[Fic Kihae] One Love Special - White Rose [HBD Kibum]

posted on 22 Aug 2009 21:10 by easesupsnerv  in OneLove

ขออนุญาตเปิดเอนทรี่ใหม่

พร้อมแล้วจะลงฟิค ณ บัดนี้

(ขอโทษที่ช้า T T)

 

 

 

One Love Special

Before This Love - White Rose

Pairing: Ki x Hae

Writer: ease supsnerv

Rate: PG 13

 

ที่นี่ ฺBoy's Love นะคะ  ถ้าไม่ชอบกดปิดได้เลยค่า ^^;

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แดดแรงกลางฤดูร้อนกำลังแผดเผาผิวกายของผมให้ร้อนรุ่ม  แต่หัวใจของผมกลับสดชื่นอย่างประหลาด  เสมือนมีน้ำเย็นๆพรมลงมาให้ใจเย็นสบาย

 

รอยยิ้มของดงเฮ...คงจะเป็นน้ำเย็นนั่น

 

 

 

 

คุณลุงเจ้าของร้านต้นไม้ขนาดใหญ่ปานสวนดูท่าทางจะเอ็นดูดงเฮเข้าเสียแล้ว  เพราะนอกจากจะหัวเราะร่าเมื่อเห็นร่างเล็กกระโดดไปมายามได้พบต้นไม้ดอกไม้แปลกตา  ยังยิ้มตาหยีเมื่อเห็นเขาทำหน้าบานเสียไม่ผิดอะไรกับเด็กเล็กๆ

 

"คิบอม!!  มาดูตรงนี้สิ"  กวักมือเรียกยิกๆทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม  ต่อให้ไม่พยายามจะเรียกขนาดนั้น  ผมก็ตั้งใจจะเข้าไปยืนใกล้ๆอยู่ดีนั่นแหละ

 

 

อากาศร้อนเกินไปหรือเปล่า  ใบหน้าเนียนใสถึงได้ขึ้นสีระเรื่อได้ขนาดนี้  นิ้วของผมแตะเบาๆที่คางมน  ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยแววตาสงสัย

 

"ร้อนหรือเปล่า"  ผมถาม

 

ดงเฮส่ายหน้าไหวๆ  เหยียดริมฝีปากยิ้มกว้างแล้วลากแขนผมไปในที่ที่เขาต้องการ

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้  ในเกาหลี  ผมเหลือคนคนเดียวที่สามารถเรียกได้ว่าเป็น ‘คนของผม'

 

ครอบครัวเราย้ายไปอยู่ที่อเมริกากันหมดตั้งแต่ที่ผมขึ้นชั้นมัธยม  แต่เป็นเพราะอยู่ที่โน่นอาจจะเงียบและไม่ค่อยจะมีเพื่อนเกินไปหน่อย  พ่อแม่จึงคิดว่าผมน่าจะกลับมาเกาหลีดู  พูดง่ายๆว่าท่านคิดว่าผมเข้ากับสังคมที่โน่นไม่ได้นั่นแหละ

 

แต่ความจริง  มันก็แค่ผมพูดน้อย  ไม่ชอบพูดมาก  ก็แค่นั้น

 

ช่วงขึ้นม.ปลาย  เมื่อถูกส่งมาที่เกาหลีเพียงลำพัง  ผมกลับมาอยู่บ้านหลังเล็กที่เราทั้งครอบครัวเคยอยู่ด้วยกันที่นี่  บ้านหลังเล็กที่ผมรักยิ่งกว่าบ้านหรูหราใหญ่โตกลางเมืองใหญ่เสียอีก

 

ผนังปูนสีขาวของบ้านแบบน่ารักอบอุ่นดูรับกับร่มไม้ใหญ่ที่ปลูกชิดแผ่ร่มเงาบังตัวบ้านให้เย็นสบาย  ระเบียงแคบๆยื่นออกมาแทบจะรอบตัวบ้านมีเถาไม้ขึ้นครึ้มออกดอกสีขาวเล็กๆน่ารัก  ด้านหนึ่งของนอกตัวบ้าน  มีชิงช้าผูกเองจากกิ่งก้านแข็งแรงของต้นไม้  บริเวณไม่กว้างนักปูพื้นด้วยหญ้าเขียวขจีเป็นพรมชุ่มชื้นยามเท้าเปล่าต้องลง

 

ผมยืนพิงกรอบประตูมองชิงช้าที่แกว่งไกวตามแรงถีบจากขาเรียวที่ปราศจากรองเท้าสวมใส่

 

แม้จะไม่หันมาทางนี้  แต่ร่างเล็กที่นั่งอยู่บนชิงช้าดูเหมือนจะมีความหยั่งรู้บางอย่างเกี่ยวกับการมีอยู่ของตัวผมได้แทบทุกครั้ง

 

ดงเฮ  คนที่พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็น ‘คนของผม'

 

 

"น่าจะปลูกต้นไม้เพิ่มนะ" 

 

 

เสียงใสเอ่ยออกมาเบาๆโดยไม่หันมามอง  เส้นผมพลิ้วไหวตามแรงที่แกว่งไกวและสายลมฤดูร้อนยามเย็น  เผยให้เห็นต้นคอขาวที่ถูกแต้มสีกุหลาบเอาไว้

 

ผมยิ้มแล้วเดินตรงเข้าไปช้าๆ

 

"แค่นี้ก็ขี้เกียจรดน้ำจะแย่  ต้นไม้ครึ้มไปหมด"  ผมพูดกลั้วหัวเราะ

 

"ก็นั่นแหละ  ตรงที่อื่นต้นไม้เยอะแยะ  ตรงนี้เรียบๆโล่งๆ  น่าสงสารชิงช้าออก"

 

ดงเฮหันมามองผมแล้วทีนี้  แต่แก้มเนียนนั้นกลับป่องออกมาตั้งท่าแง่งอน  ผมจึงเอาใจด้วยการแกว่งชิงช้าช่วยอีกแรง  เพิ่มความสูงให้ห่างจากพื้นดินทำให้คนตัวเล็กหัวเราะออกมาได้

 

"จะปลูกอะไรดีล่ะ"

 

ดงเฮค่อยปรับตัวกับความเร็วและความแรงของชิงช้า  มือเล็กจับเชือกข้างตัวแน่นแต่ก็ยังเอ่ยปากตอบผมฉะฉาน

 

"บ้านคิบอมสีขาว  ก็น่าจะปลูกไม้ใบ  กับไม้ดอกสีเย็นๆอ่อนๆ  น่าจะเข้ากันดี"

 

"เช่น??"

 

"ไฮเดรนเยียสีฟ้าๆ  ตรงนี้ร่มน่าจะโอเค  แล้วก็พวกเฟิร์น"

 

ดงเฮเอ่ยชื่อต้นโน้นต้นนี้ไปเรื่อย  ผมครางอือตอบรับแม้จะรู้จักไม่ครบทั้งหมดก็ตาม

 

 

 

ไม่รู้เพราะอะไร  บางทีมันอาจจะเป็นแบบนี้ตลอดก็ได้ละมั้ง  ทุกครั้งที่มีคนคนนี้อยู่เคียงใกล้  มันก็เหมือนจะใกล้กันไม่พอ

 

ร่างเล็กของดงเฮแทบจะปลิวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเมื่อผมกางแขนคว้าตัวบางของเขาเอาไว้  ดงเฮร้องประท้วงด้วยความตกใจเพราะถูกดึงออกจากความเร็วของชิงช้าอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

 

"คิบอม!!"

 

 

แก้มใสของดงเฮนุ่มแล้วก็หอมอ่อนๆชวนให้นึกถึงกุหลาบ  กุหลาบสีขาวกลีบบาง

 

 

"ตกลงปลูกตามที่ขอ  แต่มีข้อแม้ว่า  ดงเฮต้องมาอยู่ช่วยฉันดูแลต้นไม้ที่นี้"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"นี่ไง  น่ารักเนอะ"

 

ดงเฮนั่งยองๆ  ชี้นิ้วไปตามแนวกระถางไฮเดรนเยียดอกสีฟ้าที่เบ่งบานสะพรั่ง

 

ผมย่อตัวลงนั่งยองๆติดกัน  พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของเขา  กลีบมนๆสีฟ้าดูบอบบาง  อ่อนโยนสดใสแต่ก็แฝงความเหงาเอาไว้บอกไม่ถูก  ผมนึกชอบเพราะมันดูจะคล้ายดงเฮมากอยู่

 

"คุณลุงครับ!!  ไฮเดรนเยียสักกอนี้ต้องลงกี่ต้นดีครับ"

 

ร่างบางลุกขึ้นกระโดดไปหาคุณลุงเจ้าของสวนแล้ว  พูดจาถามโน่นนี่เสมือนซื้อต้นไม้ไปลงสวนในบ้านของตัวเองเสียอย่างนั้นแหละ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"หืมมมม"

 

ผมลากเสียงยาวถามเพราะคนในอ้อมกอดไม่ยอมตอบคำเชิญชวนของผมเสียที

 

บอกตามตรง  บางครั้ง  ผมก็เหมือนจะไม่เข้าใจว่าดงเฮกำลังคิดอะไร

 

ดงเฮก็อยู่คนเดียวเหมือนกัน  ต่างกันที่เขาอยู่หอพักไม่ใช่บ้านเหมือนผม  ได้ยินมาว่าแม่ของดงเฮรู้ดีว่าเขาขี้เหงาแค่ไหน  จึงไม่อยากให้อยู่คนเดียวในบ้านใหญ่ที่มีความทรงจำของครอบครัวอยู่  หลังจากตัดสินใจจะไปทำดอกเตอร์ทางด้านจิตวิทยาที่อเมริกา  รวมทั้งพี่ชายของดงเฮได้ทุนไปเรียนที่นั่นด้วยเช่นกัน  ทั้งหมดก็ตัดสินใจปิดบ้านเอาไว้และพาดงเฮไปอยู่หอพักใกล้ๆกับบ้านเพื่อนๆที่โรงเรียน

 

ผมเคยถามเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ไปเรียนที่อเมริกาด้วยเสียเลย  ดงเฮก็ตอบว่าเขาเกลียดภาษาอังกฤษ

 

ถึงจะสงสารที่ดงเฮคงจะเหงาน่าดู  แต่ก็ดีใจอยู่ลึกๆ  เพราะถ้าดงเฮตามแม่และพี่ชายไปก็คงจะไม่ได้อยู่กับผมตอนนี้  และการที่ดงเฮอยู่คนเดียวก็ทำให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันได้ง่าย  จะไปหาดงเฮที่หอ  หรือดงเฮจะมาหาผมที่บ้าน  ก็ดูสะดวกสบาย

 

 

แต่มันจะง่ายกว่าอีกเยอะเลย  ถ้าดงเฮตกลงมาอยู่กับผมที่บ้านเสียก็สิ้นเรื่อง

 

 

"จะดีเร้อ..."

 

ดงเฮพูดออกมาเบาๆ  ดวงตามองตรงไปข้างหน้านั้นบอกว่ากำลังคิดอย่างหนัก

 

"ทำไมล่ะ"

 

"ก็...  เอาจริงเหรอเนี่ย??"  เขาเอี้ยวใบหน้ามามองหน้าผมด้วยสีหน้าจริงจัง  ใบหน้าแสดงท่าทีสงสัยได้อย่างน่ารักจนผมอดหอมแก้มเนียนแรงๆอีกไม่ได้

 

"เอาจริงสิครับ  มาอยู่ด้วยกันเถอะน่า  จะปลูกโน่นปลูกนี่แล้วไม่มาช่วยรดน้ำได้ไง  เดี๋ยวดอกไม้ก็เฉาตายหมด"

 

"คิบอมก็รดเองดิ๊  รดไม่ไหวก็จ้างคนสวน  รวยนักไม่ใช่หรือไง"

 

แน่ะ  ประชดประชัน  กะหาทางบ่ายเบี่ยงอีกแล้วล่ะสิ  หึหึ

 

 

 

"ไม่อยากมาอยู่ด้วยกันหรือครับ"

 

 

ผมแกล้งถามเสียงอ่อน  ถามสั้นๆที่จะทำให้ดงเฮเริ่มขวัญเสีย

 

"ไม่ใช่อย่างนั้น  คิบอมอย่าถามแบบนี้สิ!!"

 

"เหรอ..."

 

"คิบอม~  จริงๆ  ก็อยากมาอยู่ด้วยหรอก  แต่มันจะดีเหรอ  เราเป็นเด็กม.ปลายเองนะ!!"

 

"อืม  ฉันเข้าใจ  ไม่เป็นไรหรอก"

 

แกล้งยืดตัวขึ้น  ปล่อยให้ร่างเล็กออกจากอ้อมแขนลงไปนั่งบนชิงช้าดังเดิม

 

"ฉันก็แค่...  ลองถามแบบจริงๆจังๆดู  ก็แค่นั้น...  ดงเฮไม่ต้องใส่ใจหรอก"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมคิดว่า  ไม้ใบที่มีใบสีเข้มๆใหญ่ๆก็น่าจะดี  แต่ดงเฮก็คงเลือกเสร็จแล้วหล่ะ  ตกลงราคากันเรียบร้อยแล้วด้วยมั้งเนี่ย

 

"โหยยย  สบายมากกกก  เลี้ยงง่ายเลี้ยงดายจะตายไปต้นนี้  ลุงลดให้ครึ่งหนึ่งเลยเอ๊า!!"

 

ดงเฮชอบอกชอบใจ  คุณลุงใจดีลดราคาแบบไม่กลัวขาดทุนกันเลยทีเดียว

 

 

เวลาผ่านไปพักใหญ่  ดงเฮก็ยังคงร่าเริงไม่หยุด

 

ผมนึกขึ้นมาได้ว่ามีต้นไม้อีกต้นที่ต้องเลือก

 

"คุณลุงครับ!!"  ผมเอ่ยเรียกลุงเจ้าของร้านเป็นครั้งแรก  นอกจากใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งวัยจะหันมา  ยังมีใบหน้าขาวของคนรักของผมมองมาด้วยความอยากรู้ด้วยเช่นกัน

 

"มีกุหลาบขาวไหมครับ  แบบที่ต้นเป็นพุ่มใหญ่ๆเลยนะครับ"

 

"โฮ๊ยยยยย  มีสิพ่อหนุ่มน้อยยยย  จะเอาใหญ่แค่ไหนก็มีทั้งนั้นแหละ  ตามลุงมานี่เลยมา!!"

 

ผมยิ้มให้คุณลุง  แล้วรีบตามไปรวดเร็ว  ดงเฮยืนอ้าปากค้างมองตาผมปริบๆ  แต่ก็เท่านั้นแหละ  เมื่อผมคว้าแขนบางนั่นลากให้เดินตามมาดูด้วยกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมคิดว่าเข้าใจนะ  ถึงสิ่งที่อยู่ในใจดงเฮ

 

ความรัก...ของพวกเรา  มันจริงจัง  ยั่งยืน  ถึงเพียงไหน

 

ต่อให้เราเกาะกุมมือกันเอาไว้แน่นเท่าไหร่  วันหนึ่งจะเหนื่อย  จะเบื่อหน่าย  ขึ้นมาหรือเปล่านะ

 

เราแนบชิดลึกซึ้งกันถึงที่สุด  ในขณะเดียวกัน  ดงเฮก็พยายามอย่างยิ่งจะเว้นระยะเอาไว้อีกนิด  เผื่อไว้ให้ตัวของเราเองได้คิดอะไรบ้าง

 

เพราะอย่างนี้  ผมถึงได้ช่วยด้วยอีกแรง  ช่วยเว้นระยะของเราไว้ให้มีที่ว่างให้ตัวเอง

 

 

แต่หัวใจของผม  มันไม่ค่อยจะฟังอะไรเอาเสียเลย  ถลำลึก  หลงใหล  มีอะไรอีกล่ะที่สามารถจะพูดได้  หากโลกนี้มีแค่ดงเฮ  ผมว่ามันก็คงไม่น่ากลัวนักหรอก

 

หรือผมเด็กเกินไป  จนคิดว่ารักแบบวัยรุ่นเช่นนี้มันจะยั่งยืนไปจนชั่วชีวิต  ผมเพ้อฝันงั้นเหรอ

 

 

 

คิดว่าไม่ใช่แค่ผมหรอกนะที่เพ้อฝัน  และการที่จะบอกว่ามันเป็นแค่ฝันจริงหรือเปล่า  ก็ต้องรอคำตอบในอนาคตเท่านั้น

 

 

 

"ต้นไม้แค่นี้  ดูแลง่ายจะตายชัก  จะให้ฉันมาอยู่ด้วยก็ขอต้นไม้ที่มันสมคุณค่าของฉันหน่อยไม่ได้หรือไง"

 

 

 

พูดเสียงห้วนด้วยใบหน้างอนๆแบบนี้ก็น่ารักอีกแล้วน่ะสิครับ  ผมคิดไว้แล้วว่าถึงแม้ว่าดงเฮจะมีสำนึกในการวางตัวดีจนรู้สึกว่าการที่เราสองคนจะมาอยู่บ้านเดียวกันนั้นไม่เหมาะนัก  แต่คนน่ารักคนนี้ก็มีหัวใจเปี่ยมด้วยรักเสมอนั่นแหละ  ผมถูกดงเฮดึงดูด  ในขณะที่ดงเฮก็คงจะถูกแรงดึงดูดของผมไม่แพ้กัน

 

ในเมื่อสิ่งที่เรามีเรียกว่าความรัก  มันจะมีสิ่งไหนที่ผิดพลาด 

 

รักของเด็กน้อย  รักของวัยรุ่นคะนอง  รักของผู้ใหญ่  รักอะไรก็ตาม  มันต่างกันที่ตรงไหน

 

 

"งั้น...  กุหลาบเป็นไง"

 

 

ดวงตาสีเข้มของดงเฮตวัดมามองผมรวดเร็ว  คิ้วคู่สวยเลิกขึ้นนิดหน่อย  เหมือนอยากจะยิ้ม  แต่ก็ยิ้มไม่ออก

 

 

"กุหลาบขาวพุ่มหนาต้นใหญ่สูงเลยกว่ามือที่เอื้อมแตะบนยอด  ดอกสีขาวกลีบบางบานเต็มต้น  ส่งกลิ่นกรุ่น...หอม...เหมือนผิวของดงเฮ"

 

 

แก้มนวลเรื่อสีเข้มขึ้นอีกครั้งยามถูกสัมผัสเบาๆด้วยริมฝีปากของผมอีกคราว  ไม่ว่าจะเมื่อไหร่  เขาก็ดูจะประหม่าทุกครั้งที่ถูกรุกเร้าขนาดนี้

 

 

"คิดว่ามันหาง่ายนักหรือไง  กุหลาบขาวต้นใหญ่ๆน่ะ"

 

"ก็ต้องหาให้ถึงที่สุดนั่นแหละ"

 

"ค่าจ้างแพงนะ  กินก็เก่ง  นอนก็เยอะ  ไม่จ่ายค่าเช่าด้วย  ขี้เกียจด้วย"

 

ผมยิ้มให้กับความตั้งแง่ของคนไร้เดียงสาตรงหน้า

 

"ไม่มีปัญหา"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บริเวณหนึ่งของสวน  ถูกกันเป็นแปลงกุหลาบโดยเฉพาะ  ทั้งกุหลาบพันธุ์ดอกใหญ่ดอกเล็ก  ลำต้นพุ่มลำต้นเลื้อย  ออกดอกเดี่ยวหรือกระทั่งออกดอกเป็นช่อน่ารัก  มีมากมายให้เลือกสรร  อยากจะได้แบบกระถาง  หรือแบบลงดินให้ล้อมต้นไปลงที่สวนได้เลยทันทีก็มี  สีสันก็หลากเฉดแล้วแต่ตามใจจะอยากได้

 

"เป็นไง  ชอบต้นไหน"

 

คุณลุงไม่ได้ถามผมที่เป็นคนร้องขอ  แต่ดันไปถามร่างเล็กที่ตื่นตากับดอกกุหลาบสวยๆเต็มแปลง

 

"ไม่รู้สิครับ  สวยไปหมดเลย"

 

ดงเฮตอบโดยไม่ละสายตาไปจากต้นกุหลาบ  เรียกเสียงหัวเราะจากคุณลุงไม่รู้รอยที่เท่าไหร่

 

"เราน่ะ  อยากได้กุหลาบขาวใช่มั๊ย"  คุณลุงหันมาทางผม  แล้วพยักหน้าให้ตามไป

 

 

แนวไม้สนสูงประมาณตึกสองชั้นกั้นพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ  เมื่อก้าวผ่านลำต้นหนาสีเข้มเหล่านั้นมาได้  ผมก็พบกับสวนกุหลาบสีขาวเต็มบริเวณ

 

"กุหลาบขาวน่ะดูแลยาก  เพราะเวลาอยู่กับไม้ดอกสีอื่นๆก็ดูจะซึมเศร้าเหงาหงอยเอาง่ายๆ  คงเป็นเพราะกลีบสีอ่อนๆนี่ล่ะ  เพราะฉะนั้น  ลุงเลยต้องแยกแปลงมาที่นี่  ดูสิ  พอมีแต่สีขาวแล้วสวยน่ารักนะว่าไหม"

 

 

ผมพยักหน้าตอบคุณลุง  เห็นด้วยว่ากุหลาบขาวอันบริสุทธิ์นั้นสวยงามเหลือเกินดังที่คุณลุงว่า

 

 

"ถ้าอยากได้ต้นใหญ่  ลุงว่าต้นนี้เป็นไง"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดงเฮทำเหมือนไม่สนใจว่าวันนี้เป็นวันเกิดของผม  ใบหน้าเปื้อนยิ้มดูไม่มีสิ่งใดรบกวนจนผมชักจะคิดมากไปว่าตัวเล็กคนนี้ลืมจริงหรือเปล่า

 

"ดีมากๆ  อย่าลงดินแน่นนักนะตรงนั้น"

 

เสียงคุณลุงเจ้าของสวนคนเดิมร้องสั่งลูกน้องที่ทำงานด้วยความไวปานแสงให้ลงต้นกุหลาบและไม้พุ่มอื่นๆในสวนข้างบ้านของผม  หลังจากที่ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มเมื่อสองวันก่อนเพื่อเลิกดูต้นไม้อย่างจุใจ  วันนี้ก็ได้ฤกษ์ที่คุณลุงนำทัพมาลงต้นไม้ตามแบบที่ได้คิดเอาไว้ด้วยตนเอง

 

เสียงสั่งงานโหวกเหวกทำให้ผมไม่สนใจสิ่งอื่น  ทีแรก  ดงเฮก็นั่งอยู่ข้างๆ  แต่สักพักก็ขอตัวกลับเข้าไปในบ้าน  ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

ค่อนวัน  สวนแคบที่เคยโล่งๆ  ก็เริ่มปกคลุมไปด้วยต้นไม้หลากหลายมากขึ้น

 

เมื่อตัดสินใจเลือกกุหลาบขาวพุ่มหนาต้นใหญ่  คุณลุงก็ออกความเห็นว่าไม่ควรเลือกไม้ดอกชนิดอื่นๆ  เพราะแค่กุหลาบต้นเดียวก็สวยเด่นพอ  แล้วยิ่งสีขาวด้วยแล้ว  ไม่ควรเลยที่จะมีสีอื่นปะปน  นอกจากใบไม้สีเขียวเข้มๆเท่านั้น  ผมรับคำและลงใจให้คุณลุงออกแบบสวนพื้นที่ไม่มากในบ้านให้

 

 

 

ตะวันคล้อยต่ำ  ผมยังไม่หนีไปไหน  ตั้งอกตั้งใจดูต้นไม้ถูกดินฝังกลบรากและโคนทีละต้นๆจนเสร็จ  ลูกน้องของคุณลุงกำลังตรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าเสร็จดีแล้วก็ออกปากลา

 

 

"เร็วมั๊ย"

 

 

คุณลุงถาม  ผมพยักหน้าตอบ

 

"ก็มันเล็กนิดเดียว  ไม่ต้องปรับอะไร  แค่ลงต้นไม้"

 

ผมยิ้ม  เพราะท่าทีเหมือนจะโอ่ตอนแรกของคุณลุงกลับกลายเป็นการถ่อมตัวเสียได้

 

 

บอกตามตรง  กุหลาบสีขาวของผมที่ถูกจัดให้เป็นพุ่มเด่นอยู่กลางสวนเล็กๆนี้นั้นสวยงามจริงๆ  เพราะอะไรกันนะ

 

 

 

พวกคุณลุงกลับไปแล้ว  ผมก็อิ่มเอมกับสวนใหม่จนอิ่มใจ  และก็ได้รู้ว่า  บ้านมันเงียบแปลกๆ

 

"ดงเฮ"

 

ผมร้องเรียก  แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา  เขาหายไปไหนกัน  นี่ผมเพลินขนาดไหนกันเนี่ย

 

เดินตามหาเสียทั่วบ้าน  แต่ก็ไม่พบวี่แวว  เมื่อเดินมาดูรองเท้าหน้าบ้านที่เหลือเพียงแค่ของผมเท่านั้น  ก็เข้าใจว่าดงเฮไม่ได้อยู่ในบ้าน

 

เหมือนปฏิกิริยาอัตโนมัติ  ผมโทรหาดงเฮทันที  แต่กดกี่ครั้งๆ  ดงเฮก็ไม่ยอมรับสาย

 

"หายไปไหนของเขากันนะ"

 

 

 

 

 

 

เขาอาจจะยังสับสน  ไม่มั่นใจ

 

แต่ผมเชื่อใจดงเฮนะ  ถ้าเขาจะยังไม่พร้อมที่จะมาอยู่ด้วยก็ไม่เป็นไร  ผมเข้าใจ  ก็แค่เจ็บนิดหน่อย

 

 

 

 

 

 

เราอาจจะเด็กกันเกินไปจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"แหม  สวนใหม่เว๊ย  อะไรเนี่ย  กุหลาบขาววววววว ฮิ้ววววว!!"

 

ไอ้พวกเพื่อนบ้าๆนั่นดันจำวันเกิดผมได้  ในขณะเวลาที่หัวใจผมเต้นไม่ค่อยปกติเดพราะดงเฮหายไปไหนไม่รู้  มันก็ไม่เกรงใจถล่มบ้านผมซะเละ

 

"เฮ้ย!!  อย่าแตะมาก  เพิ่งลงวันนี้  เดี๋ยวเฉาหมด"

 

ผมปรามคังอินที่นำพวกแซวผม  มือหนาจอมบอนของหมอนี่ทำท่าจะดึงใบเล่นเด็ดดอกดม  เมื่อหันมาทางผม  มันก็อมยิ้มกรุ้มกริ่ม  "อินเลิฟนะเว๊ยยยย  ปลูกกุหลาบขาวซะด้วย"

 

ผมทำหน้าเหนื่อยหน่าย  เมื่อสายตาของไอ้พวกนี้มองผมจนตัวแทบพรุน  มันชอบว่าว่าคนพูดน้อยแบบผมเปลี่ยนเป็นหนุ่มโรแมนติคได้ก็เพราะความรัก

 

"แล้วดงเฮอยู่ไหนล่ะ  วันเกิดแฟนทั้งทีหายหัวไปไหน"

 

เยซองที่จับจองสนามหญ้านั่งเล่นถามผมขึ้นมา  เล่นเอาอึกอักตอบไม่ถูก

 

"หึหึ"

 

ผมหันขวับ  เจ้าของเสียงคนนี้นี่มันน่าสงสัยนัก  หากดงเฮมีเรื่องราวที่ไม่เล่าให้ผมฟัง  ก็คงจะเป็นฮยอกแจคนนี้นี่แหละที่จะรู้เรื่องราว

 

"มันหายไปล่ะซี๊  ทำหน้าแบบนี้น่ะ"

 

"นายรู้ล่ะสิ"  ผมย้อน

 

แต่เขาก็ส่ายหน้า  ยืนยันว่าไม่รู้จริงๆว่าดงเฮหายไปไหน  ผมก็ขี้เกียจจะต่อความ

 

พอดี  มีเพื่อนอีกคนที่เป็นห่วงเป็นใยผมแทนช่วยสวนเข้าให้

 

"แล้วยิ้มกริ่มแบบนั้นนี่หมายความว่าไง"

 

ซองมินเอ่ยขึ้นเหมือนรู้ทัน  มือเล็กปาห่อขนมส่งให้คังอินที่ร้องขอ 

 

"ไม่รู้จริงๆเรื่องที่ดงเฮหายไป  ที่ยิ้มนี่เพราะต้นกุหลาบนั่นต่างหาก"

 

"กุหลาบ??  กุหลาบขาวเนี่ยนะ??"

 

ฮยอกแจพยักหน้าแล้วหันมาหาผม 

 

"นายล่ะ  รู้ใช่มั๊ย  เรื่องกุหลาบขาว"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมตอบฮยอกแจไปว่าไม่รู้  เขาก็เลิกคิ้วว่าไม่อยากจะเชื่อ  เพื่อนคนอื่นๆจึงยิ่งรุมหนักว่าความหมายที่แท้จริงของมันคืออะไร

 

ฮยอกแจบ่ายเบี่ยงบอกว่าให้รอดงเฮพูดเอง  ไม่ใช่เรื่องของเขา  เขาก็ไม่อยากจะพูด

 

ผมใจสั่นเลยนะ  ผมไม่รู้ความหมายของมัน  และไม่รู้ด้วยว่ามันเกี่ยวข้องกับการที่ดงเฮหายไปหรือเปล่า

 

 

อยากจะให้กลับมาหาผมเร็วๆ  เสียงเพื่อนดังทั่วบ้าน  แต่ทำไมใจผมมันเงียบงันขนาดนี้

 

 

ฮยอกแจเหมือนจะเพิ่งวางสายโทรศัพท์กับใครสักคน  เขามองนาฬิกา  แล้วก็ตะโกนบอกเพื่อนว่าดึกแล้วให้รีบกลับบ้านเสียที

 

อีกไม่นานจะพ้นวันเกิดของผมแล้ว  ดงเฮอยู่ที่ไหน  ไม่คิดจะอวยพนผมบ้างหรือไง

 

 

เพื่อนสี่คนทยอยออกจากบ้าน  คังอินกอดคอเยซองที่ทำเหมือนเมาโคล่าไปขึ้นรถ  ซองมินก็บ่นกระปอดกระแปดว่าฮยอกแจมีความลับเยอะไม่น่ารัก

 

คนถูกว่าหัวเราะเบาๆ  ใช้จังหวะที่ทุกคนเดินออกจากรั้วบ้านผมวิ่งกลับเข้ามาพูดบางอย่าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจอเสียที...

 

 

ผมถอนใจออกมาโดยไม่รู้ตัว  ถลาเข้าไปสวมกอดร่างเล็กที่นั่งกอดอกอยู่บนระเบียงบ้านชั้นสอง  มีกระเป๋าเป้ตุงๆใบหนึ่งวางอยู่ข้างๆโดยที่ผมนึกไม่ออกเลยว่าเขาแอบแบกขึ้นมาที่นี่เมื่อไหร่และด้วยวิธีไหน  แต่ตัวเย็นๆของเขาทำให้ผมต้องกอดแน่นเข้าไปอีก

 

 

"คิบอมบ้า"

 

ดงเฮพูดอกมาเบาๆ  ผมไม่เข้าใจว่าจะต่อว่าเรื่องอะไร  แต่ก็ช่างเถอะ  ต่อให้ว่ายิ่งกว่านี้ก็ไม่เป็นไร

 

"หายไปไหนมา"

 

"หายที่ไหนล่ะ  ฉันก็นั่งอยู่เนี่ยตั้งนานแล้ว"  ร่างบางดันตัวออกมามองหน้าผม  ชอบทำแบบนี้เหลือเกิน  มองหน้าผมใกล้ๆ  ผมก็เลย...

 

ฟอดดด

 

หอมแก้ม...อีกแล้ว

 

 

จริงด้วยสินะ  ดงเฮหอมจริงๆนั่นแหละ  กลิ่นหอมอ่อนๆที่ทำให้นึกถึงกุหลาบสีขาว

 

 

เมื่อเห็นดงเฮยังคงนิ่ง  แววตามองไปยังสวนจัดใหม่เบื้องล่าง  ผมก็ยังไม่อยากจะเข้าไปรบกวน  เพียงแค่รั้งร่างเล็กให้เข้ามานั่งตัก  ซึ่งดงเฮก็ไม่ได้ขัดขืน  ใบหน้าขาวเอียงเคียงกับคางของผม  มือของเราทั้งสองประสานกันเอาไว้แนบแน่น

 

 

 

เนิ่นนาน  แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ  ผมร้องขอเสมอ  ให้เวลาของผมและเขายาวนานขึ้นอีกหน่อย

 

"สุขสันต์วันเกิดนะคิบอม"

 

อยู่ๆดงเฮก็พูดขึ้นมา  เขาไม่ละสายตาไปจากต้นกุหลาบต้นใหม่ของสวนในบ้านของผมแม้แต่น้อย

 

"ครับ  ขอบคุณ  ไม่มีของขวัญเหรอ"

 

ผมเหลือบมองใบหน้าที่อยู่แนบชิด  เห็นแววแห่งรอยยิ้มระบายที่มุมปากก็อุ่นใจขึ้นมา

 

"ว่าไงครับ"

 

ดงเฮหันขึ้นมามองหน้าของผม  แล้วพยักหน้าไปทางกระเป๋าเป้ของเขา

 

"นั่นถือเป็นของขวัญวันเกิดได้ไหม"

 

ผมยิ้มกว้าง  ละมั้งนะ  ผมรู้สึกว่าไม่เคยยิ้มได้ถึงขนาดนี้

 

"ไม่ลงทุนเลย"

 

"ใครว่า  เลงทุนทั้งชีวิตแล้วนะ"

 

คำพูดของดงเฮทำให้ผมหัวเราะ

 

"แลกกับการที่ฉันให้กุหลาบขาวนั่นน่ะเหรอ" 

 

ผมกอดเขาแน่นขึ้นอีก  กระชับอ้อมแขนทำให้หัวใจรู้สึกชื่นฉ่ำ

 

"เหมือนกุหลาบขาวต้นที่บ้านของดงเฮหรือเปล่า"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"คิบอม"  ฮยอกแจเรียกผมขณะที่วิ่งย้อนกลับเข้ามาหาผมอีกครั้ง

 

"นายไม่รู้เรื่องงั้นฉันจะบอกให้ก็ได้  อย่าไปพูดล่ะว่าฉันเล่าให้นายฟัง..."

 

 

 

 

 

ที่บ้านดงเฮ  บ้านที่ปิดเอาไว้หลังนั้น  ก็มีกุหลาบขาวต้นใหญ่ปลุกเอาไว้ที่สวนเช่นกัน

 

 

 

 

 

ดอกสีขาวกลีบบางถูกปลุกลงดินดี  ในวันที่ท้องฟ้าโปร่งสดใส  สายลมฤดูใบไม้ผลิที่อบอุ่นระคนความเย็นย่ำพัดเบาๆ 

 

แม้เวลาจะเหลือน้อยเต็มที  แต่กุหลาบงามก็ยังถูกปลูกอย่างทนุถนอม

 

พ่อแม่ของทั้งสองเรียกถี่ขึ้น  ชุดสีขาวอาจจะเปรอะเปื้อนเอาได้หากมัวแต่สนใจว่ากุหลาบงามจะไม่เติบโต

 

ดินกอบสุดท้ายในมือโรยลงไปข้างลำต้น  เธอรีบหยิบฝักบัวขนาดพอดีมือรดลงไปจนดินชุ่ม  หนุ่มสาวยิ้มให้กันท่ามกลางฟ้าใสในวันหนึ่งของชีวิตที่ทั้งคู่มีความสุขที่สุด

 

"ผมจะถือว่าวันนี้คือวันเริ่มต้น  กุหลาบขาวต้นนี้จะงอกงามไปตลอดกาล  เหมือนรักของผมที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"

 

 

 

 

 

 

ใช่แล้ว...

 

พ่อและแม่ของดงเฮ  ปลุกกุหลาบขาวต้นนั้นเอาไว้ในวันที่ทั้งสองแต่งงานกัน

 

แม้ตอนนี้  จะหลงเหลือแค่ความรักบนกลีบงามสีขาวของกุหลาบ  แต่แม่ก็ยังรักไม่เสื่อมคลาย

 

เวลาแปรผันพรากทั้งสองจากกัน  แต่ความรักนั้นไม่เคยจากจาง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช่นนั้น  ผมจึงภาวนา

 

ขอรักนั้นอยู่กับผมตลอดกาล

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมพูดอย่างจริงจังอีกครั้ง

 

 

"มาอยู่ด้วยกันนะดงเฮ  อยู่ด้วยกันที่นี่  ช่วยกันปลูกกุหลาบขาวของเรา"

 

ดงเฮไม่ตอบ  แต่มือเล็กของเขาออกแรงบีบมือของผมแรงขึ้น  ผมจึงคิดเข้าข้างตัวเองไปว่าเขาคงตกลง

 

 

"ฮยอกแจเหรอ"

 

 

ผมหัวเราะ  ก่อนที่จะอธิบายให้คนในอ้อมกอดฟังกระจ่างใจ

 

"อืมมม  คุยกันเมื่อเย็นนี้  เพิ่งรู้ว่ากุหลาบที่ฉันเลือกมีความหมายมากมายกับดงเฮขนาดนี้"

 

 

กลีบบอบบาง...ทำให้ฉันใจอ่อน

 

หลงรักเธอจนไม่อาจเปลี่ยนใจ

 

ลืมทุกอย่างเพราะฉันอยากจะเคียงข้างตลอดไป

 

 

 

 

 

 

"เหมือนขอแต่งงานเลย"

 

"มั่ว  ไม่มีแหวนสักหน่อย"  ดงเฮตอบเมื่อเห็นผมมองไปทางกระเป๋าเป้ที่คงยัดเสื้อผ้าเอาไว้แน่น

 

"งั้นเอาสร้อยข้อมือจองไว้ก่อน"  ผมแกะสร้อยข้อมือเส้นโปรดที่ใส่ติดตัวออกอย่างไม่ลังเล  แม้แขนเล็กจะดึงหนีพร้อมเสียงปฏิเสธเพราะรู้ว่าผมรักมันแค่ไหน  แต่ผมก็จะใส่ให้เขาให้ได้

 

สร้อยเงินกลิ้งอยู่บนข้อมือบาง  ความยาวทำให้ผมต้องเลื่อนข้อสำหรับติดให้สั้นเข้ามา  มันดูเหมาะกับดงเฮนะ  ผมคิดว่าอย่างนั้น

 

"ไว้จะซื้อแหวนให้"

 

"ไม่ต้องมาพูดเลย!!  นี่วันเกิดคิบอมนะ!!  ให้ฉันทำไม!!"

 

"เออจริงสิ"  ผมหันไปดูนาฬิกาบนผนัง  ใกล้จะเที่ยงคืนอยู่รอมร่อ

 

"คิบอมบ้า!!  ฉันจะทำยังไงล่ะ  อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะไม่เสียตังค์ซื้อของเลยยอมมาอยู่ด้วย  แล้วยังมาทำให้ฉันลำบากใจอยู่นั่นแหละ!!"

 

ดงเฮของผมพูดเสียงดังขึ้นมา  มือก็คลำแหวนวงเล็กบนนิ้วของตัวเองที่ผมจำได้ว่าเห็นใส่มาตั้งแต่วันแรกที่ได้พบหน้ากัน

 

อย่าบอกนะว่าจะให้แหวนผม  วงเล็กแบบนี้ผมใส่ไม่ได้หรอกนะจะบอกให้

 

"ถอดสร้อยคอมา!!"

 

ผมตกใจ  เลิกคิ้วขึ้นมอง

 

"จะเอามั๊ย!!  ของขวัญอ่ะ"

 

"เอาสิครับ!!"

 

เออนะ  จะให้ก็บอกกันดีๆก็ไม่ได้

 

ผมรีบแกะสร้อยคอของตัวเอง  แต่มันก็ลำบากขลุกขลักจนร่างเล็กรำคาญเอื้อมมือมาแกะให้ 

 

แหวนวงนั้นของดงเฮถูกร้อยเข้ากับสร้อยของผมในที่สุด  และสร้อยเส้นนั้นก็กลับมาอยู่บนคอของผมดังเดิม

 

"ขอฉันแต่งงานจริงๆด้วย"

 

ผมแกล้งแหย่

 

"เอาคืนมาเลยมะ  พูดมาก!!"

 

ดงเฮดูจะเขินเลยทำท่ากระชากสร้อย  ผมก็เล่นกลับด้วยการเบี่ยงตัวหนี  ซ้ำยังรั้งตัวผอมบางเข้ามากอดแน่นอีกด้วย

 

เมื่อรู้ว่ากำลังติดกับดงเฮก็ดิ้นใหญ่  แต่ช้าไปเสียแล้ว  เพราะผมพลิกตัวกดดงเฮให้นอนราบอยู่ใต้ร่างผมเป็นที่เรียบร้อย

 

"ปล่อยเลย!"

 

ทำไมล่ะ

 

ผมไม่ถามออกมา  แต่กลับก้มลงแนบหน้าผากลงสัมผัสกับหน้าผากของดงเฮ  พอผมสบตามองตรง  ดงเฮก็ดูสงบนิ่งลง  เขาจ้องผมตอบ  ยิ่งผมเขยิบใกล้มากเท่าไหร่  ดงเฮก็ดูยิ่งจะหยุดงอแงมากเข้าเท่านั้น

 

 

 

แล้วผม..ก็จูบดงเฮ 

 

 

 

ครั้งที่ท่าไหร่กัน...  แต่หัวใจผมยังคงเต้นเร่าไม่ต่างจากจูบครั้งแรกเลยสักนิด

 

 

ผมไม่รู้ว่าใจจะตื่นเต้นแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่  ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะพาให้เราเปลี่ยนไปอีกสักแค่ไหน

 

ผมมีแค่ตอนนี้  วันนี้  เวลานี้  อ้อมกอดนี้  และรักนี้

 

 

 

 

กลิ่นหอมของกุหลาบขาว  ยังตราตรึง

 

เพราะดอกที่บานสะพรั่งเต็มต้น  หรือเพราะผิวเนียนของดงเฮกันแน่นะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ๊ากกกกก  ปวดไหล่  อู้งานเขียนฟิคนี่แบบนี้ทุกที

เอ็นจอยนะจ๊ะทุกคน

 

HBD บอมอีกครั้ง  และขอบคุณหมวยอีกคราว

 

ว่าแต่  มีใครเจอกุหลาบขาวในเรื่องหลักบ้างป่ะคะเนี่ย  เหอๆ

 

แล้วเจอกัน!!  ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคน!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อร๊างงงง

หวานได้อีก >.<

แต่หมวยแอบขี้งกนะเนี่ย - -+

ปล. ขอฝากตัวด้วยนะคะ~~ แล้วจะแวะมาบ่อยๆค่ะ

#1 By LittlE PuPPy on 2009-08-22 21:50

เราก็คิดไปเว่อร์ๆ ว่าด๊องเป็นกุหลาบ
โผล่มาเป็นคน เติบโตได้ด้วยความรักของแก้มป่อง
เอิ๊กๆๆๆๆ เพ้อเจ้อจังเรา
ชั้นล่ะอยากขาวเนียนแบบหมวยจริงๆ

เออ วันเกิดบอมอ่า นึกได้แว้บนึงตอนนั่งรถตอนเช้า
แต่แล้วเราก็ต้องลืมไป เพราะมันยุ่งทั้งวัน
สุขสันต์วันเกิดไอป่อง
แต่ช่วงนี้เราโกรธมันอยู่
จะหายโกรธก็ต่อเมื่อมันขึ้นไลฟ์ หรือไปคอนฯกับเพื่อนๆ
(แล้วมันจะมาง้อเราไหมเนี้ยะ)

ตอนที่ 7 ไม่อึมครึม แต่ความราบรื่นมันต้องมีความยุ่งยากซ่อนอยู่แน่ๆ ชั้นล่ะสังหรณ์ใจเจงๆๆ

เพลง Happy Bubble ที่หมวยร้องประกอบโฆษณาน่ารักเนอะ ช๊อบชอบ

#2 By up2u (118.174.78.103) on 2009-08-23 15:18

โอ๊ยยยยยยยยย

หวานไปแล้วนะ

ปวดแก้มไปหมดแล้วเนี่ยะ

#3 By jinni (222.123.114.114) on 2009-08-24 20:20

สวัสดีค๊า ไรท์เตอร์
กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปนานมากๆๆๆ คิดถึงจังค่ะ

สำหรับเรื่องนี้....ช๊อบ ชอบอ่ะ
อ่านแล้วอินมากเลย มันหวานๆ อุ่นๆ เย็นๆ ยังไงบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าชอบมากๆ เลย (อ่านแล้วอมยิ้มไม่หุบเลย)

ชอบไฮเดรนเยียสีฟ้าๆ ม่วงๆ และก็รู้สึกว่ามันเหมือนกับด๊องจริงๆ นั่นแหละ (กุหลาบนี่เป็นตัวแทนความรักไง แต่ไฮเดรนเยียเป็นเหมือนตัวแทนของด๊อง)

วันหลังจะแวะมาใหม่นะคะ (ตราบเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย 555) ไรท์เตอร์ไฟท์ติ้ง!!!

ปล. HBD แก้มป่องย้อนหลังด้วยนะ จุ๊บๆๆ
big smile

#4 By beriberi (124.122.180.222) on 2009-08-28 01:05

อารมณ์ ของอาการเขินเป็นเช่นไหร
แอนได้ทำไปหมดแล้ว
ไม่ว่าจะกัดผ้า ทุบโต๊ะ กลิ้งเกลือ
อ่านไปแว็บไปดูหน้า คิมคิไป

อยากจะกระโดด ฉุดกลับบ้าน มาฟัดสักทีสองที หุหุ

ฟิคน่ารักมากเลยอ่า

ขอบคุณที่ทำให้ยิ้มได้ในวันที่รู้สึกแย่ๆๆน่ะค่ะ

แอบเกรงใจแบบว่า จำชื่อไม่ได้อ่ะ เรามาแนะนำตัวกันดีกว่า

ชื่อ แอนน่ะค่ะ

อายุ 22 ปี

ยังไหงแนะนำตัวด้วยน่ะ

#5 By kihae13 on 2009-08-28 19:53

เขียนได้น่ารักมากๆเลย
อ่านไป เเล้วหลุดพูดน่ารักอ่ะตลอดเลย

ขอบคุณที่ทำให้มีความสุขนะ
ยิ่งตอนนี้คิเฮกลับมาอย่างงดงามยิ่งมีความสุข

#6 By ma (114.128.148.161) on 2009-08-29 23:15

ที่มาที่ไปของกุหลาบขาว

ระหว่างบอมกับหมวยคืออย่างนี่นี่เอง

เป็นของขวัญวันเกิดบอมที่หวานได้อีก

รักกันขนาดนี้ยิ่งทำให้อยากรู้ยิ่งขึ้น

ว่าทำไมหมวยถึงบอกเลิกบอม

#7 By KoBRiin (124.120.88.6) on 2009-09-24 15:28