขาวที่ซีดเซียว
ดงเฮนอนไม่หลับ เมื่อคืนเขาเหนื่อยและงีบไป แต่พอรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อกลางดึก เขาก็ไม่อาจข่มตาลงได้ ตื่นเต็มตาจนนอนต่อไม่ลง อยากจะสัมผัสอากาศปลอดโปร่งด้านนอก แต่ลมต้นฤดูใบไม้ผลิก็ยังเย็นจับใจ
เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป การที่คิบอมกลับมาอยู่ใกล้อีกครั้งไม่เป็นผลดีต่อจิตใจของเขา เพราะด้วยรู้ดีว่า มีแต่ระยะทางห่างไกลเท่านั้น ที่จะปิดกั้นให้เขาทิ้งความรู้สึกของตัวเองไว้ในก้นบึ้งของหัวใจได้ แต่ใกล้เพียงเอื้อมมือแบบนี้ ดงเฮรู้ดีว่าตัวเองที่หวั่นไหวเช่นนี้ไม่อาจจะต้านทาน
เคยเข้าใจว่าจะไม่เป็นไรแล้ว ไม่มีความรู้สึกอะไรอีกแล้ว แต่เปล่าเลย ดงเฮเพิ่งรู้ตัว เขายังรักคิบอมดังเดิม
หลังจากทอดมองไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมายอยู่นาน มือเล็กก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้น มองหน้าจออย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจโทรกลับคนคนหนึ่งที่ทิ้งทั้งมิสคอลและข้อความมากมายเอาไว้ตลอด 3 วัน หากจะทำตัวเงียบแบบนี้ก็รังแต่จะทำให้คนอื่นห่วงโดยไม่จำเป็น เขาควรจะเลิกทำตัวอ่อนแอกับเรื่องของคิบอมเสียที
"........." ปลายสายรับแล้ว แต่ดงเฮยังคงอ้ำอึ้ง เวลาเช้าตรู่ขนาดนี้ เพื่อนสนิทของเขาอาจจะยังไม่ได้สติว่ารับโทรศัพท์แล้วด้วยซ้ำ
"ดงเฮเหรอ !! นายเป็นไงมั่ง!!" เสียงที่ดูจะตกใจแต่ก็ยังแฝงอารมณ์งัวเงียทำให้รู้ทันทีว่าเขาโทรมากวนห้วงนิทราของเพื่อนเข้าจริงๆ
"ไม่เป็นไร แต่วันนี้โดดได้มั๊ยอ่ะ"
"โดดมาจะทั้งอาทิตย์อยู่แล้วยังจะมาถามอีกนะ แล้วนายจะโดดไปไหน"
"ไม่ไป ไม่อยากไปไหน"
"โธ่ ดงเฮ นายอย่าเก็บตัวแบบนี้ดิวะ" ฮยอกแจรู้จักอาการของเพื่อนรักดี มีอะไรก็ไม่ยอมพูด หนีไปอยู่เงียบๆคนเดียวตลอด "เอางี้ นายจะโดดก็โดดไป แต่ฉันโดดด้วย จะไปรับตอน 10 โมงนะ" พูดจบก็รีบตัดสายก่อนที่จะได้ยินเสียงโวยวายของดงเฮ
<<--------------------------->>
"อยู่ไหน"
"หืมมม..." เสียงสลึมสลือเสมือนละเมอลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ บ่งบอกได้ชัดว่าคำถามที่ถามไปนั้นคงไม่ได้เข้าหูเลยสักนิด
ดวงตาคมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมสติอีกครั้ง "ถามว่าอยู่ไหน"
"ขอโทษนะครับ พอดีคังอินยังไม่ตื่น มีธุระอะไรฝากไว้ก่อนไหมครับ เพราะดูท่าว่าคุยกันไปทั้งอย่างนี้เจ้าตัวก็คงไม่รู้เรื่องแน่ละครับ" เสียงใสๆดังขึ้นหลังจากที่แย่งโทรศัพท์ออกจากมือคังอินที่หลับไปอีกครั้ง แสดงว่าหมอนั่นไม่ได้กลับห้องตัวเองงั้นสิ
"ไม่เป็นไร ซองมินเหรอ"
"เอ๋ !?" อีกฝ่ายส่งเสียงแสดงความสงสัย แต่เมื่อดึงมือถือออกจากหูเพื่อดูชื่อคนที่โทรเข้ามาก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร "พี่อิทึกเองเหรอครับ"
"อืม..."
"เดี๋ยวผมบอกคังอินให้ละกันว่าพี่โทรมา"
"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพี่โทรไปใหม่ ขอบใจนะกระต่ายน้อยน่ารัก" เสียงหวานๆของรุ่นพี่ทำเอาซองมินยิ้มแก้มปริ เขาวางโทรศัพท์ของเพื่อนเอาไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปเรียน
<<--------------------------->>
สายมากแล้ว แต่ท่าทีของคุณชายผู้สุดแสนจะเรื่องมากกลับยังเชื่องช้าไม่มีท่าจะรีบร้อน จนคนรอต้องฆ่าเวลาด้วยการโทรหาสาวคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย
"โห จริงอ่ะ มีแฟนแล้วจริงเหรอครับยุนอา อย่างงี้คุณจะเอาผมไปทิ้งที่ไหนละครับ"
ซีวอนติดกระดุมบนเสื้อเชิ้ตเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เดินตรงเข้ามาหาคยูฮยอนที่นั่งหัวเราะคิกคัก
"ให้ผมเป็นคนรองผมก็ไม่ว่าหรอกครับ...อ่ะ แป๊บนึงนะครับ" ซีวอนยื่นแขนเหยียดยาวให้ ทำให้เขาต้องหยุดเพื่อหันมาถาม "อะไรพี่??"
ซีวอนมองไปทางแขนเสื้อของตนเองก่อนจะมองหน้าคยูฮยอนต่อ รุ่นน้องจึงเข้าใจว่าพี่คนนี้ต้องการอะไร
"ไม่ใช่เด็กแล้วน่า มานอนห้องคนอื่นจนเหมือนจะเป็นบ้านตัวเองแล้วยังจะใช้เจ้าของห้องอีกเหรอครับ!!" มือของคยูฮยอนปัดแขนของรุ่นพี่ให้พ้นหน้าตัวเองเบาๆ แต่ซีวอนก็ยังไม่ยอมถอย มิหนำซ้ำยังก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิม รุ่นน้องนึกหวั่นจึงรีบพูดกรอกสายรวดเร็ว
"ยุนอาครับ แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวว่างๆผมโทรหาใหม่นะครับ"
มือยื่นออกมาทำท่าจะติดกระดุมแขนเสื้อให้ แต่พี่ซีวอนกลับเดินหันหลังให้หนีไปแล้ว
"อ้าวววว..."
"ไม่ได้บอกให้ติดให้สักหน่อย คิดไปเอง"
<<--------------------------->>
10 โมงกว่า ดงเฮเดินลงมาจากหอ มองเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ด้านหน้าก็รู้ทันทีว่าเป็นรถของใคร เขาเดินช้าๆไปที่รถ
เมื่อเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับที่ไม่ได้ล็อคออก ก็เห็นยิ้มกว้างของฮยอกแจรอต้อนรับอยู่ "เฮ้ออออ ฉันล่ะโล่งใจ"
"อะไร หมายความว่าไง" ดงเฮขึ้นมานั่งในรถ เอ่ยถามทั้งที่รู้ดีว่าเพื่อนสนิทโล่งใจเพราะอะไร "แล้วจะพาไปไหนล่ะ"
"ไม่รู้ ขับไปเรื่อยๆละมั้ง"
"ดีมาก โดดเรียนแบบไร้จุดหมาย"
"เออ ก็เพราะนายนี่แหละวะ ทำฉันโง่หมด"
ดงเฮหัวเราะออกมาเบาๆ ลึกๆก็นึกขอบใจเพื่อนนี้ที่ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ขนาดไหน ก็จะรีบแล่นมาหาก่อนเป็นคนแรกๆ เป็นคนที่ดงเฮวางใจจะอยู่ด้วยมากที่สุด รองจากครอบครัวของเขาเอง มีกำลังใจแบบนี้ ตัดใจให้ได้เสียทีเถอะนะ ดงเฮ
<<--------------------------->>
ใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว ซองมินขมวดคิ้วนั่งอยู่ในห้องเรียนแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของเพื่อนสนิทอีกสอง มือหนึ่งจึงล้วงความหามือถือในกระเป๋า ในขณะที่อีกมือต้องโบกตอบการทักทายของรุ่นพี่รุ่นน้องที่เข้ามาเรียนด้วยในห้อง คนมันดังก็แบบเนี้ย
เสียงปลายสายรับโทรศัพท์ เขาก็แหวขึ้นทันที "นายอยู่ไหน ฮยอกแจ!! อย่าบอกนะว่าหนีไปหาดงเฮไม่บอกฉันน่ะ"
ฮยอกแจเงียบอึ้งไปพักหนึ่งพลางนึกว่าทำไมเพื่อนต่ายมันรู้ทันนักวะ "เอ่ออ มันกะทันหันอ่ะ ไม่ได้ตั้งใจ"
"อะไรนะ!!! นี่นายไปจิงเหรอ !!! แกทิ้งฉันเหรอ!!"
"ไม่ได้ทิ้ง ก็นี่ไง เดี๋ยวไปรับ"
"ไม่ต้องเลย นิสัยนะ คิดบ้างมั๊ยวะว่าฉันก็ห่วงดงเฮอ่ะ" เสียงใสแต่แหลมแปดหลอดยังโวยวายไม่เลิกจนฮยอกแจต้องขอโทษแล้วขอโทษอีก
"ไม่ต้องมาพูดดีเลย แล้วดงเฮเป็นไงมั่ง" เสียงอ่อนลงหน่อยพลอยทำฮยอกแจใจชื้นไปด้วย เขาเหลือบมองเพื่อนที่นั่งข้างๆก่อนจะตอบเลี่ยงๆ "ดีกว่าที่คิดไว้"
"มันยิ้มมั๊ย"
"อืมมม ก็ได้อยู่"
"เออ งั้นเดี๋ยวเจอกันที่สวนสนุกวันเดอร์แลนด์นะ ไม่มีแต่เว้ย!! แล้วจำใส่หัวไก่ๆของนายไว้ด้วยว่า ที่ฉันทำรุนแรงก็เพราะโมโหนายนี่แหละ"
"เฮ้ยๆๆๆๆ จะทำอะไรวะ ซองมิน ซองมิ๊นนน" เพื่อนตัวอวบวางสายไปแล้ว ฮยอกแจสังหรณ์ใจว่าเดี๋ยวมันต้องมีเรื่องแน่ๆ ไอ้เรื่องบ้านี่ต้องยกให้ซองมินเลย
"ซองมินว่าไง" เขาแทบจะลืมนึกไปว่าดงเฮก็อยู่ตรงนี้ด้วย ใจเต้นตึกสงสัยว่าเมื่อกี๊หลุดอะไรไปบ้างหริอเปล่า
"มันโกรธที่ฉันมาหานายแล้วไม่ได้ชวนมันมาด้วย แถมบังคับให้ไปสวนสนุกอีก"
"ก็ดีนี่ ไปเที่ยวให้หัวเบาหน่อยก็ท่าจะดี" ดงเฮพูด หันมองออกไปนอกหน้าต่าง รอยยิ้มที่เคลือบอยู่บนริมฝีปากนั่นไม่ได้ทำให้ผู้ที่มองอยู่สบายใจเลย
ฉันกลัวว่ามันจะยิ่งหนักขึ้นมากกว่าสิว้อยยย ดงเฮเอ๊ยยยย
<<--------------------------->>
ดงเฮไหล่ตก เมื่อฮยอกแจจอดรถในลานจอดที่มีรถไม่มาก ป้ายสวนสนุกบริเวณทางเข้าสีสดสวยประดับด้วยรูปการ์ตูนมาสคอตชูโรงของสวนสนุก แต่ยิ่งตอกย้ำความเจ็บที่ดงเฮเคยคิดว่ามันหายดีให้ระอุขึ้นอีกครั้ง
เขาจำใจเดินลงจากรถ ตามฮยอกแจที่ดูร่าเริงมากขึ้น "ไม่ได้มากันตั้งนานแล้วนะที่นี่ คราวสมัยอยู่ไฮสคูลฉันยังจำได้อยู่เลยว่านายโวยวายแทบตายกว่าจะยอมมา"
ดงเฮยิ้ม เขายังจำได้ดี ภาพในตอนนั้นยังติดตาว่าเขาโดนแกล้งจากพวกเพื่อนบ้าๆนี่ ไอ้เครื่องเล่นโหดๆนี่ไม่ได้อยู่ในสมองหรอก แต่บ้านผีสิงนี่สิ แล้วไหนจะยิ่งขู่กันอยู่ได้ว่าจะเอาเชือกไปมัดเขาเอาไว้ในบ้านผีสิงนี่อีก ดงเฮคิดแล้วเครียด แต่สุดท้าย ในตอนนั้นเขาก็ยอมมาจนได้ เพราะคำปลอบและสัญญาว่าจะดูแลเขาเป็นอย่างดี
ดงเฮเชื่อใจคนคนนี้เสมอ คนคนนี่ที่วันนี้ไม่มีอีกแล้ว คิบอม
ฮยอกแจยังคงยิ้มแป้น แต่เมื่อเห็นเพื่อนดูจะเงียบไปก็รีบถลากลับมาคล้องแขน "เฮ้ย อย่าเอาแต่เครียด ไปเล่นกันเหอะ"
ดงเฮรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วง ตัวเองก็ไม่ได้อยากที่จะเศร้าแบบนี้อีก เขาจึงสูดหายใจเข้าลึกและตั้งใจจะลืมเรื่องเก่าให้ได้ อย่างน้อยก็แค่วันนี้ก็ยังดี "ไม่เอาบ้านผีสิง"
ดงเฮเหลือบมองใบหน้าเพื่อนรักที่หัวเราะหึหึในลำคอ รู้สึกเหลือเกินว่าวันนี้ท่าทางตัวเองจะไม่รอด
<<--------------------------->>
หลังจากนั้นไม่นาน ฮยอกแจที่ลากดงเฮเดินโฉบโน่นเฉี่ยวนี่ก็ได้พบกับซองมินที่ลากเอาคังอินมาด้วย ซองมินบ่นยืดยาวจนดงเฮไม่กล้าจะทำหน้าเศร้า แต่การปิดท้ายด้วยการดึงเข้าไปในอ้อมกอดก็ทำให้ดงเฮมั่นใจว่าซองมินเองก็เป็นห่วงเขามากเช่นเดียวกัน ไม่นานนัก สี่ชีวิตก็แทบจะเป็นลมด้วยการร่อนเล่นเครื่องเล่นแบบต่อเนื่อง พอคนหนึ่งเหนื่อย อีกคนก็ยุ พอโดนยุเข้าก็เลยท้าเล่นต่อ สุดท้ายเลิกเล่นไม่ได้สักที
"พอแล้วนะ ไม่ไหวแล้ว จะอ้วกอยู่แล้ว" เป็นดงเฮที่ขอยอมแพ้ก่อน คงเป็นเพราะนอนไม่พอ ตัวเลยเหมือนจะร้อนผ่าวขึ้นมาง่ายๆ แต่ถึงอย่างนั้น รอยยิ้มก็ระบายเต็มหน้า
"โหย อ่อนว่ะดงเฮ" คังอินเอื้อมไปตบหัวดงเฮที่นั่งพักอยู่เบาๆ ก่อนจะนั่งลงบ้างข้างๆ
"อ้าว นั่งทำไม ไปต่อเลย" ฮยอกแจดึงแขนล่ำของคังอินให้ลุกขึ้น แต่ก็มีแต่รอยยิ้มเผล่ส่ายหน้า เขาเองก็ใช่ว่าจะไหว นี่ถ้าข้าวเมื่อกลางวันยังย่อยไม่เสร็จ คงได้มาเรียงตัวย่อยอยู่นอกกระเพาะแน่
"งั้นไปนั่งพักร้านโน้นกัน" ซองมินชี้ไปทางร้านกาแฟเล็กๆน่ารัก ท่าทางดูลูกกวาดหวานแหวว เพื่อนอีกสามก็เดินตามไปแต่โดยดี เพราะคิดว่าอย่างน้อยคงนั่งสบายกว่าตากลมหนาวท้าแดดอยู่ข้างนอกแบบนี้
พนักงานในร้านกล่าวต้อนรับทันทีที่เสียงกระดิ่งเล็กๆที่หน้าประตูดังขึ้นตอนที่ซองมินเปิดเข้ามา เขาเลือกนั่งตรงโต๊ะติดกระจก ก่อนจะขอเมนูมาเปิดดูพลางๆ
ซองมินดูจะยังสดชื่นเต็มร้อย ปากจึงขยับสั่งขนมคล่องแคล่วเช่นเดียวกับฮยอกแจ คังอินสั่งไม่กี่อย่างเพราะกลัวจะอิ่มจนทะลัก ในขณะที่ดงเฮขอแค่ชามะนาวแก้วเดียว
"ไหวปล่าว" ซองมินถาม ดงเฮพยักหน้ายักคิ้วกวนๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ซองมินหยิบขึ้นมาดูก่อนจะขอตัวออกไปคุยห่างๆ ฮยอกแจมองตามแต่ก็ไม่สนใจอะไร
พนักงานทยอยเอาของที่สั่งไว้มาวางบนโต๊ะ ดงเฮรับแก้วชามะนาวไปจิบช้าๆ สักพักซองมินก็รีบวางโทรศัพท์ถลากลับมาหาเค้กที่เพิ่งมาเสิร์ฟ
"นี่คุยเสร็จจริงๆ หรือว่าได้กลิ่นแล้วเลยรีบมาวะ" คังอินถามซองมินที่กลับมาทรุดนั่งข้างๆ แต่ก็ได้คำตอบเป็นรอยยิ้มมุมปาก
ฮยอกแจมองอยู่และยังสงสัยไม่หายถึงคำพูดเมื่อเช้าของซองมิน จึงรู้สึกว่านี่ไม่ใช่รอยยิ้มที่ปลอดภัยอีกต่อไป "ยิ้มไรวะ"
ซองมินเงยหน้าขึ้นมอง แววตาที่จ้องตรงมานั้นเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็เลี่ยงไปทางนอกร้านแล้วพยักเพยิดหน้าใส่ใครที่เดินอยู่ข้างนอกนั่น
ฮยอกแจมองตามไป เห็นเยซองเดินผ่านหน้าร้านไปอีกทาง ข้างๆมีชายร่างสูงผิวเข้มที่ฮยอกแจมั่นใจว่ารู้จัก
เขาหันขวับมาหาเพื่อนตัวดีที่ก้มหน้าละเลีอดเค้กไม่สนใจ
"นายกล้า..." เสียงของฮยอกแจแทบจะกลืนหายไปในลำคอ
"ทำอะไรสักอย่าง เจ็บทีเดียวจะได้หายสักที" หน้ายิ้มแป้นนั้นผิดกับความหมายที่ช่างเจ็บปวดที่เอ่ยออกมา คังอินเงยหน้ามองสองคนที่กำลังมองกันดุเดือด แต่ก็ไม่เข้าใจความหมาย
ทานกันเสร็จ พวกเขาก็นั่งคุยกันต่ออยู่ครู่หนึ่ง ซองมินก็เอ่ยจะไปต่อขึ้นมา "เร็ว อิ่มแล้วก็เล่นต่อ"
"ขอผ่านได้มั๊ย รู้สึกไม่ค่อยดีว่ะ" ดงเฮแกล้งปด บรรยากาศโพล้เพล้ทำให้เขานึกถึงบ้านผีสิงอีกครั้ง แล้วยิ่งมันเป็นสถานที่เดียวในสวนสนุกด้วยที่พวกเขายังไม่ได้แวะเวียนไป ใจจึงอดสั่นไม่ได้
"อย่าปอดๆ หนีไม่ได้แล้วหมวยเอ๊ย" คังอินชี้หน้า ก่อนจะจับแขนเล็กของดงเฮลากออกจากร้านไป
"ลากทำไมวะ ปล่อยดิ่!!!" ดงเฮโวยวาย
"ไม่เอา เดี๋ยวนายหนี"
"ทำไมต้องหนี จะพาไปไหนวะ!!"
"ที่ที่นายไม่อยากไป" เขาแกล้งทำเสียงเย็นรดใบหูจนดงเฮขนลุก ยิ่งทำให้หวาดหวั่นมากขึ้น ร่างเล็กดิ้นหนักกว่าเดิม
"ไม่ๆๆๆๆๆ ปล่อยโว้ยยย!!" คังอินไม่ฟังเสียง ร่างหนายังคงจัดแจงจับตัวเพื่อนที่หุ่นบางกว่าเขาไว้แน่น เดินนำไปยังเป้าหมายที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล
ฮยอกแจที่เดินตามหลังมาคู่กับซองมินจึงถือโอกาสเอ่ยขึ้น "ฉันว่ามันแรงไปนะ นายจะเอาจริงเหรอซองมิน"
"เอาจริงสิ ถ้าไม่แบบนี้ ดงเฮก็ไม่ยอมใจอ่อนหรอก นายก็รู้หมอนั่นมันรั้นจะตาย" ซองมินมองตามดงเฮที่แทบจะร้องไห้อยู่แล้ว เขาเหมือนจะกลัวอยู่ลึกๆไม่แพ้กัน แต่ก็คิดมาอย่างดีว่าเขาควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ปัญหาที่ค้างคาจบลงไป "ฉันแค่อยากจะให้โอกาสมันได้เคลียร์กันสักครั้งเท่านั้น ถ้ามันตัดสินใจยังไง ฉันจะไม่ค้านเลย แล้วเรื่องมันจะได้จบสักที"
ที่สำคัญ นายนั่นแหละที่ทิ้งฉันฮยอกแจ ฉันก็ต้องหาทางเอาคืนดิวะ (ขอโทษนะดงเฮ T^T)
<<--------------------------->>
ดงเฮหอบหนัก ทั้งร้องไห้ทั้งกลัวเมื่อมาอยู่กลางบ้านผีสิงที่มืดสนิท ฮยอกแจกอดเพื่อรักของตัวเองเอาไว้แน่น ปากก็พูดปลอบเพื่อกลบเสียงผีที่ดังงึมงำรอบตัว
ซองมินเปิดไฟมือถือให้สว่างวาบขึ้น เขาส่องไปทั่วก่อนจะหยุดอยู่ที่ฮยอกแจและดงเฮที่ยังหลับตาปี๋ คังอินหายตัวไปแล้วตามแผน ซองมินจึงพยักหน้าก่อนจะแกะมือดงเฮออกจากฮยอกแจแผ่วเบา เพื่อล่อหลอกให้ดงเฮยอมง่ายๆ แต่พอมือหลุดออกมาเท่านั้น ต่างคนต่างวิ่งพรวดทิ้งดงเฮให้ร้องเสียงดังอยู่กลางบ้านผีสิง
"เฮ้ยยยย !!!! ไม่เอานะ อยู่ไหนอ่ะ!!!"
ดงเฮตะโกนหาเพื่อนของตัวเอง แต่ก็มีแต่เสียงผีที่แม้จะรู้ดีว่าไม่ใช่ของจริงแต่ก็ไม่ได้ทำให้หายกลัว ดวงตาที่มองหาคนที่มาด้วยอย่างร้อนรนต้องปิดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่ารอบตัวมีแต่สิ่งที่ไม่อยากจะเห็น
"ขอร้องงง ออกมาเหอะ ไม่ไหวแล้วนะ!!!"
เข่าสองข้างอ่อนแรงลงทุกขณะ จนทรุดลงนั่งทั้งที่อยากจะวิ่งหนีไปใจจะขาด มือสองข้างยกขึ้นลูบที่ใบหูเพื่อให้เกิดเสียงกลบเสียงผีรอบๆ แต่ก็เหมือนจะไม่มีอะไรดีขึ้น ใจเต้นแรงจนดงเฮคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นลมตาย แม้อยากร้องไห้ก็ร้องไม่ออก ได้ยินแต่เสียงตนเองกำลังหอบหายใจแรงขึ้นทุกทีๆ
และยิ่งถูกทิ้งให้นานเท่าไหร่ อาการก็ยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น ดงเฮคนเก่งกลัวสิ่งเดียวในโลกคือสิ่งไร้ชีวิตไม่อาจระบุสัญชาติ
"ฮ..ฮ..ฮยอ..ก..จ..แจ..จ" ร่างบางเค้นเสียงบางเบาให้ลอดออกมาจากริมฝีปากซีด
"ใครน่ะ ดงเฮเหรอ" เสียงทุ้มเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นข้างๆ ดงเฮสะดุ้งเฮือก มือไม้ยิ่งสั่นมากกว่าเดิม เขาควรจะดีใจที่มีใครอยู่ข้างๆ แต่ก็กลัวว่ามันอาจจะไม่ใช่คนอย่างที่คิด เสียงนั้นเอ่ยถามซ้ำๆและใกล้เข้ามาทุกที ดงเฮรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พยายามอย่างยิ่งที่จะขยับตัวออกจากสถานที่นี้
"ช..ช่วย..ด้วยย...ย"
ดงเฮร้องออกมา เมื่อรู้สึกถึงร่างใหญ่ๆของใครสักคนที่ดึงตัวเขาเข้าไปกอดเอาไว้แน่น แต่ความอบอุ่นอ่อนโยนทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่อะไรที่เขากลัว แต่เป็นใครสักคนที่ช่วยเขา ร่างเล็กจึงตอบรับด้วยการกอดร่างหนาเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้ใครทิ้งเขาไว้ที่นี่อีกแล้ว
"ดงเฮ นี่คิบอมนะ!! ไม่ต้องกลัวแล้ว"
โปรดติดตามตอนต่อไป
edit @ 12 May 2009 17:26:34 by ease supsnerv
edit @ 21 May 2009 10:48:49 by ease supsnerv
edit @ 8 Jun 2009 10:30:22 by ease supsnerv

ขอบอกไรท์เตอร์ก่อนเลยนะคะว่าชอบจังเลยค่ะ
มันเป็นฟิคที่ให้อารมณ์แบบว่า....เจือความเศร้าไปพร้อมๆ กับความลุ้น (ลุ้นอะไร?) ลุ้นว่าอดีตที่ผ่านมาเป็นยังไง และต่อไปจะเป็นยังไง ตอนนี้ก็เช่นกัน ลุ้นอีกละ เพราะทั้งสองคนได้เจอกันแล้ว เมื่อไหร่จะหายเศร้าซะทีหนอ?
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ มาต่อไวๆ ด้วย จะรอค่ะ
#1 By beriberi (124.120.116.35) on 2009-05-12 20:53