[YAOI] Fic Kihae : One Love Ch.6

posted on 03 Aug 2009 15:04 by easesupsnerv  in OneLove

 Always Keep The Faith

 เป็นห่วงจับใจ

ตอนนี้จะมีสีหน้าแบบไหน  มีความสุขหรือเปล่า

Always Keep The Faith

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

One Love 

Pairing: Ki x Hae

Chapter 06: Indecisive??

Writer: ease supsnerv

Chapter Rate: PG 13

 

ที่นี่ ฺBoy's Love นะคะ  ถ้าไม่ชอบกดปิดได้เลยค่า ^^;

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อากาศยามเช้ายังคงเย็นชื่นเมื่อละอองน้ำค้างของค่ำคืนยังคงทิ้งร่องรอยอยู่ที่ขอบใบอ่อนและกลีบดอกตูมแรกแย้ม  สีสันของต้นฤดูใบไม้ผลิกำลังอวดแข่งกันเพื่อไล่เอาลมหนาวเย็นจับขั้วหัวใจให้พัดผ่าน  สายลมที่อบอุ่นขึ้นทุกขณะมาพร้อมกับแดดของรุ่งเช้า  ร้อนแรงแต่ก็ไม่เคยคิดแผดเผา

 

เหล่าเพื่อนพ้องมารวมตัวกันในห้องเรียนวิชาแรงจูงใจที่มีอาจารย์ป้านั่งอธิบายเนื้อหาบนจอแสดงภาพด้านหน้า  เสียงทุ้มชวนหลับยังไม่อาจกล่อมให้เข้าสู่นิทราได้  เมื่อเสียงพูดคุยงึมงำยังคงดังอึงอลไปทั่วบริเวณเล็กๆไม่หยุด

 

"เห็นไหมครับ  นี่ถ้าไม่รับมาซองมินก็มาสายไปแล้วนะ"  คยูฮยอนถือโอกาสนั่งข้างซองมินเนื่องจากได้สิทธิพิเศษจากการรับร่างอวบมาจากคณะศิลปกรรมที่อยู่ห่างออกไปแค่ช่วงตึก

 

"เว่อร์แล้ว  ใกล้แค่นี้  ต่อให้คลานมายังถึงทันเลย"  ซองมินยิ้มร่า  ในใจก็รู้ว่าหนุ่มแก้มตอบที่มีดวงตาแสนทะเล้นคนนี้คิดอะไรกับเขา

 

แต่อย่างว่า  ซองมินเป็นคนของประชาชน...

 

"แหม...รู้ทันผมอีก  งั้นผมพูดความจริงก็ได้  ก็เพราะซองมินน่ารักแบบนี้ไงครับ  ผมถึงได้รับมาด้วย"

 

"คยูฮยอนนี่ใจดีจริงนะ"  ซองมินยิ้มเย้าแหย่

 

คนถูกชมเอียงใบหน้าเข้ามาใกล้  กระซิบเสียงเบาข้างหูอย่างจงใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายก็สบมองด้วยดวงตาพราวไม่คิดหนี  "ผมเจ้าเล่ห์จะตาย  ใจดีเสียที่ไหน"

 

คำตอบที่ได้ยินทำเอาคนฟังหัวเราะคิก

 

"แล้วซองมินละครับ  ใจดีอย่างนี้กับทุกคนหรือเปล่า"

 

"ฉันน่ะเหรอใจดี"

 

"ใช่สิครับ  ใจดี...แจกยิ้มหวานๆแบบนี้ให้ทุกคนเลยหรือเปล่าครับ"

 

ซองมินหัวเราะในลำคอ  ก่อนจะหยุดไปสักครู่เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

"ก็เหมือนคยูฮยอนน่ะแหละ  ถ้าไม่หล่อ  ฉันก็ไม่ยิ้มให้หรอก"

 

 

 

 

 

ฮันกยองถูกทิ้งให้นั่งอยู่แถวหลังคนเดียว  เมื่อฮยอกแจที่เขาอุตส่าห์เดินตามเข้ามาทันนั้นหนีมุดใต้โต๊ะเพื่อไปนั่งแทรกระหว่างดงเฮและซองมินที่มาถึงก่อนเข้าจนได้  เขานั่งมองสามหนุ่มหน้าตาน่ารักทั้งสามนั่งเรียงกันด้วยพฤติกรรมต่างกันสุดขั้วแต่มีวัตถุประสงค์ในการไม่ตั้งใจเรียนเสมอกัน  เพิ่งรู้เอาเมื่อไม่กี่วันนี้เองว่า  ดงเฮ  ฮยอกแจ  และซองมิน  ครองตำแหน่งหนุ่มป๊อบของมหาชนแห่งศิลปกรรม  ทั้งยังเป็นคนที่ใครๆต่างไม่กล้าล้ำเส้นเพราะถือตัวว่าเป็นเด็กในสังกัดของประธานคณะสุดเหี้ยม

 

น่าแปลกจริงๆว่าเอ็นท์ติดกับเขาด้วย  พฤติกรรมการเรียนนี่ไม่ได้เรื่องเลย

 

ซองมินนั่งคุยกับคยูฮยอนตลอดคาบ  ถ้าไม่คุยก็โทรศัพท์  ซ้ำบางคนที่โทรมายังเป็นนักศึกษาที่เรียนอยู่ในห้องเดียวกันอีก  อะไรจะป๊อบขนาดนั้น

 

ดงเฮที่ดูออกจะเรียบร้อยกว่าอีกสองคนที่เหลือก็ยังคงอิมเมจ  ไม่ตั้งใจเรียนแบบเรียบร้อย  มองจากด้านหลังก็เห็นว่าร่างเล็กตั้งใบหน้ามองตรงไปยังเนื้อหาที่อาจารย์แสดงที่หน้าห้องนิ่ง  แต่ติดที่ว่า  เสียงที่ลอดจากหูฟังที่ดงเฮใส่เอาไว้แบบไม่กลัวเกรงเพราะถือว่านั่งหลังอาจารย์ไม่เห็นนี่มันดังเสียจนคนนั่งถัดไปอย่างฮันกยองแทบจะโยกตามเพลงไปด้วยได้แล้ว

 

หนุ่มจีนยังแอบโล่งใจนิดหนึ่ง  เมื่อดงเฮดูจะยิ้มได้แล้ว  แถมยังยอมให้คิบอมมานั่งประกบอยู่ข้างๆอีกด้วย

 

ส่วนอีกคนล่ะ  คนที่ฮันกยองนั่งมองจนแทบไม่เหลือสมาธิเรียน 

 

ฮยอกแจของเขานั่งยุกยิกไม่หยุด  เดี๋ยวก็ชะโงกหน้าคุยกับซองมินมั่ง  แกล้งดึงหูฟังดงเฮเอามาฟังบ้าง  แต่สุดท้ายเมื่อไม่มีใครสนใจ  จึงคว้าการ์ตูนในกระเป๋าขึ้นมากางอ่านไม่สนใจ

 

หนุ่มจีนส่ายหน้าเบาๆ  มันจะมาเรียนกันทำไมวะ!!

 

คิดได้แบบนั้น  ก็สะกิดรุ่นน้องนั่งกลางยิกๆ  แต่ฮยอกแจก็ยังนั่งนิ่งไม่สนใจ  อ่านการ์ตูนเมามันอยู่นั่นแหละ

 

"ฮยอกแจครับ  ฟังอาจารย์สิครับ  ถ้าไม่คิดจะฟังก็มานั่งคุยกับพี่มา"

 

ฟุ่บ!!  โป๊ก!!

 

"โอ๊ยย!!!!!"  ฮันกยองร้องขึ้นมาเสียงดังเมื่อปากกาเน้นข้อความสีชมพูสะท้อนแสงแท่งหนาลอยมาจากอาจารย์หน้าห้อง  นักศึกษาทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียว  ด้วยใบหน้าอดกลั้นหัวเราะอย่างถึงที่สุด  ทำเอารุ่นพี่ที่ได้ฉายาว่า"ป๋า" อย่างฮันกยองคิดอยากแทรกแผ่นดินหนีดูสักครั้ง 

 

"ฮันกยอง!!  ไม่ฟังชั้นแล้วยังไปกวนคนอื่นอีก!!  อยากไปเรียนนอกห้องมั๊ยหะ!!"

 

อะไรฟระ!!!!  ทีไอ้สามคนข้างหน้านี่ล่ะมันฟังอาจารย์เสียทีไหนกันเล่า!!

 

"ไม่ได้เรื่อง" 

 

ฮยอกแจพูดลอยๆขึ้นมาแบบไม่ใส่ใจว่าใครจะได้ยินหรือไม่  คิบอมหัวเราะหึในลำคอหันมาเหลือบมองรุ่นพี่น้อยๆ

 

"ขำอะไรคิบอม"  ฮันกยองทำเสียงข่มขู่  ซึ่งคนฟังหน้าเข้มก็แค่ยิ้มส่ายหน้าตอบ

 

"เดี๋ยวก็โดนอาจารย์ว่าอีกหรอก"  ฮยอกแจเปรยขึ้นมาอีกครั้ง

 

"พูดดีนักนะ"  ถืออภิสิทธิ์ของรุ่นพี่ผลักหัวรุ่นน้องร่างผอมเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว  "ตัวเองน่ะตั้งใจเรียนซะมั่งเหอะ"

 

ฮยอกแจหันมาเบะปากใส่

 

"หรือถ้าไม่คิดจะเรียนก็มานั่งข้างๆพี่นี่  พี่โลนลี่  เหงาปากอยากติว"

 

"ฮันกยอง!!!!!!  พูดมากนักมานั่งตรงหน้าชั้นนี่!!!!!"  เสียงแหลมล้นด้วยอารมณ์หงุดหงิดของอาจารย์ป้าดังขึ้นเพื่ออัญเชิญรุ่นพี่ภาคอินเตอร์ไปนั่งข้างหน้า  ใบหน้ากลั้นหัวเราะของนักศึกษาทั้งห้องจึงไม่มีอีกแล้ว  เพราะบัดนี้  ร่วมกันหัวเราะอย่างไม่มีเกรงใจ

 

 

 

 

 

 

เสียงอาจารย์ป้าบอกจบเนื้อหาการเรียนในวันนี้  ปลุกให้นักศึกษามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  ต่างคนต่างรีบเก็บข้าวของลงกระเป๋า  แม้กระทั่งดงเฮที่ไม่ได้ยินเสียงอาจารย์ป้ายังรู้

 

มือเล็กเก็บของรวดเร็วก่อนจะดึงเอาหูฟังไอพอดลงกระเป๋า  ปล่อยให้เสียงรอบตัวดังกลบเสียงเต้นของหัวใจแทนที่จะเป็นดนตรีดังกระหึ่มแบบเมื่อครู่  เขารู้ดีว่าตกเป็นเป้าสายตาของคนร่างสูงที่นั่งข้างอยู่ไม่รู้กี่ครั้งตลอดการเรียน  และก็รู้ดีว่าหัวใจตัวเองหวั่นไหวไม่น้อยจนรู้สึกอึกอักไปหมด  เมื่อซองมินเรียก  ดงเฮก็รีบลุกขึ้นยืนโดยไม่คิดจะกล่าวลาคิบอมที่ยังคงลอบมองเขาอยู่เงียบๆ

 

ถึงอย่างนั้น  มือหนาก็คว้าข้อมือบางของเขาเอาไว้  ดงเฮหันไปมองเห็นใบหน้านิ่งๆของคิบอม  ใบหน้าเรียบเฉยกับสัมผัสอุ่นที่เขาแสนจะคุ้นเคย

 

"หืมม..."

 

"ไปกินข้าวกันไหม"  คิบอมถาม  พร้อมกับที่มือหนาออกแรงเบาๆเพื่อดึงให้ร่างเล็กขยับเข้ามาใกล้อีกนิด

 

ดงเฮเงียบไปครู่หนึ่ง  "อย่าเลย  ฉันมีธุระต้องไปทำต่อที่คณะ"

 

"งั้นเย็นนี้..."

 

"คิบอม"  ดงเฮรีบพูดขวางก่อนที่ร่างสูงจะจบประโยค  แต่น้ำเสียงหวานนั่นก็แค่ท้วงด้วยเสียงห้วนเบาหวิว  ไม่หนักแน่นเลยสักนิด

 

"หกโมงนะ  เดี๋ยวไปรับ"

 

พูดจบใบหน้าเข้มก็เมินไม่สนใจดงเฮที่กำลังทำหน้าหงิก  ปล่อยข้อมือเล็กแล้วหันหลังเดินหนีออกจากห้องไป  ทิ้งให้ดงเฮร้องเรียกตามโดยไม่เกิดประโยชน์ใด

 

ฮยอกแจเดินเข้ามากอดคอแล้วลากเพื่อนเดินตามซองมินออกจากห้องไปอีกทาง

 

"ก็แค่ทำตามหัวใจตัวเองมันจะไปยากอะไรวะ"

 

ดงเฮมองหน้าคนพูดที่อยู่ใกล้กว่าคืบเสียด้วยซ้ำ  "มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ"

 

หนุ่มผมสีน้ำตาลอมส้มพยักหน้าตอบ

 

ดงเฮยิ้มแห้งๆออกมาไม่อาจพูดอะไรต่อไป

 

 

 

 

 

 

ปกติแล้ว  คณะศิลปกรรมและคณะนิเทศจะแข่งขันกันมาตลอด  ด้วยมีเป้าหมายวัตถุประสงค์ในการสอนและสร้างบุคลากรนั้นมีลักษณะงานบางอย่างที่ซ้อนทับกันในบางมุม  ศิลปกรรมแสดงงานศิลปะ  ในขณะที่นิเทศเน้นหนักในการสื่อสาร  งานเทศกาลประจำภาคเรียนของสองคณะจึงไม่เคยยอมให้กันเลยสักครั้ง  ต่างฝ่ายต่างหาไม้เด็ดมาคัดคานแสดงความเกรียงไกรของศักยภาพคณะเต็มที่  แต่ยิ่งงานใหญ่  ก็ยิ่งเงินเยอะ  งานเทศกาลปีนี้  ทั้งสองคณะจึงถูกคณบดีกดดันแกมบังคับให้ต้องร่วมกันจัดงาน  โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการฝึกการทำงานร่วมกัน  สร้างสรรค์งานแบบเต็มรูปแบบ  จำลองสังคมอาชีพในอนาคตที่ต่างก็คงหนีกันไม่พ้น  และที่สำคัญ  กระชับมิตร

 

"แล้วธีมงานล่ะพี่อิทึก"  สามหนุ่มหน้าหวานบ้าพลังอย่างดงเฮ  ฮยอกแจ  และซองมินร้องขึ้นมาพร้อมกัน  เพราะธีมของงานนี่แหละสำคัญยิ่งในการกำหนดกิจกรรมภายในงาน

 

"แล้วทำไมพวกนายไม่ไปถามไอ้ประธานคณะแกนั่นเล่า  เป็นน้องรักของหมอนั่นไม่ใช่หรือไง"  อิทึกพูดเสียงเหนื่อยหน่าย 

 

"ทำไมต้องเรียกว่าหมอนั่นด้วย  พี่เขาออกจะนิสัยดี  หล่อ  เรียนเก่ง  เพอร์เฟคท์  บ้านรวยอีกตะหาก"  เป็นซองมินที่แก้ต่างแทนโดยอีกสองคนที่เหลือพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย  ทำเอาอิทึกกระตุกยิ้มมุมปากอย่างหมั่นไส้  ด้วยเขาเองก็ดำรงตำแหน่งประธานคณะนิเทศที่มีศักดิ์ศรีไม่ยิ่งหย่อน  พอได้ฟังว่าประธานคณะศิลปกรรมช่างสมบูรณ์แบบมันจึงอดจี๊ดไม่ไหว

 

คยูฮยอนที่ถูกอิทึกลากไปประชุมเรื่องงานด้วยในฐานะผู้ช่วย  เป็นเหตุให้ได้เจอซองมินเมื่อเช้า  รีบออกความเห็นแก้ต่าง  "ก็นั่นมันพี่ของซองมินนี่ครับ  แต่ในฐานะของประธานคณะศิลปกรรมที่ผมฟังเมื่อเช้านะ  บอกตามตรง  เรื่องมากเป็นที่สุด  แถมหน้าตายังกวนประสาทอีก  สู้พี่อิทึกก็ไม่ได้  เป็นกันเอง  คุยง่าย"  หยอดรุ่นพี่เสียจนใบหน้าหวานอมยิ้มออกมาได้

 

"พูดมากเดี๋ยวจะฟ้องนะ"  ฮยอกแจชี้หน้าคาดโทษ

 

"พอทีเหอะน่าพวกนาย  สรุปมันธีมงานว่าไงพี่อิทึก"  ดงเฮต้องรีบตัดบท  เขาอยากรู้จะแย่แต่ประเด็นก็ถูกมองข้ามนอกเรื่องอยู่นั่น

 

"ตกหลุมรัก"

 

"หมายถึงรักแรกพบเหรอ"  ซองมินถามให้แน่ใจ

 

"ไม่ใช่ซะทีเดียว  มันคือห้วงขณะตกหลุมรัก  ที่ทำให้คนมองโลกสดใสสวยงามเหมือนฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้เบ่งบานอวดสีสัน  ไม่ว่ารักแรกพบ  หรือรักที่รู้จักกันมานานแสนนาน  ก็จะถูกรวบประเด็นมาอธิบายในหลายๆแง่...  ใช่ไหมนะ...คยู"

 

"ก็ประมาณนั้นแหละครับ  ตอนนี้งานอยู่ในช่วงวางแผน  ช่วงปลายสัปดาห์จะมีการสรุปกิจกรรมอีกครั้งหนึ่ง  ผมว่า  เดี๋ยวพวกเราคงจะได้ประชุมงานรวมกันไม่นานจากนี้หรอก"

 

"ก็ดีนะ  จะได้ทำอะไรสนุกๆกันเสียที  ว่าแต่แล้ววันนี้มาทำอะไรที่คณะพวกเราล่ะ"  หนุ่มผมสีน้ำตาลอมส้มถามขึ้น 

 

"มาคุยเรื่องวางแผนงบ" 

 

อิทึกตอบเบาๆ  ก่อนที่รุ่นน้องทั้งสี่จะพูดคุยต่อกันอย่างสนุกสนานบนโต๊ะนั่งสีขาวภายใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างตึกกิจกรรมของคณะศิลปกรรม  อาคารทรงห้าเหลี่ยมที่ถูกออกแบบให้มีพื้นที่ว่างตรงกลางอาคารสำหรับแสดงกิจกรรม  ห้องต่างๆภายในตึกก็ล้วนแบ่งเป็นห้องซ้อม  สตูดิโอ  และห้องต่างๆสำหรับการฝึกฝนทักษะทางศิลปกรรมทุกแขนง  ไม่ว่าจะการเขียนภาพหรือห้องสำหรับสร้างผลงานทางศิลปะอื่นๆ  แกลลอรี่  ห้องดนตรีทั้งแบบประจำชาติและสากล  และห้องสำหรับเวิร์คชอปอีกมากมาย  เรียงรายกันไปตามแต่ละชั้นของอาคาร

 

ส่วนห้องประชุมที่อิทึกต้องมาประชุมนั่นก็ตั้งอยู่ที่ชั้นหนึ่ง

 

Rrrrrrrrrrr

เสียงเรียกเข้าเป็นเพลงฮิตของนักร้องดังในตอนนี้ดังขึ้น  ซองมินหยิบโทรศัพท์ขึ้นรับพร้อมกับสายตาที่ส่ายไปมาเพื่อมองหาใครสักคน

 

"นายอยู่ไหนแล้ว  ทำไมมาช้านักล่ะ"

 

เสียงขรึมนิ่งๆในโทรศัพท์พูดตอบกลับมาเรียบๆ  "แถวนี้แหละ  แต่ฉันเปลี่ยนใจจะกลับบ้านแล้ว"

 

"อ้าวได้ไงเล่าคังอิน!!!  ก็นัดกันแล้วว่าจะไปเป็นเพื่อนฉันไง"

 

"ไม่เอาแล้ว  หงุดหงิด"

 

ซองมินขมวดคิ้ว  รีบลดเสียงของตัวเองลงมาทั้งที่โมโหคนปลายสายจอมเบี้ยว  ก็เพราะเห็นสายตาของอิทึกที่มองมานั้นเดาความหมายได้ยากเย็น

 

"หงุดหงิดบ้าอะไรของนายหะ!!"

 

"ช่างฉันเหอะน่ะ  แค่นี้นะ  จะกลับแล้ว"

 

"เฮ้ย!!!!  เดี๋ยวดิ๊!!!!!" 

 

ตะโกนเท่าไหร่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อเพื่อนร่างหนาขี้หงุดหงิดตัดสายทิ้ง  หลังจากนั้นไม่กี่วินาที  ทั้งห้าคนก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถกำลังสูงขับมาด้วยความเร็วผ่านบริเวณที่พวกเขานั่งกันอยู่

 

ฮยอกแจหัวเราะขึ้นมาพร้อมชี้ไปที่รถต้นเหตุเสียงดัง  "มันมาแล้วโน่นไง  โกรธอะไรมาอีกแล้ววะ"

 

ซองมินลุกขึ้นตะโกนใส่รถที่เร่งความเร็วผ่านหน้าไป  ทั้งที่รู้ว่าคนขับคงไม่ได้ยินเลยสักนิดก็ตาม

 

"คังอิน!!!!!  ไอ้หมีบ้าขี้โมโหเอ๊ย!!!!!  จะรีบไปตายที่ไหนหะ!!!!!"

 

รุ่นพี่คนเดียวของกลุ่ม  เหลือบสายตามองทันได้เห็นแค่เสี้ยวหน้าคนขับที่แสนหงุดหงิดเท่านั้น  ในใจพลางคิดว่าหากจะให้เขาคาดเดาเหตุผลของความหงุดหงิดของรุ่นน้องคนนี้ก็คงจะได้ 

 

ติดปัญหาอย่างเดียวคือ  เขาเบื่อหน่ายเหลือเกินแล้วกับการฝันกลางวัน

 

 

 

 

หลังจากที่ได้เวลา  อิทึกและคยูฮยอนก็ขอตัวไปประชุม  เหลือเพียงสามหนุ่มหน้าหวานที่ยังอ้อยอิ่งอยู่ที่โต๊ะไม้สีขาวใต้ร่มไม้ใหญ่ต้นเดิม

 

ดงเฮนอนฟุบอยู่กับโต๊ะ  ดวงตาไล่มองพื้นหญ้าที่ถูกปูด้วยพรมหญ้าสีเขียวขจี  ประดับด้วยกลีบดอกไม้สีขาวที่ร่วงหล่นลงมาต้องแสงหม่นในยามเย็นจัด  หูยังคงฟังเรื่องราวที่เพื่อนทั้งสองพูดไปเรื่อยๆ  รับรู้  แต่ไม่คิดอยากตอบอะไร

 

"...เฮ   ดงเฮ  ดงเฮ!!!!!!!"  ซองมินตะโกนเรียกด้วยความเหลืออด  เมื่อร่างเล็กที่นอนอยู่ไม่สนใจจะขานรับเสียงเรียก  ทำเอาคนถูกเรียกสะดุ้งขึ้นมาเลิกคิ้วมอง

 

"ฉันถามว่านายจะไปด้วยไหม  เย็นนี้น่ะ  ถ้าไม่ไป  ฉันจะได้ให้ฮยอกแจไปส่งนายที่หอก่อน  แล้วเดี๋ยวฉันสองคนจะไปกันเอง"  ซองมินพูดรวดเร็ว   เพราะถูกเบี้ยว  จึงมาบังคับฮยอกแจ  เพื่อนผู้แสนดีคนนี้ให้ขับรถพาไปซื้อของแทน

 

"เด็กในเครือนายก็เยอะแยะ  ทำไมไม่ชวนวะ  แค่นายพูดออกไปละก็  แย่งกันมารับจนเลือกไม่ไหว"  ฮยอกแจพูดเพราะลึกๆเขาก็ขี้เกียจจะไป  ซองมินมีชื่อเสียงด้านเลือกซื้อของไม่เกรงใจเพื่อนและคนขายอยู่แล้ว

 

"ก็ฉันอยากจะไปกับเพื่อนสนิทอ่ะ  ไม่ได้เหรอหะ!!"

 

"ได้คร๊าบบบบบบ"

 

"แล้วสรุปนายว่าไงล่ะดงเฮ"

 

ใบหน้าขาวนึก  ยังคงจำได้ถึงคำพูดของคิบอมเมื่อกลางวันที่บอกว่าหกโมงจะมารับ  จึงคิดลังเลว่า  ควรจะตัดสินใจว่ายังไง  เบอร์โทรศัพท์ของคิบอมก็ไม่มีจะโทรบอกปฏิเสธก็ไม่ได้

 

 

แต่ทันใดนั้น  ผู้ที่ถูกพาดพิงทางความคิดก็มาปรากฏตัวอยู่ใกล้  เหมือนรู้ดีว่าการกระทำที่ชัดเจนเท่านั้นที่จะหยุดความไม่แน่ใจของดงเฮได้

 

คิบอมจอดรถห่างไปไม่ไกลนักตรงถนนที่คังอินเร่งเครื่องผ่านไปเมื่อชั่วโมงก่อน  ยี่ห้อและรุ่นของรถทำให้ทั้งสามรวมไปถึงนักศึกษาคนอื่นๆในบริเวณนั้นให้ความสนใจได้ง่ายๆ  เขาเปิดกระจกลงเมื่อเห็นว่าดงเฮ  ฮยอกแจ  และซองมินมองเห็นเขาเข้าแล้ว  ยิ้มน้อยๆทักทายเพื่อนทั้งสอง  ก่อนจะหันมามองที่ดงเฮเพียงคนเดียว

 

ร่างสูงไม่คิดจะเอ่ยถาม  เพียงพยักหน้าเบาๆสองสามทีเรียก  ก็ทำให้ความลังเลเมื่อครู่ของดงเฮหายไปเสียสิ้น  ร่างเล็กหยิบกระเป๋าลุกขึ้นยืนแล้วหันไปบอกเพื่อนสั้นๆ

 

"ฉันไม่ไปด้วยนะซองมิน  ขอโทษที"

 

"เออ" 

 

ซองมินตอบเบาๆเพราดูจะอึ้งนิดๆกับเหตุการณ์ตรงหน้า  ส่วนฮยอกแจนั้นก็นั่งเท้าคางมองด้วยสีหน้าจริงจัง

 

"เฮ้ย!!  คิบอม!!" 

 

ฮยอกแจตัดสินใจร้องเรียกให้คิบอมละสายตาจากดงเฮที่กำลังเดินตรงเข้าไปที่รถให้มองมาทางเขา

 

"ดูแลให้ดี!!"

 

 

คิบอมยิ้มกว้างขึ้นอีก  ยิ้มนั้นที่มีความหมายถึงความมั่นใจเปี่ยมล้น

 

ภายหลังจากรถราคาแพงสีดำสนิทของคิบอมจากไป  ซองมินก็ชิงถามขึ้นก่อน

 

"นายว่าไอ้คู่นี้นี่ยังไง  จะรีเทิร์นไหม" 

 

"นายคิดว่าไงล่ะ  คนที่มันรักกันนี่มันจะหนีกันพ้นเหรอวะ"

 

 

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

โฮ่ยยยย  ดีเลย์มากกก สำหรับ Ch. นี้  เนื่องจากไรเตอร์เพิ่งผ่านสภาวะการทำใจจากเรื่องคุกคามทางจิตมา  เซ็งไปเลยยยยยยยย  5555+  แต่ตอนนี้โอเคแล้วน๊า

 

หมดแรงตอบเม้นท์ค่า T [] T  ขอโทษษษษ TT ^ TT  ถ้าพรุ่งนี้ว่างจะมาเม้าท์  (แน่นอนว่าอู้งานอีกชัวร์!!)

 

แต่ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนนะคะ  ทั้งที่ติดตามบัดดี้และเรื่องนี้ด้วย  ขอบคุณมากๆค่า ^^

 

แล้วเจอกันนะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากให้รีเทิร์นไวไวอ๊า
ทงเฮเริ่มเปิดใจให้คิบอมแล้ว อิอิ

#1 By ninanani : DH on 2009-08-05 11:33

big smile สวัสดีค่ะ
ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมซะนานเลย
คิดถึงไรท์เตอร์และ one love จัง

ตอนนี้เค้ารางเริ่มจะดีแล้ว kihae คงจะเป็นไปได้ดี (มั้ง ?) ดูเหมือนว่าคิบอมจะเริ่มแสดงความรู้สึกมากขึ้น แล้วด๊องจะเริ่มเปิดใจยอมรับแล้ว ตอนนี้ไม่เครียดดี ชอบๆ 555

ไรท์เตอร์สู้ๆนะ ถ้าเค้าว่างเมื่อไรจะแวะมาทักทายอีกน๊า
เจอกันเมื่อมีเวลา บ๊ายบาย big smile

#2 By Beriberi (124.120.124.168) on 2009-08-08 23:09

เราก็ชอบนะคะ

boy's love อ่ะ

ต้องขอโทดด้วยน่ะคะที่ยังไม่ได้อ่าน

ตอนนี้มีปัญหาทางสายตาคะ

ถ้าดีขึ้นแล้วจะมาอ่านเอนทรี่ของคุณให้ได้เลยค่ะ

.............

ขอบคุณสำหรับกำลังที่ส่งไห้ท่บล็อกนะค่ะ
หายหน้าหายตา
กลับมามอบความอึมครึมอย่างด่วนเลย

#4 By ีup2u (118.174.75.227) on 2009-08-16 16:39

1.เธอกำลังอ่านข้อความของฉัน
2.เธออ่านข้อ1จบไปแว้ว
3.เธอกะลังคิดว่ามันฮายังงัย
4.เหมือนเธอจะโดนหลอก
5.เธอเริ่มคิดว่าจาด่าฉันยังไง!!!
6.เธอเครียด
7.เธอเครียดมากๆ
9.เธอเครียดสุดๆ
10.เธอเครียดจนเธอลืมดูว่าไม่มีข้อ8
11.เธอหันไปดูว่าไม่มีจิงป่าว
12.เธอเลื่อนกลับมาอีกแล้ว เหอๆ
13. เธอเริ่มเลื่อนลงแล้ว
14. เธอเลื่อนลงอย่างเร็ว อย่างเร็ว
15. และก็ เร็ว เร็ว......
16. เร็วมาก ๆ
17. เร็วจนไม่รู้ว่าข้อ 13 นั้นมี 2 ข้อ....
18. แล้วเธอก็ย้อนกลับไปดูอีกครั้ง
19. เธอโดนหลอกเต็มๆ ข้อ 13 มีอยู่ข้อเดียว
20. เธอส่ายหัวไปมา...คิดในใจว่า มันเอาข้อความบ้าอะไรมาให้อ่านเนี่ย.....
21. ไม่มีสาระอะไรเลย...
22. แต่ก็ยังทำให้เธออ่านมันมาถึงตรงนี้....
23.นั่นแน่!!เธอแอบยิ้มยิ้ม... 555
ถ้าเห็นข้อความนี้ เเสดงว่าคุณถูกรั ก จงส่งข้อความนี้ ให้ครบ 10 ภายใน 143 นาที ต่อจากนี้ พรุ่งนี้ จะเป็นวัน ที่ดีที่สุด ของคุณ เที่ยงคืนน

#5 By (61.19.55.67) on 2009-09-09 13:07

1.เธอกำลังอ่านข้อความของฉัน
2.เธออ่านข้อ1จบไปแว้ว
3.เธอกะลังคิดว่ามันฮายังงัย
4.เหมือนเธอจะโดนหลอก
5.เธอเริ่มคิดว่าจาด่าฉันยังไง!!!
6.เธอเครียด
7.เธอเครียดมากๆ
9.เธอเครียดสุดๆ
10.เธอเครียดจนเธอลืมดูว่าไม่มีข้อ8
11.เธอหันไปดูว่าไม่มีจิงป่าว
12.เธอเลื่อนกลับมาอีกแล้ว เหอๆ
13. เธอเริ่มเลื่อนลงแล้ว
14. เธอเลื่อนลงอย่างเร็ว อย่างเร็ว
15. และก็ เร็ว เร็ว......
16. เร็วมาก ๆ
17. เร็วจนไม่รู้ว่าข้อ 13 นั้นมี 2 ข้อ....
18. แล้วเธอก็ย้อนกลับไปดูอีกครั้ง
19. เธอโดนหลอกเต็มๆ ข้อ 13 มีอยู่ข้อเดียว
20. เธอส่ายหัวไปมา...คิดในใจว่า มันเอาข้อความบ้าอะไรมาให้อ่านเนี่ย.....
21. ไม่มีสาระอะไรเลย...
22. แต่ก็ยังทำให้เธออ่านมันมาถึงตรงนี้....
23.นั่นแน่!!เธอแอบยิ้มยิ้ม... 555
ถ้าเห็นข้อความนี้ เเสดงว่าคุณถูกรั ก จงส่งข้อความนี้ ให้ครบ 10 ภายใน 143 นาที ต่อจากนี้ พรุ่งนี้ จะเป็นวัน ที่ดีที่สุด ของคุณ เที่ยงคืนน

#6 By (61.19.55.67) on 2009-09-09 13:07

ซองมินเป็นคนของประชาชน

เจอกับคยูที่ท่าทางร้ายไม่แพ้กันเลย

รู้สึกหมวยจะยอมรับบอมนิดๆ

อ่า..บอมเริ่มเปิดรุกหมวยแล้ว

ดีใจจัง

#7 By (124.120.88.6) on 2009-09-24 13:02