[YAOI] Fic [Kihae] : One Love Ch.5

posted on 11 Jun 2009 14:55 by easesupsnerv  in OneLove

One Love 

Pairing: Ki x Hae

Chapter 05: As Before

Writer: ease supsnerv

Rate: PG 13

ที่นี่ ฺBoy's Love นะคะ  ถ้าไม่ชอบกดปิดได้เลยค่า ^^;

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้ามาเยือนพร้อมลมที่พัดอื้ออึงภายนอกเบาๆ  แดดทอแสงบางๆขับบรรยากาศอ่อนไหวให้ยิ่งอ่อนโยน  รับวันใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไม่คลาย

 

"ฮัลโหล"

 

"หื้มมมมม....."  ปลายสายเสียงงัวเงียรับโทรศัพท์แบบที่เดาได้ยากเหลือเกินว่าสติยังครบถ้วนดีหรือไม่  คนฟังคาดเอาไว้ว่าท่าทางคงกลับดึกและดื่มหนักอยู่ไม่น้อย

 

"ตื่นหรือยัง"  คังอินถามย้ำ  ลึกๆก็นึกเป็นห่วงรุ่นพี่อิทึกอยู่

 

"ใครอ่ะ......หืมมม  คังอิน  อืมมม  ปวดหัวจังอ่ะ"

 

"เมื่อคืนกลับตอนไหน  แล้วกลับยังไง"

 

"จำไม่ได้  ใครมาส่งไม่รู้  นาฬิกาก็ไม่ได้ดู"  ตอบเสียงเบาเหมือนกำลังจะหลับอีกรอบ  คังอินจึงต้องทำเสียงเข้มกว่าเดิม

 

"แล้วทำไมไม่บอก  จะได้ไปรับ"

 

 

"หึ  เป็นห่วงหรือไง"   เสียงเกือบหลับเมื่อครู่กลับฟังดูจริงจังในตอนนี้

 

 

"ต้องห่วงด้วยเหรอ  พูดเองนี่ว่าพี่น่ะโตแล้ว  ไม่ต้องการคนดูแล"

 

 

"ใช่  มันน่ารำคาญ"

 

 

"ผมก็ว่างั้น  น่ารำคาญ"

 

 

ต่างฝ่ายเงียบกันไปพักใหญ่  ก่อนอิทึกจะเข้าสู่อาการง่วงอีกครั้ง

 

"แค่นี้นะ  จะนอน"

 

 

 

 

ดงเฮกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตาต่อแสงสว่างรอบตัว  ประตูตรงระเบียงถูกเปิดออกกว้างนำเอาลมเย็นๆเข้ามาให้ผ้าม่านสีขาวสะอาดตาสะบัดปลิวไหว  ถึงแม้อาการไข้ยังคงเหลือร่องรอยอยู่นิดหน่อย  แต่ก็ยอมรับว่าเช้านี้อากาศดีเสียเหลือเกิน

 

ดงเฮค่อยยันตัวลุกขึ้นนั่ง  มองไปรอบห้องก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเจ้าของห้องคงจะเป็นคิบอมคนที่เขาอยากจะหนีให้ไกลมากที่สุด  คนที่ดื้อดึงจะพาเขากลับบ้านในช่วงที่ความทรงจำของเมื่อวานมันลางเรืองเต็มที  โต๊ะเขียนหนังสือตรงมุมห้องมีของวางอยู่ไม่มากนัก  พอๆกับข้าวของในห้องที่ท่าทางมีราคาแต่ก็ไม่มากชิ้น  คิบอมเป็นคนไม่จู้จี้จุกจิก  ไม่ชอบอะไรวุ่นวาย  ดังนั้น  อย่าหวังว่าจะเห็นอุปกรณ์โน่นนี่ทันสมัยครบครันในห้องของเขา  ยกเว้นอย่างเดียว  ที่คิบอมทุ่มสุดตัว 

 

ดงเฮมองในตู้กระจกที่ตั้งชิดผนังห้องด้านหนึ่ง  มีกล้องและเลนส์อยู่หลายตัววางอย่างเป็นระเบียบอยู่ภายใน  คิบอมชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่ไหนแต่ไร  ความที่เป็นคนพูดน้อย  อาจทำให้คิบอมชอบที่จะสื่อสารออกมาด้วยอารมณ์บนรูปถ่ายนั่นเสียมากกว่า

 

ใบหน้าขาวหันมองหานาฬิกาข้อมือของตัวเองแต่ก็ไม่พบ  จึงมองหานาฬิกาบนผนังห้อง  เมื่อเห็นว่าได้เวลาที่เขาควรจะออกจากที่นี่สักที  เขาก็ค่อยลุกขึ้นยืน  ร่างกายยังคงหน่วงพอกับความมึนในหัวที่พาลจะทำให้เขาล้มเอาง่ายๆ  แล้วไหนจะเสื้อชุดนอนหลวมๆจนแขนเสื้อยาวปิดมือนี่อีก  ขากางเกงก็ชวนให้สะดุดเหลือเกิน  ดงเฮยิ่งเพิ่มความระมัดระวังในการเดิน  คิดมองหาเสื้อผ้าของตัวเองที่คงถูกเจ้าของห้องเปลี่ยนให้  แต่อาจจะง่ายกว่าหากถามคิบอมตรงๆเสียเลย

 

 

แต่ก็ไม่อยาก...

 

ประตูห้องเปิดออกตอนที่ดงเฮยืนหมุนไปหมุนมาเพื่อตัดสินใจอยู่นั่นเอง  คิบอมเอียงคอมองก่อนจะพาตัวเองเข้ามาในห้อง  ใบหน้าเฉยๆไม่ได้บอกอะไรกับดงเฮมากไปกว่าความเป็นห่วงเลย

 

มือใหญ่ของคิบอมมาถึงตัวดงเฮก่อน  วางเบาๆบนหน้าผาก  แต่สัมผัสเท่านั้นก็เพียงพอให้ดงเฮสะดุ้งก้าวถอยหลังจนเกือบสะดุดขากางเกงที่ใส่อยู่  มืออีกข้างของคิบอมจึงขยับจับแขนเล็กรวดเร็วเพื่อรั้งร่างบางก่อนที่จะล้มลงไป  "ดีๆสิ  เดี๋ยวก็ล้มไป"

 

คิบอมทำไม่ใส่ใจท่าทางของดงเฮ  มือยังคงวางเบาๆบนหน้าผากเนียนเพื่อประมาณอุณหภูมิของร่างกายคนตัวเล็กตรงหน้าที่ตอนนี้จ้องมองตอบเขาตาแป๋ว  "ไข้ลดแล้ว  ยังมึนอยู่ไหม"

 

ดงเฮไม่ตอบ  เพราะสัมผัสอุ่นที่แขนของเขามันทำให้นึกขึ้นได้ถึงเรื่องอื่นจนเตลิดไปเสียไกล  อ้อมกอดที่เขาฝากร่างเอาไว้ตลอดคืน  ความอ่อนโยนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป  ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องรู้สึกเขินอายอีกแล้วในตอนนี้  แต่กลับกลายเป็นความอบอุ่นที่ลึกๆในใจดงเฮรู้ดีว่าโหยหามาตลอด  นั่นคืออ้อมกอดของคิบอม

 

"หืมมม  ว่าไง  มึนหรือเปล่า"  คิบอมลูบศีรษะของดงเฮเบาๆเมื่อเห็นว่าดวงตาสีดำที่มองตรงที่เขายังคงนิ่งงัน  จนเมื่อผ่านไปครู่หนึ่ง  ดงเฮหลบสายตาลงแล้วส่ายหน้าเบาๆสองสามทีเป็นคำตอบ  เลือกที่จะไม่เผยความจริงว่าตัวเองก็ยังไม่ดีเท่าไหร่

 

"ดี  งั้นไปทานข้าวเช้ากัน"

 

"ไม่เป็นไร  จะกลับแล้ว"  ดงเฮฝืนยืนนิ่ง  เมื่อคิบอมโอบร่างของเขาหลวมๆพยายามจะพาออกจากห้อง  ใบหน้าของคิบอมอยู่ใกล้  ได้กลิ่นกรุ่นเจือจางของน้ำหอมกลิ่นสดชื่นที่ดงเฮไม่คุ้นเคย

 

คิบอมมองอย่างชั่งใจ  ไม่อยากปล่อยดงเฮไป  "ไหวแน่เหรอ"  แต่ก็ไม่รู้จะต้านทานคนที่ตอนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกันอีกไว้ด้วยเหตุผลใดอีก

 

ดงเฮพยักหน้าอีกครั้ง

 

"งั้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า  เดี๋ยวจะไปส่ง"  คิบอมพาร่างเล็กของดงเฮเข้าไปส่งที่หน้าห้องน้ำ  พลางบอกว่าข้าวของโน่นนี่ของดงเฮวางอยู่ตรงไหน  อะไรที่ดงเฮจำเป็นต้องใช้เก็บไว้ที่ใด

 

"รออยู่ข้างนอกนะ  มีอะไรก็เรียกนะ"  พูดจบก็หันหลังให้ไปนั่งรอที่เตียงเงียบๆ  หยิบหนังสือโน่นนี่มาพลิกดู  แต่ใจไม่ได้ไปไกลกว่าใบหน้าของคนที่ยังอยู่ในห้องน้ำเลย

 

 

ไม่นานนัก  ดงเฮออกมาจากห้องน้ำ  สีหน้าดูดีกว่าเดิมขึ้นมานิดหน่อย  ไม่ได้ซีดเซียวเหมือนเมื่อวาน   ริมฝีปากบางเจือสีระเรื่อคลี่ยิ้มน้อยๆ  "คิบอม  ขอบคุณ" 

 

"ไม่เป็นไร"  คิบอมยืดตัวจากเตียงขึ้นยืน  ก่อนจะเดินตรงมาที่ดงเฮ  มือจับเข้าที่ข้อมือเล็กๆนั่นอย่างคุ้นเคย  "ไป"

 

ดงเฮอ้าปากจะพูด  แต่แรงดึงเบาๆก็ทำให้ต้องเงียบและเดินตามแผ่นหลังกว้างตรงหน้า  ดูเหมือนคิบอมจงใจเดินช้าๆ  เพื่อรอคนป่วยอย่างดงเฮให้ค่อยตามมา

 

ห้องของคิบอมไม่ใหญ่นัก  เรียกได้ว่าขนาดกำลังพอดีกับการอยู่คนเดียว  หน้าต่างกระจกใสที่อยู่ในห้องนั่งเล่นด้านนอกเผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงกว้างไกล  แต่คนชมอย่างดงเฮก็ต้องตัดใจเดินออกจากห้อง

 

 

คิบอมพาดงเฮเดินผ่านส่วนต่างๆของคอนโดที่ดงเฮมั่นใจว่าคงราคาแพงระยับอย่างแน่นอน  ดูจากพนักงานที่แสดงท่าทีเรียบร้อยเป็นทางการ  แล้วยังจะการตกแต่งทันสมัยแต่เรียบหรู  ทำให้คนที่เคยชินกับบรรยากาศสบายๆแบบดงเฮอดรู้สึกตัวลีบลงไม่ได้

 

แล้วไหนจะถูกจูงเดินด้วยผู้ชายด้วยกันอีก  เขินอยู่เหมือนกันแวลาที่ใครเดินสวนผ่านไปมา  แต่เมื่อข้อมือเล็กทำท่าจะรั้ง  คิบอมก็หันมามองในเชิงปราม  เขาจึงได้แต่ก้มหน้าเดินไม่มองใคร

 

ถึงทางแยก  ทางหนึ่งนำพาออกไปสู่ทางออกหน้าคอนโด  อีกทางพาไปถึงที่จอดรถ  คิบอมไม่ลังเลที่จะพาคนตัวเล็กที่เขาเกาะกุมเอาไว้ไปที่รถตนเอง  มีแค่ดงเฮที่ชะงักและขัดขืนจริงจังขึ้นมา

 

"ส่งแค่นี้แหละ  เดี๋ยวกลับเอง"  ดงเฮฝืนตัว  มืออีกข้างยกขึ้นดันมือของคิบอมที่จับข้อมือตัวเอง  แต่คิบอมก็ทำแค่หันมามอง  แล้วพูดประโยคเดิมๆ  สั้นๆ  ที่ทำให้ดงเฮต้องแพ้ทางไปเสียทุกครั้ง 

 

"อย่าดื้อ"

 

ว่าแล้วคิบอมก็ดึงดงเฮให้ตามมาด้วยแรงที่ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเดิม  แต่กระนั้นก็ไม่ได้สร้างความระคายให้ร่างเล็กแม้แต่น้อย  ดงเฮได้แต่บ่นออกมาเบาๆ  "ไม่ได้ดื้อสักหน่อย  นายแหละดื้อ"

 

คิบอมหันมายิ้ม  ก่อนจะหันกลับไปตั้งหน้าตั้งตาพาดงเฮไปยังรถของเขา

 

ดงเฮเข้าไปนั่งในรถหลังจากที่คิบอมเป็นคนเปิดประตูข้างคนขับให้  รถสีดำสนิทดูเคร่งขรึมสมกับมาดที่ดูเป็นผู้ใหญ่สุขุมของคิบอม  ร่างเล็กใช้เวลาสั้นๆระหว่างที่คิบอมอ้อมรถเพื่อขึ้นมานั่งในตำแหน่งคนขับเพื่อสำรวจโน่นนี่  ดวงตาก็ไปหยุดสะดุดที่ตุ๊กตาสโนว์ไวท์ที่เขวนหน้ารถ 

 

คิบอมสตาร์ทรถเอาไว้  หันมาถามถึงที่ตั้งหอพักของดงเฮ  เมื่อรู้ว่าเป็นที่ไหนก็พยักหน้ารับแล้วเริ่มเคลื่อนรถออก

 

ดงเฮเอนหลังพิงในท่าทางที่สบาย  ตอนนี้มีเสื้อคลุมของคิบอมคลุมร่างของเขาไว้อีกครั้ง  แต่ดวงตายังจ้องเขม็งที่ตุ๊กตาสโนว์ไวท์หน้ารถจนคิบอมสังเกตเห็นได้

 

"อะไร  อยากได้เหรอ"

 

ดงเฮรีบสะบัดหน้าพรืดแล้วถามกลับทั้งเสียงหัวเราะ  "เดี๋ยวนี้  ชอบแบบนี้เหรอ" 

 

 

คิบอมยิ้มไม่หันมามอง  "ไม่หรอก  ยังชอบแบบเดิม  ชอบคนเดิมๆ"

 

ดงเฮนิ่งไปพักหนึ่ง  จนเมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่ระอุขึ้นมาบนใบหน้า  ก็หันออกไปมองนอกหน้าต่าง  ก่อนจะปล่อยให้ความเงียบที่อบอุ่นเข้ามาแทรกระหว่างตัวเขาและคิบอม

 

ถึงแม้ว่าดงเฮจะรู้ใจตัวเองดีว่าความรักที่มีให้คิบอมนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย  แต่เขาก็ไม่อาจจะกลับไปยืนในฐานะเก่า  แม้ในใจจะวูบไหวกับคำพูดที่ได้รับฟัง  ชวนให้ใจอ่อนยอมตาม  เขาต้องบอกกับใจตัวเองซ้ำๆว่าถึงไม่อาจเปลี่ยนความรู้สึกที่มีในใจ  แต่จะขอเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจไปแล้ว  ความรู้สึกรักนั้นช่างยิ่งใหญ่  แต่จะขอให้เหตุผลนำทาง  ทั้งรู้ดีว่าเหตุผลนั้นก็มาจากความรู้สึกล้นใจนั้นนั่นเอง

 

ส่วนคิบอมนั้น  เขารู้จักดงเฮดีเกินกว่าจะพูดความรู้สึกตนเองไปมากกว่านี้  หวังเพียงแค่การที่ได้เคียงข้างจะยังคงรั้งความหวังสุดท้ายนี้เอาไว้ในใจของคนที่เขารักไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป^^

ขอบคุณคนอ่านทุกคน  !!!  ได้อ่านสักกะทีนะคะ  จะรอจบบัดดี้ก็กลัวจะนานเกิน  เลยลงมันตอนนี้หล่ะ

edit @ 11 Jun 2009 15:03:16 by ease supsnerv

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณนะคะ ไรท์เตอร์ ที่ไม่ทิ้งเรื่องนี้ big smile
ได้อ่านแล้วดีใจจังเลย

จากตอนนี้สถานการณ์ดูเหมือนจะดีขึ้นกว่าเดิม (รึเปล่า?)ยังไงก็เอาใจช่วยให้ด๊องเปิดใจซะที อยากรู้จริงๆ ว่าเหตุผลคืออะไร ไรท์เตอร์สู้ๆนะคะ

ปล.ชอบบัดดี้มากๆ และก็ชอบเรื่องนี้มากๆ ด้วย
จะคอยติตามเรื่องราวของ kihae ต่อไปนะคะ confused smile

#1 By beriberi (124.120.124.61) on 2009-06-12 17:43

ทำไมหมวยใจแข็งมากมาย

ทั้งที่ยังรักบอม

ยังแอบลุ้นให้บอมมันพูดหรือถามอะไรมากกว่านี้

แต่ดันไม่ถาม...

#2 By (124.120.88.6) on 2009-09-24 12:44

ก็ยังคงอบอุ่นในความเศร้าๆ อยู่นะ
ไม่รู้ว่าทำไม คงต้องไรเตอร์เฉลยว่าทำไมถึงต้องแยกกัน
ทั้งที่อ่านก็รู้ว่ายังรักกันมากขนาดนี้

อ๋า คังทึก มาให้คิดอีกแล้ว

#3 By ~sand~ (222.123.220.235) on 2009-10-05 15:44


หมวยเป็นอะไรอ่า T^T
เลิกกับตี๋ ทำไม?
บรรยากาศคู่รัก อึมครึมได้อีก

วอนกับคยูกี้
เพื่อนกันรักกันเหรอเปล่า?

ไร้เตอร์ fighting cry

#4 By kabu (124.120.21.11) on 2009-10-25 11:25