[YAOI] Fic Kihae : One Love Ch.7

posted on 16 Aug 2009 17:14 by easesupsnerv  in OneLove

 Always Keep The Faith

 

Always Keep The Faith

Believe In You

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

One Love 

Pairing: Ki x Hae

Chapter 07: Easy

Writer: ease supsnerv

Chapter Rate: PG 13

 

ที่นี่ ฺBoy's Love นะคะ  ถ้าไม่ชอบกดปิดได้เลยค่า ^^;

 

 

 

 

 

 

 

 รู้ใจตัวเองหรือเปล่า??

 

 

รู้สิ  รู้ดี  รู้ว่าหัวใจของผมอยู่ที่ไหน  รู้ว่ากำลังคิดอะไร  ปรารถนาสิ่งใด

 

รู้กระทั่งว่า  ไม่อาจควบคุมความรู้สึกนั้นให้หายไป 

 

เพราะอะไรกันนะ

 

 

 

ผมคิดว่า  สิ่งเดียวที่ผมไม่รู้  ก็คงจะเป็น...วิธีการ 

ทำอย่างไร  ผมถึงจะหยุดได้เสียที  ทำอย่างไร  ผมถึงจะไม่มีความรู้สึกแบบนี้อีก

 

 

รู้ใจตัวเองหรือเปล่า??

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงดาวบนท้องฟ้าทอแสงระยับเพียงน้อยนิด  เมื่อต้องต่อสู้กับแสงเรืองของดวงดาวแห่งเมืองที่ไม่รู้จักหลับใหล  แม้ความเร็วของรถยนต์สมรรถนะสูงตามราคาที่สูงลิบจะถูกจำกัดให้อยู่ในช่วงที่ คนขับจะควบคุมได้  แต่ฟากฟ้าที่สามารถปรากฏได้ในระหว่างช่วงตึกที่คับแคบนั้นก็ทำให้ดวงตาสี เข้มของผู้โดยสารบนรถคันนี้ต้องขยับไหวอย่างรวดเร็ว

 

ใบหน้าขาวของดงเฮเอียงพิงกระจกใสหน้าต่างรถนิ่ง  ขัดกับแววตาที่เคลื่อนรวดเร็วพยายามจะมองหาดาวให้ได้สักดวงบนท้องฟ้าที่ถูกรบกวนจากแสงยามค่ำคืนของเมือง  ในใจเหมือนจะเงียบงันกลับเต็มไปด้วยความคิดมากมายหลายอย่างที่เขาเองไม่รู้ ว่าพรั่งพรูออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 

 

 

ดงเฮรู้ดีว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่เขาขึ้นมานั่งบนรถคัน นี้  แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันมากมาย  แม้จะไม่หันไปมอง  คิบอมก็พยายามที่จะมองดูเขาที่นั่งเงียบแบบนี้อยู่ตลอด

 

และดงเฮก็รู้ดีว่า  ไม่ได้มีความรู้สึกอึดอัดกับการกระทำของคิบอมแต่อย่างใด

 

 

เนิ่นนานมาแล้วก็จริง  แต่ความคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้  กับการที่มีอีกคนอยู่ข้างๆ  ไม่เคยเลือนหาย

  

"ดงเฮอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า"

 

ใบหน้าขาวขยับหันมามองคิบอมอย่างงงๆที่อยู่ๆก็ถามขึ้นมา  ดงเฮยิ้มมุมปากขำเมื่อเห็นคนขับรถถามด้วยสีหน้าจริงจัง

 

"พานั่งรถมาตั้งไกล  เพิ่งจะมาถามเนี่ยนะ  เกิดฉันอยากไปร้านที่อยู่อีกฟากของเมืองคิบอมจะพาวกกลับไปเหรอ"

 

คนถูกตั้งคำถามกลับยิ้ม  แววตาเข้มยังจ้องมองถนนข้างหน้าแม้จะอยากสบตามองคนตัวเล็กข้างกายขนาดไหนก็ ตาม  "ก็ถ้าบอกว่าอยากจะไป  ฉันก็จะพาไป  ไกลแค่ไหนก็จะพาไป"

 

ได้ฟังคำตอบแบบนี้  หัวใจของดงเฮก็เต้นรัวขึ้นมา  เขาเบือนหน้ามองท้องฟ้ามืดข้างนอกรถอีกครั้ง  เสียงถูกกดต่ำให้ดังเพียงแผ่วเบา  "นอกโลกก็จะพาไปด้วยหรือเปล่าหล่ะ"

 

ร่างสูงหัวเราะในลำคอ  ดงเฮหันขวับมามองใบหน้าอมยิ้มของคิบอมอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะได้ยินที่ตัวเองพูด  แต่ก็พอดีกับที่ร่างสูงชะลอความเร็วเลี้ยวเข้าไปจอดรถในที่จอด  ความเร็วถูกหยุดลงตามด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบลง

 

"ไปทานข้าว"  คิบอมพูดสั้นๆ  มือใหญ่ก็ขยี้ผมเส้นเล็กของดงเฮเล่นด้วยความเอ็นดู

 

"ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าอยากจะไปร้านไหน"  ตอบเสียงห้วนด้วยรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกคิบอมแหย่ให้หงุดหงิด

 

อีกฝ่ายได้ฟังก็เลิกคิ้วขึ้นสูง  "แล้วอยากไปร้านไหนล่ะครับ"  มืออีกข้างก็จับกุญแจรถเพื่อติดเครื่องยนต์ที่ถูกดับลงไปแล้วให้ครางเบาอีกครั้ง

 

 

คิบอมเอาใจใส่ความรู้สึกของดงเฮเสมอ  หากพูดขออะไร  คิบอมก็จะทำให้ทุกอย่าง 

 

ความใจดีแบบนี้  ที่ทำให้ดงเฮติดกับ 

 

 

"ก็คิบอมคนชวน  อยากไปร้านไหนก็ตามใจสิ"

 

 

ก็เพราะรู้ถึงความหวังดีและความเอาใจใส่นั้น  มันจึงกลับกลายเป็นไม่ว่าคิบอมจะพูดอะไร  ดงเฮก็จะเชื่อ  ไม่ดื้อ  ไม่ขัด 

 

จะยอมให้ทุกสิ่ง  ยอมเป็นทุกอย่าง

 

ทำให้ดงเฮเชื่อใจคนคนนี้เสียจนไม่เหลือพื้นที่ให้คิดเป็นอื่น  ทำให้หลงรักคนคนนี้เสียจนไม่อาจจะหยุดได้

 

และนี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ดงเฮยอมมากับคิบอมในวันนี้ได้ง่ายดายเสียเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ซองมิน!!  ไปกินข้าวกันเหอะ"

 

หนุ่มผมสีน้ำตาลอมส้มร้องขึ้น  ในท้องเขามันปั่นป่วนจนไม่อยากจะเดินอยู่แล้ว  แถมไอ้เพื่อนสนิทตัวอวบแรงใจไม่มีวันหมดของเขานี่ก็ยังดูตื่นเต้นไม่เลิก  แบบนี้เขาคงได้เป็นลมตายแน่นอน!!

 

"อย่าเพิ่งสิ  กำลังสนุกเลย  โหย!!  เลี้ยวเข้าร้านนี้ด้วย!!"  ซองมินออกแรงดันร่างของฮยอกแจให้เข้าไปในร้านขายของจุกจิกอีกร้าน  แต่เขาก็ฝืนแรงเฮือกสุดท้ายยื้อยุดเต็มที่

 

"ไม่!!!  ฉันหิวข้าว!!  ถ้านายจะไปก็ไปคนเดียวเซ่  ฉันจะไปกินข้าวรอ!!"

 

"ได้ไงเล่า!!  นายมาเป็นเพื่อนฉัน  จะหนีไปก่อนได้ไง!!"

 

"ม่ายยยยย..."  ฮยอกแจร้องโหยหวนไม่อายใคร  สองมือเล็กเกาะเสาไฟทางแน่นเป็นที่พึ่ง  หวังจะให้การตกเป็นเป้าสายตาช่วยพาให้ซองมินคิดอายเลิกตามราวี

 

 

แต่ไม่...เขาคิดผิดถนัด

 

 

"ไอ้เพื่อนบ้า!!  ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!!  ไปกับฉันเดี๋ยวนี้!!  คิดว่าไอ้มุกตื้นๆนี่จะมาหลอกให้ฉันเชื่อได้รึไง!!"

 

"นายไม่อาจเขาบ้างรึไงวะ  มาลากผู้ชายด้วยกันเข้าร้านขายของแบบเนี๊ย!!"

 

"ไม่อายโว๊ยยยยย!!!!  ก็ฉันต้องซื้อของขวัญให้คนอื่นเขานี่!!!!"

 

"อย่ามาโม้เลย!!  ฉันเห็นนายเลือกแต่ของตัวเองทั้งนั้น!!"

 

 

 

ในระหว่างที่สองเพื่อนสนิทยื้อยุดกันนั้นเอง  ก็เกิดปรากฏคนมุงดูจำนวนสองคนแบบจาบจ้วงทางด้านหลัง  แม้จะไม่เห็นแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายตาชัดเจนจนน่าหงุดหงิด  จ้องเอาๆจนซองมินและฮยอกแจทนไม่ไหว  สบสายตานัดแนะแล้วหันขวับไปพร้อมกัน

 

"มองอะไรหะ!!  อ๊ะ...อ้าวววว"

 

สองหนุ่มร่างสูงผู้แอบมองขำท่าทางของฮยอกแจและซองมิน

 

"เล่นอะไรกันครับซองมิน  ฮยอกแจ"  คยูฮยอนยิ้มกว้างเอ่ยถาม  ส่วนฮันกยองนั้นก็แค่ยิ้มเห็นด้วยกับคำพูดรุ่นน้อง  สายตามองฮยอกแจที่พยายามเก็บอาการหน้าแหยเต็มที่

 

"อ่อ  เปล่าน่ะ"  ซองมินเองก็แกล้งยิ้มหวานกลบเกลื่อนบ้าง  "คยูฮยอนกับพี่ฮันกยองมาทำอะไรกันเหรอ"

 

"มาทานข้าวน่ะครับ"

 

ซองมินยิ้ม  ทิ้งจังหวะนิดหน่อยก่อนจะตอบช้าๆ  ลากเสียงยาวๆ 

 

"...เ ห ร อ..."

 

ในเมื่อจงใจอ้อยอิ่งแบบนี้  คยูฮยอนก็รีบคว้าโอกาสนั้นไว้ 

 

"ไปด้วยกันไหมละครับ  ทั้งสองคนเลย"

 

คึคึ  มันต้องแบบนี้ซี๊

 

ซองมินคิดในใจ  ส่งรอยยิ้มน่ารักบนใบหน้าเอนเอียงอย่างครุ่นคิด  กัดริมฝีปากบางเบาๆแล้วย่นคิ้วหันไปทางฮยอกแจ  ท่าทางน่ารักซะไม่มี

 

 

ฮยอกแจไม่ปฏิเสธ  แต่การก้มหน้าลงนิดๆกับสายตากดๆนั่นก็บอกชัดเจนแล้วว่าไม่อยากไป

 

"ไหนเมื่อกี๊  นายบอกจะต้องซื้อของขวัญไม่ใช่หรือไง"

 

ซองมินทำแก้มป่องยื่นริมฝีปากนั่นเหมือนเด็กโดนขัดใจ  รุ่นพี่ฮันกยองไม่อยากจะได้ยินคำตอบเป็นอย่างอื่น  จึงรีบชิงพูดมัดตัว

  

"เอาน่ะ  ไปกันเถอะ" 

 

ฮันกยองคว้าข้อมือฮยอกแจพาเดินไม่แม้จะสนใจฟังคำตอบที่คนถูกบังคับกำลังจะเอ่ยออกมา

 

"เฮ้ย!!  ปล่อย!!" 

 

ฮยอกแจฝืนตัวทันที  ขาสองข้างเกร็งยึดพื้นที่เอาไว้แน่น  จนรุ่นพี่ต้องยอมหยุด  แววตาเข้มนั้นแม้จะดูน่าเกรงขามแต่ก็ไม่เคยเจือความแข็งกร้าวใดๆ

 

"ทำอะไรน่ะพี่!!  ไปบังคับฮยอกแจทำไมเล่าครับ  ถ้าเขาไม่อยากไปก็..." 

 

คยูฮยอนรีบพูด  เพราะท่าทางรุ่นพี่เขาตอนนี้ดูจะก้าวร้าวกับเพื่อนใหม่ของเขาเหลือเกิน  ถึงแม้ว่าใจจริงแล้วเขานั้นอยากจะให้ฮยอกแจไปใจจะขาดเพื่อที่ซองมินของเขาจะได้ไปด้วยก็เถอะ  แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ต้องการบังคับอีกฝ่ายเช่นกัน

 

"แค่ไปกินข้าวจะกลัวทำไม"

 

เมื่อรุ่นพี่พูดเสียงนิ่ง  ฮยอกแจก็เกิดหวั่นขึ้นมานิดๆ  หันไปมองเพื่อนอีกคนเพื่อขอความช่วยเหลือด้วยข้อมือข้างหนึ่งถูกเกาะกุมแน่นจะแกะไม่ออก

 

"ซองมิน  อยากไปไหม"  ฮันกยองถาม

 

คนถูกถามสบมองตาของคยูฮยอนก่อนจะมองที่รุ่นพี่แล้วให้คำตอบที่ทำให้คยูฮยอนดีใจ

 

"อยากไปครับ!!"

 

ฮันกยองยิ้มแล้วพยักหน้าตอบรับ  ดวงตาจึงหันกลับมาที่ฮยอกแจอีกที

 

"เพื่อนอยากไปเห็นไหม  แล้วเราน่ะก็หิวข้าวแล้วไม่ใช่หรือไง  ไปด้วยกันเถอะน่า  พี่ไม่พาไปขายหรอก"

 

"ใช่ครับ  ฮยอกแจไปกับพวกเราเถอะ  นี่เดี๋ยวพี่อิทึกก็มาด้วยนะ"

 

ฮยอกแจฟังแล้วหนักใจ  ตัดสินใจไม่ถูก  ซองมินจึงขยับเข้าใกล้เพื่อนสนิทที่ยังถูกรุ่นพี่จับข้อมือไว้แน่น  พูดเสียงเบาให้พอได้ยินกันสองคน

 

"ฉันจะไปกับพวกคยูฮยอน  ถ้านายไม่อยากไปก็ได้นะ  เดี๋ยวฉันหาทางกลับเอง"

 

"นายจะบ้ารึไง!!"

 

"ให้คยูฮยอนมาส่งก็ได้  ก็นายจะไม่ไปนี่"

 

เป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปีทำไมซองมินจะไม่รู้  ฮยอกแจน่ะห่วงเพื่อนแค่ไหน

 

"เออๆๆๆๆ  ไปก็ไป!!"

 

 

 

 

 

 

 

อยู่ๆก็นึกอยากจะมองดาว

 

 

ดงเฮกวาดสายตามองดูท้องฟ้าที่อยู่ภายนอกกระจกบานใสของ ร้านอาหาร  บรรยากาศร้านเล็กเงียบสงบตั้งอยู่บนเนินเขาทำให้เห็นวิวไกลและท้องฟ้ากว้าง  แต่แสงสว่างเรื่อเรืองของเมืองที่ทอดตัวอยู่เบื้องล่างก็รบกวนจนมือเล็กต้อง ยกขึ้นป้องเพื่อบังแสง  เผยให้เห็นดาวดวงเล็กพราวบนฟ้า

 

จานอาหารบนโต๊ะพร่องไปไม่มาก  แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กจะไม่สนใจเสียแล้ว  เช่นเดียวกับคิบอมที่นั่งนิ่ง  ดวงตานั้นดูแวววาวเสมือนได้จับจ้องสิ่งที่สกาวดังดวงดาวบนท้องฟ้าเช่นกัน

 

โคมไฟเรืองส่องเป็นสีส้มทำให้ร้านดูอบอุ่น  ร้านขนาดเล็กๆมีลูกค้านั่งอยู่ประปราย  ดูเหมือนทุกคนที่นี่จะมีรสนิยมอย่างหนึ่งที่คล้ายคลึงนั่นคือความเงียบ  มือยาวของคิบอมเอื้อมดึงแก้วใสทรงสูง  ดอกกุหลาบสีขาวกลีบบางส่งกลิ่นกรุ่นอยู่ภายในยามใบหน้าเข้มเคลื่อนเข้าใกล้  แม้ไม่ต้องสูดลมหายใจเข้าลึก  แต่กลิ่นหอมหวนนั้นก็ติดตรึงปลายจมูกเขาได้ง่ายดาย

 

ร่างเล็กหันใบหน้ามามอง  ดวงตาเป็นประกายสนใจอีกฝ่าย  เมื่อมือใหญ่นั้นเลื่อนแก้วที่มีกุหลาบขาวอยู่ภายในมาตรงหน้า  ดงเฮแค่ยิ้มน้อยๆเพียงเท่านั้น  แขนเรียววางขนาบบนโต๊ะสีขาวแล้วเอนศีรษะซบ  นิ้วมืออีกข้างก็ยกขึ้นแตะบนขอบแก้วไล้ไปมาให้รู้สึกสัมผัสเย็นเฉียบ

 

"ง่วงแล้วหรือไง  ซึมเชียว" 

 

ร่างสูงเอ่ยถามเบาๆ  ดงเฮยิ้มบางอีกครั้งและสั่นหัวตอบคำถาม

 

"งั้นก็ไปกันเถอะ  เดี๋ยวจะปิดเสียก่อน"

 

คิบอมยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา  ดงเฮจึงดันตัวขึ้นนั่งหลังตรง  ขมวดคิ้วอย่างสงสัย

 

"ไปไหนล่ะ"

 

ใบหน้าเข้มยิ้มอ่อนโยนไม่ตอบอะไร  เขาลุกขึ้นแล้วฉวยข้อมือดงเฮให้ตามมา

 

"คิบอม~"

 

เสียงใสเรียกให้คนชอบบังคับหันมามอง  แต่น้ำเสียงก็อ่อนจนไม่อาจจะรั้งอะไรไว้ได้สักนิด

 

"เดี๋ยวก่อน  คิบอม!!"

 

ความเงียบและแสงสลัวทำให้อากาศดูจะหนาวเย็นขึ้นอีกนิด  ทำให้ความอบอุ่นบนมือใหญ่ดูจะร้อนแรงขึ้นอีกหน่อย  ยิ่งเมื่อคิบอมหยุดจังหวะเดินกะทันหันจนทำให้ร่างเล็กของดงเฮเกือบจะชนเข้ากับเขาเสียแล้ว  ความหนาวเหน็บนั่นก็ยิ่งทำให้ระยะห่างเพียงไม่ถึงคืบยิ่งอุ่นขึ้น

 

"อยากดูดาวไม่ใช่เหรอ"

 

ดงเฮเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังคำพูดนั้น  นั่นแสดงว่าคิบอมสังเกตเห็นเขาสินะ

 

"ไปนะ"

 

คิบอมพูดคำเชิญชวนนั้นสั้นๆ  พร้อมกับสัมผัสแก้มเนียนนั้นเบาๆด้วยปลายนิ้วยาวของเขา  เหมือนดั่งว่าได้กลิ่นกลุ่นของกุหลาบขาวกลีบบางนั้นอีกครั้ง  กลิ่นหอมยวนใจที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงกว่าทุกที

 

 

 

 

 

 

"เป็นไงครับ"  คยูฮยอนตั้งอกตั้งใจรอฟังคำตอบ  ในฐานะเป็นคนชวนมาก็อยากให้อาหารถูกใจคนที่เขาชวน

 

"อร่อย~"

 

ซองมินพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเมื่ออาหารคำแรกของจานที่สองถูกตักเข้าปาก  แม้จะไม่หิว  แต่สัญชาตญาณก็บอกว่าอาหารจีนที่ร้านนี้นั้นอร่อยจริงๆจนกินได้ไม่ยั้ง  ยิ่งบรรยากาศนั้นไม่ต้องพูดถึง  ก็ลูกชายเจ้าของร้านอย่างรุ่นพี่ฮันกยองเลือกก็ย่อมเป็นที่ที่ดีที่สุดของร้านแน่อยู่แล้ว

 

"แล้วฮยอกแจล่ะครับ"  ทายาทเจ้าของร้านถามด้วยเสียงสุภาพบ้าง

 

"ก็ดี...ครับ"  ตอบเสียมิได้  เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เหมือนว่ารุ่นน้องอย่างเขาก็ควรจะต้องก้มหัวให้รุ่นพี่ต่อหน้าคนอื่นบ้าง

 

ร้านอาหารจีนชื่อดังในโซลร้านนี้เป็นสาขาเดียวในประเทศเกาหลี  ที่ครอบครัวของฮันกยองขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรก  หลังประสบความสำเร็จในการเปิดหลายสาขาในประเทศจีน  ช่วงที่รุ่นพี่คนนี้ย้ายมาเรียนที่นี่ใหม่ๆ  ครอบครัวได้มีโอกาสมาเยี่ยมและเห็นทำเลที่เหมาะสม  จึงทดลองเปิดร้านขึ้นในพื้นที่การค้านี้  แบ่งพื้นที่เป็นร้านบรรยากาศอบอุ่นเสมือนครอบครัว  และพื้นที่ส่วนตัวที่ฮันกยองใช้เป็นบ้าน

 

"ก็ดีเหรอครับ  ก็ดีงั้นก็ทานเยอะๆ"

 

รุ่นพี่หน้าเข้มใช้ตะเกียบคีบอาหารใส่จานฮยอกแจจนมันพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว  ครั้นเจ้าของจานนั้นจะห้ามก็ไม่ทันความไวของรุ่นพี่

 

ตกเป็นหน้าที่ของผู้มาใหม่ให้ห้ามทัพ  มาถึงก็ตบมือฮันกยองจนตะเกียบกระเด็น

 

"นายทำบ้าอะไรกับน้องฉันหะ"  อิทึกทำหน้าตากวนใส่

 

"ทำอะไรเล่า  ฉันก็ดูแลน้องอยู่นี่ไง  ดูซิ  คีบแต่ของดีๆ  เอ้า!!  ทานเข้าไปสิครับน้อง"  เอาตะเกียบชี้หน้าบังคับฮยอกแจที่นั่งขมวดคิ้ว

 

อิทึกนั่งลงข้างฮยอกแจ  หันไปทักซองมินและคยูฮยอนแล้วจึงหยิบถ้วยตะเกียบของตัวเองยื่นให้ฮันกยอง

 

"คีบให้บ้างดิ่"

 

"เฮอะ  เรื่องอะไร  คีบเองสิ"

 

"อะไรวะ  ไม่เท่าเทียมกันนี่"

 

"แน่นอนอยู่แล้ว"

 

"ฮยอกแจ!!"  อิทึกหันมาเสียงดังใส่รุ่นน้องแทน  "สั่งมันทีซิ!!"

 

"อ้าวววว  แล้วเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ?!"

 

"ก็ฮันกยองมันชอบนายอ่ะ  นายสั่งอะไรมันก็ทำทั้งงั้นแหละ"

 

ฮยอกแจหน้าหงิก  ไม่รู้ว่าอิทึกนั้นต้องการจะเข้าข้างเขาหรือฮันกยองกันแน่  แต่ที่แน่ๆ  ซองมินและฮันกยองหัวเราะพรืดชอบใจกันใหญ่

 

 

"อะไรนะ??  ฮันกยองชอบใครนะ??" 

 

 

เสียงใสของใครอีกคนดังขึ้น  ฮยอกแจหันไปมองทั้งใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย  แต่รอยยิ้มหวานๆของเจ้าของเสียงนั้นก็ทำให้รอยบึ้งตึงหายไป

 

นี่ผู้หญิงหรือผู้ชายกันนะ?

 

อิทึกเรียกให้ผู้มาใหม่นั่งข้างๆตัวเอง  กระซิบกระซาบอยู่ข้างหูแล้วพยักเพยิดมาทางฮยอกแจ

 

ใบหน้าสวยเหมือนผู้หญิงนั้นยิ้มออกมาขณะที่มองดูฮยอกแจ

 

"นี่  คนนี้ชื่อฮีชอล  เพื่อนพวกพี่เอง"  ซองมินและฮยอกแจก้มหัวทักทายหลังจากที่อิทึกแนะนำรุ่นพี่ให้รู้จัก  "ส่วนเจ้าสองคนนี้เป็นน้องศิลปกรรม  ชื่อซองมินกับฮยอกแจ"

 

ฮีชอลยิ้ม  มองซองมินอยู่ชั่วครู่แล้วจึงหันมาทางฮยอกแจ  ดวงตาแน่นิ่งแต่คนถูกจ้องกลับรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกสำรวจอย่างไรอย่างนั้น  จนรุ่นพี่หน้าสวยเอียงคอหันไปทางฮันกยอง

 

"ผิดคาดแหะ"

 

คำพูดของฮีชอลที่ทำให้ฮยอกแจไม่เข้าใจ  แต่กลับทำให้ฮันกยองหัวเราะในลำคอเบาๆ  ก่อนจะตั้งคำถามถามกลับ  "แล้วไอ้ซีวอนล่ะ"

 

ฮีชอลหันไปทางหน้าร้าน  "มาโน่นแล้วไง"

 

ทุกคนหันมองตามที่รุ่นพี่คนสวยพูด  รุ่นพี่ซีวอนกำลังเดินเข้ามาในร้าน  เรียกสายตาของลูกค้าทั้งชายหญิงตามโต๊ะให้มองใบหน้าหล่อเหล่าดูดีทุกกระเบียด  ร่างหนาเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะที่เพื่อนๆกำลังนั่งกันอยู่  ยักคิ้วทักทายแล้วเลือกที่จะนั่งลงข้างคยูฮยอนด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกๆครั้ง  มือหนาตบบ่าของรุ่นน้องที่นั่งข้างๆเบาๆ  พลางสำรวจเพื่อนร่วมโต๊ะจนสะดุดเข้ากับคนที่นั่งข้างคยูฮยอนอีกฝั่งหนึ่ง

 

ซองมินก้มหัวทักทาย  เขาพยักหน้าตอบ

 

"มาด้วยเหรอ"

 

"ครับ  พอดีคยูฮยอนชวนมา"  รุ่นน้องร่างอวบตอบ

 

ซีวอนยิ้มน้อยนิด  ก่อนจะขยับเข้าใกล้รุ่นน้องคณะ  พูดบางอย่างเบาๆทำให้คยูฮยอนต้องหันไปคุยอย่างสนใจ

 

 

"แล้วไอ้หมวยล่ะ"  อิทึกถามซองมินและฮยอกแจ

 

"มัน...เอ่อ...ติดธุระ"  ฮยอกแจตอบ

 

"อะไรกัน  เห็นปกติตัวติดกันจนแยกไม่ออก"

 

"แหม  มันก็มีบ้างหล่ะครับ"  ซองมินพูดกลั้วหัวเราะ

 

รุ่นพี่ไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะก็คงจะจริงอย่างที่ซองมินว่าว่าต่างคนต่างก็ต้องมีธุระส่วนตัวกันบ้าง  เขาก็แค่เอ็นดูรุ่นน้อง  เห็นหายหน้าหายตาไปก็เป็นห่วงบ้าง  "เออ  แล้วคิบอมล่ะคยู"

 

คยูฮยอนหันหน้าหนีจากซีวอนเพื่อตอบคำถามรุ่นพี่อีกคน  "ไม่รู้สิครับ  พอเลิกเรียนมันก็หายหัวไปเลย"

 

"นายรู้มั๊ย" 

 

อิทึกหันไปถามฮีชอล  ซึ่งก็ได้คำตอบเป็นการส่ายหน้าเซ็งๆ

 

"ไม่รู้  โทรไปก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์"

 

 

"น้องมันไม่สนใจนายก็เพลาๆมั่งเหอะ  ทำใจไว้มั่ง" 

 

 

ฮันกยองขัดขึ้น  และคำพูดนั้นก็ขัดหูฮีชอลเข้าจริงๆ  ใบหน้าหวานนิ่ง  สายตาวาวมองไปทางฮันกยองที่นั่งนิ่งไม่ได้คิดกลัว

 

ก็เขาน่ะ  รู้จักสายตานี้มามากพอ

 

 

"ผมว่า  ผมควรจะกลับ..."  ซองมินเอ่ยออกมาเหมือนช่วยพักยกความร้อนที่กำลังจะปะทุ  "ขอบคุณพวกพี่ทุกคนแล้วก็คยูฮยอนด้วยนะ  ดึกแล้วกลับเถอะฮยอกแจ"

 

ฮยอกแจรีบลุกตามเพื่อนสนิทของตนเองถึงจะไม่เข้าใจนักก็ตามว่าทำไมท่าทางของซองมินถึงได้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วนัก  ก็ถ้าห่างจากรุ่นพี่ฮันกยองได้ล่ะก็  เมื่อไหร่เขาก็พร้อมไม่มีขัดอยู่แล้ว

 

"เดี๋ยวสิครับซองมิน!!"

 

"ดึกแล้วล่ะคยูฮยอน  ฉันกลับดีกว่า  ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะยังไงฮยอกแจก็ไปส่ง  ไปก่อนนะครับรุ่นพี่"

 

 

 

 

 

 

 

ดวงดาวทอเต็มฟ้า  ปราศจากเมฆหมอกหรือกระทั่งแสงจันทร์นวล

 

"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคิบอมก็มาที่แบบนี้เป็น"

 

ดงเฮพูดเสียงเบา  เพราะบนดาดฟ้าคอนโดสูงนั้น  นอกจากเสียงลมแล้วก็ไม่มีเสียงใดอีก  จึงไม่จำเป็นจะต้องออกแรงแข่งกับเสียงอื่นใด  แม้ลมต้นฤดูใบไม้ผลิยังคงหอบเอาความเย็นพัดมา  แต่ก็คุ้มพอที่จะมานั่งตัวขดมองฟ้าสวยๆแบบนี้

 

"แล้วสวยไหมล่ะ"

 

"อืมมม"

 

ดงเฮตอบด้วยรอยยิ้ม  fh;pน้ำเสียงนั้นก็ถูกปะปนไปด้วยความรู้สึกที่ดีจนเหลือล้น

 

ความรู้สึกอ่อนหวานแสนดีจนทำให้ผู้ได้ฟังอดใจไม่ไหว  มือหนาของคิบอมเคลื่อนช้าเข้าเกาะกุมมือเล็กของดงเฮเอาไว้แผ่วเบา  เขารู้สึกถึงความเย็นของปลายนิ้วของดงเฮ  ซึ่งนั่นจะหมายความในอีกทางหนึ่งว่าดงเฮจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของเขา

 

ดงเฮนั่งนิ่ง  ปลายนิ้วกำลังอุ่นขึ้น  แต่ก็ช้ากว่าหัวใจที่ร้อนผ่าวเสียแล้ว 

 

เขาควรจะทำอย่างไร  ดึงมือตัวเองออก  บอกให้คิบอมปล่อย

 

แต่เขาทำเช่นนั้นไม่ได้  ไม่รู้ว่าทำไม  เขาได้แต่ปล่อยให้คิบอมนำหน้าเขาเอาไว้  เดินนำหน้าดึงมือของเขาให้ต้องเดินตามอยู่ร่ำไปเหมือนที่ผ่านมา

 

"ดงเฮรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงพามาที่นี่"

 

"ไม่รู้"  ดงเฮตอบเสียงเบา

 

"สำหรับดงเฮ  ฉันอยากจะพามาเพราะเห็นว่าคงอยากจะดูดาว  แต่สำหรับฉัน  ฉันพามาเพราะอยากจะหาข้ออ้างให้ได้อยู่กับดงเฮนานๆ"

 

มือหนาออกแรงบีบมือของร่างเล็กให้แน่นขึ้นอีกนิด  แม้มีเพียงแสงเบาบางที่นี่  แต่น่าแปลกที่มันเหมือนสว่างใสจนรู้สึกได้ถึงความรู้สึกในดวงตาของกันและกัน

 

รู้สึกได้ถึงใบหน้าเข้มที่เคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน  สัมผัสอ่อนโยนที่ริมฝีปากเนิ่นนานเหมือนจะทำให้ร่างกายเบาจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมด  ลืมความตั้งใจที่เคยมี  ลืมความเศร้า  ลืมความทุกข์  ลืมแม้กระทั่งความสุข  เพราะในหัวใจกำลังโอบกอดบางสิ่งเอาไว้จนพองโต

 

สิ่งนั้นคงจะเป็น  ความรัก

 

 

"ฉันรักดงเฮ  รักเหมือนเดินไม่เคยเปลี่ยนไปเลย"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป ^^

 

ตอนนี้ไม่อึมครึมนะจะบอกให้!!  รู้สึกเหมือนแต่งยากขึ้นเรื่อยๆ  ผูกคอตัวเองจริงๆเลย  555+

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮ่าๆ
ยิ่งแต่งยิ่งยากมันก็เป็นธรรมดา ฮ่าๆ
ตอนต่อไปมาเร็วๆนะ

#1 By 만화 on 2009-08-16 17:24

ยู้ฮู เค้าแวะมาทักทาย
เลยได้อ่าน one love ตอนใหม่ด้วย ดีจัง

ตอนนี้รู้สึกว่า kihae เค้าจะหวานกันแบบเงียบๆ เนอะ 555 อ่านแล้วก็รู้สึกดีแบบเงียบๆ เช่นกัน (อ๊ะ! ยังไงของมัน) kihae คงจะไปได้ดีละนะ

ไรท์เตอร์บอกว่ารู้สึกเหมือนแต่งยากขึ้นเรื่อยๆ
ยังไงก็อย่าเพิ่งท้อ ทิ้งเรื่องนี้ไปนะจ๊ะ
พยายามเข้าน๊า เอาใจช่วยค่า big smile

#2 By beriberi (124.120.120.153) on 2009-08-16 23:58

แค่อยากมาตะโกนบอกว่าคิดถึง คนรัก คิเฮ

อยากกลับมาอ่านฟิคจะแย่
ไว้ภารกิจเสร็จสิ้นจะกลับมาอ่านฟิคน่ะค่ะ

#3 By kihae13 on 2009-08-17 19:35

คิเฮตอนนี้แอบหวาน

หวานไปเรื่อยๆนะค๊า อิอิ

#4 By ninanani : DH on 2009-08-22 22:30

ยังรักกันอยู่เลยคิเฮ

บอมทำขนาดนี้หมวยน่าจะใจอ่อนยอมรีเทิร์น

คิเฮเริ่มหวานกันแล้ว

ซองมินเห็นแก่กินได้อีก..55+

ไม่อยากให้เจ๊ชอบบอมแบบนี้เลยจริงๆ

#5 By (124.120.88.6) on 2009-09-24 14:05

ลืมใส่ชื่อ #5 และอีกหลายตอน

เป็นอันรู้กันนะอีส ว่าเม้น วันที่ 24/9/09

คือ KoBRiin

#6 By KoBRiin (124.120.88.6) on 2009-09-24 15:14

ยังค่า ไรเตอร์ ยังอึมอยู่นะ
ก็พ่อชายชเว ต้องนั่งข้างคยู ให้คนอ่านสงสัย
ก็ฮันกับคิมฮี จะเหมือนเคยมีอะไรมาก่อน งั้นล่ะ
ต้องติดตามอีกแล้ว

แต่คิเฮ กำลังดีค่ะ
น่านแหล่ะแก้มป่อง ทำดีแล้ว อย่าช้า
รุกไปทีละนิด ๆ อย่าให้เวลาปลาน้อยคิดนาน
เดี๋ยวคิดมาก สับสนเปล่า ๆ 5555++

#7 By (222.123.219.171) on 2009-10-05 18:17