[YAOI] Fic Kihae : One Love Ch.9
posted on 09 Sep 2009 21:25 by easesupsnerv in OneLoveแฮปปี้วัน 9.9.09 ค่า
ขอให้ก้าวๆๆๆๆๆๆกันต่อไปนะทุกคน!!!!
One Love
Pairing: Ki x Hae
Chapter 09 : Punch
Writer: ease supsnerv
Chapter Rate: PG 13
ที่นี่ ฺBoy's Love นะคะ ถ้าไม่ชอบกดปิดได้เลยค่า ^^;
อิทึกขยี้ตาแรงๆเมื่อถูกแสงยามสายของวันเข้ารบกวนห้วงการหลับใหล จนเมื่อดวงตาสีเข้มปรับกับความสว่างรอบตัวได้ เขาก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียงสีขาวที่ไม่ใช่ของเขา
ผ้าห่มยับยู่ยี่กองอยู่ที่เอว เสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่ข้างเตียงทำให้นึกขึ้นมาได้ว่าเพราะอะไรในเวลานี้ถึงไม่มีผ้าสักชิ้นสวมใส่บนตัว
ปวดหัวขึ้นมานิดๆ อิทึกสะบัดหัวแรงๆ แล้วเอียงตัวเพื่อหย่อนเท้าลงบนพื้น แขนบางเอื้อมหยิบกางเกงยีนส์ที่ถูกถอดกองเอาไว้หมายจะใส่ แต่ก็ถูกขัดด้วยแขนหนาๆที่ออกแรงไม่เคยปราณีสักครั้ง
อิทึกนอนลงกับเตียงอีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเพราะมันยิ่งทำให้เขาขี้เกียจยิ่งขึ้นไปใหญ่
ความอบอุ่นของเตียง ผ้าห่มที่นุ่มลื่นมือ แสงอ่อนๆสลัวราง ดวงตาปรือเพิ่งตื่นนอนแต่ก็ฝืนยิ้ม และกลิ่นสดชื่นของคังอิน
"นายกำลังทำให้ฉันขี้เกียจ"
อิทึกพยายามดันร่างหนาๆของคังอินที่คร่อมร่างเขาเอาไว้ แต่ดูเหมือนแรงของเขาแทบไม่เกิดผลใดๆเลย
"ขี้เกียจก็อยู่ต่อสิ อยู่ต่ออีกหน่อย" ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนลงมาใกล้ คลอเคลียแก้มใสไล่ลิ้นเล่นจนถึงคางมนและปากบาง
ร่างเล็กหลับตาลงอย่างไม่อาจจะหักห้าม จนเมื่อนึกดูอีกทีว่าเขาแทบไม่เหลือเวลาจะมานั่งเล่นแบบนี้แล้วก็ฝืนลืมขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่ริมฝีปากหนาของคังอินขบเม้มที่ต้นคอแรงๆ
"คังอิน!! ปล่อย!! เดี๋ยวเป็นรอย!!"
ร่างหนาหัวเราะเบาๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับรุ่นพี่ต่างคณะผู้ที่แสนจะน่ารักในสายตาของเขา
"ดี จะได้รู้ว่าอิทึกน่ะ มีเจ้าของแล้ว"
อิทึกยิ้ม แต่แววตาที่กระพริบวับนั่นเหมือนกำลังคิดบางอย่างที่แตกต่างจากรอยยิ้มบนมุมปาก
"ใครล่ะ เจ้าของน่ะ"
คนถูกถามลบรอยยิ้มออกไปในทันใด ฉุดความรู้สึกดีให้หายวับรวดเร็วกว่าสายลม ความหมายของคำพูดที่ถูกเอ่ยออกมานั้นสะกิดแผลเดิมให้เลือดไหลซิบอีกครั้ง
"แล้วพี่คิดว่าใครล่ะ"
ใบหน้าเข้มนั้นเจือความดุดันในดวงตา กดเสียงต่ำจ้องมองลึกอย่างท้าทาย ร่างผอมที่นอนนิ่งยังคงระบายยิ้มยั่ว ไม่เคยมีความหวาดกลัวอยู่ในความคิด
"ก็...คิดว่า..ไม่มี"
คังอินกัดฟันแน่น เขายันตัวลุกขึ้นพร้อมกับสะบัดร่างเล็กออกไปให้ห่างแรงๆจนอิทึกหน้าหันไปอีกฝั่งของเตียง เสียงเท้าหนักๆเดินย่ำด้วยความโมโห ตามด้วยประตูห้องน้ำที่ปิดดังโครมใหญ่
อิทึกลืมคำว่าน้ำตาไปเสียแล้ว
"จะสายแล้วนะ นายยังจะมามั่วนั่งละเลียดกาแฟอยู่ได้"
ยุนโฮพูดอย่างเหลืออดเมื่อทนนั่งมองแจจุงค่อยจิบกาแฟที่ร้านหน้าหอมาเกินกว่าครึ่งชั่วโมง มือหนาคว้าถ้วยสีขาวออกจากมือเพื่อนสนิทแล้วกระแทกกลางโต๊ะจนกาแฟก้นแก้วกระเด็นออกมาเลอะผ้าปูสีขาว
แจจุงตบต้นแขนยุนโฮแรงๆเพื่อปราม "รู้แล้วน่า!!"
"รู้แล้วยังกินอยู่ได้"
"ก็เดี๋ยวมีคนมารับน่ะ"
ยุนโฮหันขวับมอง ดวงตาหรี่มองอย่างคาดคั้น "ใคร??"
"เดี๋ยวก็รู้" แจจุงฝืนยิ้มน้อยๆ
ร่างหนาเหล่มองอีกครั้ง ก่อนจะทำเสียงหงุดหงิดแล้วยกแขนเกยคางมองไปทางอื่น
เงาไม้ใหญ่ทอดทับพื้นหญ้าและโต๊ะกาแฟตัวเล็กนอกร้าน สำหรับยุนโฮแล้วการนั่งสัมผัสอากาศแบบนี้คงเป็นเรื่องดีแต่ไม่ใช่ในเวลาที่จวนเจียนสาย ส่วนแจจุงผู้ชอบแสงสีความสะดวกสบาย การยอมมานั่งตากแดดตากลมย่อมหมายถึงวัตถุประสงค์บางอย่าง
และสิ่งนั้น กำลังมาถึงแล้ว
แจจุงมองร่างเล็กของรุ่นน้องที่เดินก้มหน้าก้มตาออกมาจากหอ สายหูฟังสีขาวห้อยอยู่แสดงว่าคงฟังเพลงเหมือนเคย ดังนั้น ต่อให้ตะโกนไปก็เท่านั้น
แจจุงเตะขาของอีกคนใต้โต๊ะจนทำให้ยุนโฮร้องขึ้นมาเบาๆแล้วหันมามองหน้าแบบเคืองๆ ใบหน้าขาวจึงพยักไปทางรุ่นน้องตัวบางที่กำลังจะเดินผ่านหน้าร้าน
ยุนโฮหันมองตาม เมื่อเห็นว่าเป็นใคร รอยขมวดคิ้วก็เปลี่ยนแปลงเป็นยิ้ม
"ดงเฮ!!" เขาตะโกน
"ไม่ได้ยินหรอก ดงเฮใส่หูฟัง" แจจุงพูด ดวงตาก็มองเพื่อสังเกตว่าเพื่อนของตนเองจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
รอยยิ้มบนใบหน้าของยุนโฮจางลงไปหน่อย เมื่อเขาก้มมองนาฬิกาของตนเอง แจจุงเดาว่ายุนโฮคงไม่อยากจะเสียเวลาคุยกับรุ่นน้องเพราะว่าอาจจะสาย ในขณะที่รอเขาจิบกาแฟถ่วงเวลามาตั้งแต่เช้า
ไม่ได้การ เมื่อคิดเช่นนั้น แจจุงก็กล่าวอะไรบางอย่างออกมาด้วยรู้ดีถึงความคิดของยุนโฮ
"เมื่อคืนตอนออกมาสูบบุหรี่ เห็นดงเฮเหมือนจะทะเลาะกับใครก็ไม่รู้หล่ะ"
"ใคร" ยุนโฮหันมาถามรวดเร็ว
"ไม่รู้ รู้แต่ว่ามาส่งดงเฮเมื่อคืน ไอ้หมวยนั่นมันจะร้องไห้ไหมน๊า"
ทันทีที่พูดจบ ยุนโฮก็ลุกพรึ่บแล้ววิ่งตามดงเฮไปทันที และนั่นทำให้แจจุงระบายยิ้มมุมปาก ออกมาได้
มือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนทำให้ดงเฮแทบจะปลิวกลับมา
"โอ๊ย!!" ดงเฮสะบัดแขนทันทีด้วยความตกใจ แต่เมื่อเห็นหน้าเป็นรุ่นพี่ก็คลายความตึงเครียดลง "พี่ยุนโฮ!! ผมตกใจหมด มีอะไรหรือเปล่าครับ"
ยุนโฮส่ายหน้าเร็วๆ ดวงตาไล่สำรวจความผิดปกติบนใบหน้าของรุ่นน้องร่างเล็กที่เขาเอ็นดูมากกว่าใคร ใต้ดวงตามีรอยคล้ำ บวมนิดหน่อย
"เป็นอะไรน่ะ ร้องไห้มาเหรอ"
ร่างหนาเอ่ยถามตรงๆ ทำให้อีกฝ่ายรีบส่ายหน้า
"เปล่าพี่!! ไม่ได้เป็นอะไร"
"แน่ใจ?"
"ครับ"
"แล้วเมื่อคืนใครมาส่ง มันทำอะไรเราหรือเปล่า"
ดงเฮสะอึก ไม่คิดว่าจะถูกเห็นเข้า
"เพื่อนน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก"
ยุนโฮถอนใจแรงๆ ดงเฮในสายตาของเขาดูจะเป็นคนอ่อนแอที่ต้องการการปกป้อง และเขาเองก็พร้อมเสมอที่จะปกป้องคนคนนี้
มือหนายกขึ้นลูบผมของดงเฮ ก่อนปลายนิ้วจะเลื่อนลงมาแตะแก้มใสแผ่วเบา ดงเฮยืนนิ่งไม่รู้ว่าจะปฏิเสธรุ่นพี่แสนดีคนนี้ได้อย่างไร แม้กระทั่งมือเล็กที่ถูกเกาะกุมเอาไว้ก็ยังแทบไม่กล้าจะขืนออก
"พี่เป็นห่วงนะ"
ดงเฮก้มหน้า ออกแรงเบาๆเพื่อรักษามารยาทในการดึงมือของตัวเองออกจากมือของรุ่นพี่ยุนโฮ
"ขอบคุณครับ สายแล้ว ผมคงต้องขอตัว"
ร่างเล็กยิ้มให้รุ่นพี่ แล้วหันหลังออกเดินต่อไป
ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้อะไรเสียเลยว่ารุ่นพี่คิดอย่างไร เพียงแต่หัวใจเขามันไม่มีที่ว่างเหลือพอจะคิดถึงใครก็เท่านั้น
ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยยังคงเงียบเชียบ มีนักศึกษาอยู่บางตา ซึ่งอาจจะเป็นเพราะยังเช้าเกินไป หรือไม่ใช่ช่วงสอบ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนหนังสือวิชาด้านจิตวิทยา ก็ยังมีนักศึกษาสามคนนั่งเกาะกลุ่มกันอยู่เพื่อรอคอยเพื่อนคนอื่นๆมาสมทบรวมตัวทำรายงานวิชาแรงจูงใจ
ซองมินเงยหน้าจากหนังสือที่ตัวเองอ่านอยู่ เอนตัวไปหาเพื่อนคนที่นั่งข้างๆ "เมื่อคืนเป็นไง"
ดงเฮกระพริบตาหันมาหาซองมิน "อะไร"
"ก็กินข้าวกับคิบอมไง"
"ก็ไม่ยังไง" ตอบโดยหลบสายตากลับมาที่ตัวหนังสือบนหน้าที่เปิดค้างเอาไว้
ซองมินขมวดคิ้วมองอาการแล้วหันไปสบตากับฮยอกแจที่นั่งประกบดงเฮอยู่อีกฝั่ง ซึ่งฝ่ายนั้นก็รู้งาน ยกแขนขึ้นกอดคอเพื่อนรักหลวมๆ
"ทำไมวะ คุยกันไม่รู้เรื่องเหรอ"
"เปล่า~"
"แล้วอะไรของนายวะ นั่งหน้าซึมอยู่ได้"
ซองมินกอดคอดงเฮร่วมด้วยอีกคน ใบหน้าพยักหงึกหงักเพื่อยืนยันคำพูดของฮยอกแจ
ดงเฮถอนใจแรงๆ "ฉันตัดสินใจไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่อยากทำตัวอ่อนแอ"
ซองมินและฮยอกแจได้ฟังเสียงเบาของเพื่อนรักที่ปนเปความรู้สึกเศร้าออกมาก็อดห่วงไม่ได้ มือกดลงที่บ่าบางหวังจะให้กำลังใจกับเพื่อนให้มากขึ้นอีกนิด
"พวกนายเข้าใจใช่ไหม"
"อืมมม" ซองมินร้องตอบในขณะที่ฮยอกแจยกมือขึ้นลูบหัวดงเฮ
"แต่ถึงอย่างนั้น ถึงจะตัดสินใจไปแบบนั้น ฉันก็ยังเสียใจ"
ไหล่บางของดงเฮสั่นสะท้านจนสองเพื่อนต้องกอดแน่นมากขึ้นอีก อาจจะดูเหมือนเด็กที่งอแงร้องขอความห่วงใย แต่ดงเฮก็เข้าใจว่าต่อให้ไม่เรียกร้อง เพื่อนทั้งสองก็พร้อมจะเคียงข้าง พร้อมที่จะรับฟังทุกอย่าง จึงไม่ต้องมีความหวาดกลัวใดๆที่จะเอ่ยความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมา
"คงเป็นเพราะไม่ว่ายังไง ฉันก็รักคิบอม"
เสียงของดงเฮที่เอ่ยออกมาเบาหวิวยามเมื่อสบสายตากับคนที่เปิดประตูเข้ามาใหม่ คำพูดนั้นคงกลายเป็นเสียงแผ่วเบายิ่งกว่าสายลมจนไม่อาจจะได้ยินสำหรับเขาคนนั้น แม้ดวงตาจะคลอด้วยน้ำใสจนแทบจะปริ่มออกมาก็ตาม มันก็แห้งเหือดไปอย่างรวดเร็วดั่งที่ใจต้องการทันทีที่คิบอมเดินตรงมาถึงที่โต๊ะ
เมื่อคืน คิบอมก็คงนอนไม่หลับเหมือนกัน
คังอินจอดรถหน้าห้องสมุด ก็คว้าเอากระเป๋าเดินลงมาจากรถ ใบหน้ายังคงบึ้งตึงเพราะอารมณ์เมื่อเช้ายังไม่จางหาย
ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ เบื่อหน่ายกับความสัมพันธ์ครึ่งๆกลางๆที่เขาเหมือนเหยื่อให้อิทึกปั่นหัวเล่นไปวันๆ
ที่สำคัญ เขาก็โง่หลงไปกับคำพูดแสนดีนั่นอยู่ได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ทะเลาะกัน โกรธกัน ไม่นานรุ่นพี่หน้าสวยก็โทรมา พูดจาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นชวนเขาไปโน่นนี่ เขาเองก็ใจอ่อนทำปิดตาลืมเรื่องที่เคืองกันนั้นไปจนได้เสียทุกคราว
แต่พอถึงตอนท้ายที่แสนอ่อนหวาน อิทึกก็เชือดเขาทิ้งใหม่อีกรอบ เป็นอยู่แบบนี้
บางทีอาจไม่ใช่ความผิดของอิทึก แต่เป็นความผิดของเขาเอง ที่ดันไปหลงรักคนคนนี้เข้า รักเสียจนโงหัวไม่ขึ้น
คังอินเดินปึงปังไปตามทางที่มุ่งไปสู่ห้องสมุด แนวไม้ร่มรื่นทำให้แดดยามบ่ายไม่อาจลามเลียผิวเขาให้แผดร้อน เช่นเดียวกับคนอื่นๆที่ได้อานิสงส์จากเหตุนี้จึงมีผู้คนนั่งกันขวักไขว่
คังอินกวาดตามองก็นึกหงุดหงิด เห็นแล้วมันรำคาญตาพวกคู่รักที่นั่งกอดกันออกนอกหน้า
ยิ่งไอ้หมอนั้นด้วยนี่ น่าหมั่นไส้ที่สุด
คังอินสาวเท้าเข้าไปเงียบๆ หูก็เงี่ยฟังเสียงกระซิบเบาๆของเพื่อนตั้งแต่มัธยมกำลังเป่าหูเด็กรุ่นน้องหน้าตาหวานๆคนหนึ่ง คนที่คังอินจำหน้าได้ว่าเป็นรุ่นน้องปีหนึ่งคณะนิเทศที่พวกซองมินเคยชี้ให้ดูว่าเยซองยกขึ้นแท่นว่าเป็นเบอร์หนึ่งในจำนวนหลายสิบของมัน
"...นะครับ เรียววุคเชื่อพี่นะ พี่รักเรียววุคจริงๆ เรื่องเมื่อคืนไม่มีอะไรอย่างที่เรียววุคคิดเลยนะครับ เพื่อนกันทั้งนั้น"
คังอินแอบมอง เห็นเยซองทำตาละห้อยอ้อนแม่คุณทูนหัว เป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำที่เห็นเยซองยอมทำขนาดนี้ ปกติเห็นจีบดะ ใครมีปัญหาก็จบกันเสียตรงนั้นอย่าหวังจะง้อ นี่คงจะเอาจริง...หรือเปล่าวะ
"ผม...เชื่อใจพี่ได้จริงเหรอ"
ใบหน้าของรุ่นน้องหน้าหวานแม้จะดูเรียบร้อย แต่ก็แฝงความมั่นใจในตัวเองเอาไว้เต็มเปี่ยม มิน่า เขาถึงได้ลือกันนักว่าเยซองมันเคี้ยวคนนี้ยากของจริง แล้วยิ่งไอ้ระยะห่างระหว่างกันนั้นด้วยแล้วก็ คังอินคิดในใจว่าเยซองเพื่อนเขาคงไม่ได้คิดเล่นๆแน่ ไม่งั้น มันคงคว้ามือเขาเข้ามาจับ คว้าตัวเข้ามากอดเรียบร้อยไปแล้ว
แต่ขอโทษเถอะนะ เขาไม่ได้เป็นคนดีขนาดที่จะมาส่งเสริมความรักของเพื่อนในขณะที่ตัวเองหน้าบูดแบบนี้หรอก
"เยซอง...." แกล้งเรียกเสียงยาวแต่ก็พอทำให้คนถูกเรียกหันมามองขวับ ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร เยซองก็แสดงสีหน้าประมาณว่า "ซวยแล้ว"
รุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้างๆก็หันมามองคังอินสลับกับเยซอง
"อ้าว!" คังอินแกล้งอุทานเมื่อได้สบตากับเรียววุคตรงๆ "โทษทีๆ ฉันนึกว่านายคุยกับคนที่นายควงเมื่อคืน คนอะไร น่าฟัดชะมัด ว่าจะมาขอเบอร์สักหน่อย แต่ไว้คราวหลังก็ได้ นายคงยุ่งอยู่"
ตบบ่าเยซองเบาๆ แล้วกระซิบเสียงไม่เบาอย่างจงใจให้ร่างเล็กได้ยินชัดๆ
"แต่ถ้าเบื่อเมื่อไหร่ก็บอกกันมั่งนะ ยินดีรับช่วงต่อ หึหึ"
แล้วก็รีบเดินหนีเข้าห้องสมุด ทิ้งให้เยซองยืนหน้าซีดไม่รู้จะแก้ตัวยังไง
"อย่าไปเชื่อนะครับ มันแกล้งอำพี่อ่ะ!!"
"ไม่ต้องพูดหรอก ผมเข้าใจ" เรียววุคยิ้มนิดๆ ยักไหล่แล้วหันหลังเดินหนีออกไปอีกทาง เยซองทำอะไรไม่ถูก รีบเดินตามไปคว้าข้อมือบางเอาไว้
"เรียววุคไม่เข้าใจหรอก!! มันไม่มีอะไรจริงๆนะ!!"
"พี่เยซอง" เรียววุคหันกลับมา ดวงตานิ่งสงบสบมองตรงไม่หวั่นไหว "พี่ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ ผมรู้ตัวดีผมไม่ใช่คนน่ารักอะไร พี่ก็ทำตามที่พี่ต้องการเถอะ ไม่ต้องห่วงผม"
"เรียววุค~"
รุ่นน้องจับมือข้างหนึ่งของรุ่นพี่เอาไว้ด้วยสองมือของตัวเอง ยิ้มจริงใจทำให้เยซองต้องกลืนคำพูดเพราะคายมันออกมาไม่ออก
"ขอบคุณที่เอาใจใส่ผมนะครับรุ่นพี่"
รุ่นพี่.....
เป็นได้แค่นี้จริงๆใช่ไหม
ทั้งสี่คนนั่งทำรายงานกันไปเรื่อยๆ ออกไปนั่งทานข้าวกลางวันแล้วก็กลับมานั่งทำต่อในช่วงบ่าย ไม่มีใครพูดอะไรกันมากนัก แม้ฮยอกแจและซองมินจะพยายามจุดประเด็นอยู่เป็นระยะก็ตาม จนตอนนี้ เหลือฮยอกแจและซองมินอยู่ที่โต๊ะกันสองคน เพราะคิบอมกับดงเฮแยกกันไปหาหนังสือกันคนละมุมห้อง
ประตูเปิดออกอีกครั้ง คนไม่รู้จะทำอะไรอย่างซองมินก็เงยมอง เมื่อเห็นใบหน้าบึ้งๆของคังอินเดินเข้ามาก็หัวเราะขำ
"เป็นไรอีกเนี่ย ตัวก็โต ยิ่งโมโหน้าก็ยิ่งบานนนนนนน" แซวเสียงใสไม่พอ ลุกขึ้นไปยืดแก้มของคังอินเล่นแบบไม่กลัวถูกเหยียบเสียอีก
"อย่ายุ่งน่า" คังอินปัดมือซองมินทิ้งแล้วนั่งลงในที่ที่เดิมเป็นของดงเฮ
"อารมณ์ไม่ดีวุ๊ย" ฮยอกแจแซวบ้าง ซึ่งก็ต้องรีบเงียบเพราะคังอินหันมามองหน้าด้วยสายตาเย็นชา
"ไอ้หมวยไปไหนล่ะ" ไม่ได้โมโหใส่ แต่ถามจริงจังกับฮยอกแจ ซึ่งเพื่อนร่างผอมก็พยักหน้าไปทางคนถูกพาดพิงที่ก้มๆเงยๆอยู่ตรงชั้นหนังสือ พร้อมทั้งถามกลับด้วยความสงสัย
"รู้เรื่องแล้วเหรอ"
"อืมม ซองมินโทรไปบอกเมื่อคืน"
"ตอนกำลัง... ด้วย" ซองมินชะโงกใบหน้าทะเล้นมาบอกฮยอกแจ แต่คังอินก็ตบเบาๆที่กลางหน้าผาก
"อ่ะจริง!?"
"เงียบไปเลย!!"
ฮยอกแจและซองมินหัวเราะคิกคัก
"คังอินอายยยยยยย โดนขัดจังหวะ คึคึ"
"ไม่ได้ขัดจังหวะโว๊ย!! เสร็จไปแล้วต่างหาก!! ไอ้พวกปัญญาอ่อนไร้ประสบการณ์!!"
คังอินโวยวายหนัก เริ่มฟาดมือเตะขาไปทางเพื่อนทั้งสอง กว่าจะหยุดได้ก็เมื่ออีกคนวิ่งเข้ามาจากทางประตู ร่างคุ้นตาพุ่งเข้ามาแบบไม่มียั้ง
"แก!!!! ไอ้คังอิน!!! ตาย!!!!"
เยซองพุ่งตรงมาฟัดกับร่างหนา ซึ่งก็แน่นอน คังอินไม่มีวันยอมยืนเฉยๆเจ็บตัวคนเดียวแน่
ดงเฮเอื้อมสุดมืออยากจะได้หนังสือชั้นบนสุด เมื่อไม่ถึงก็ออกอาการปีนป่ายตามประสา
"เดี๋ยวหยิบให้"
เสียงทุ้มดังขึ้นเบื้องหลังทำให้ดงเฮตกใจ คิบอมเดินเข้ามาใกล้และหยิบหนังสือเล่มนั้นลงมาให้สบายๆ ถึงจะสบตา แต่ก็ไม่กล้าแม้จะมอบรอยยิ้มให้กัน
"ขอบคุณ"
คิบอมพยักหน้า แล้วถามถึงเรื่องรายงานกลุ่มว่าไปถึงไหน ดงเฮจึงยิ้มฝืดๆออกมา
"ยัง...ไม่ถึงไหนเลย"
คิบอมหัวเราะกับท่าทางเก้อๆ เขาจึงยื่นหนังสือเล่มในมือให้ "เอาเล่มนี้ไปอ่าน แล้วเดี๋ยวรายงานฉันทำให้เอง คราวหน้าก็ค่อยเวียนสลับกันไป"
"แต่มันเยอะไม่ใช่เหรอ"
"ไม่เยอะหรอก"
คิบอมพูดพลางเขี่ยเส้นผมเป๋ไปเป๋มาของดงเฮให้เข้าที่เข้าทาง เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดีก็จะหันหลังกลับโต๊ะ แต่ก็ดันมีเสียงเรียกให้เขาต้องรีบร้อน
"คิบอมช่วยด้วย!!"
ซองมินร้องดังลั่น ดีว่าเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ไม่อยู่ให้พวกเขาร้อนหนาวตัวเล่น คิบอมเมื่อเห็นเยซองและคังอินนัวเนียกันรุนแรงก็รีบวิ่งเข้ามา
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?" คิบอมพูดพลางช่วยจับสองคนแยกออกจากกัน ลำพังแรงของซองมินที่จับคังอินกับฮยอกแจที่จับเยซอง แทบจะไม่มีผลกับแรงโมโหของทั้งสองสักนิด
คนหนึ่งโมโหแล้วพาลมาตั้งแต่เช้า คนหนึ่งโมโหเพราะถูกวางกับดักจนต้องปวดใจ
"หยุดก่อน!! พอแล้วเว๊ย!!!" คิบอมตะโกน มือสองข้างก็เข้ากั้นระหว่างสองร่าง
ดงเฮที่ได้ยินเสียงโหวกเหวกก็ตามมาดู แต่พอเห็นเหตุการณ์เท่านั้นก็ต้องรีบถลาเข้ามาช่วยอีกแรง
"ดงเฮระวัง!!" ฮยอกแจร้องขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนร่างเล็กคิดจะเข้าไปกั้นระหว่างคังอินและเยซองบ้าง ที่ตรงนั้นอันตรายต่อการเจอลูกหลงเป็นที่สุด แล้วยิ่งตัวเล็กๆด้วยยิ่งแล้วใหญ่
แต่ผู้มาทีหลังก็คงไม่ได้ฟังเสียงนั้น ความเป็นห่วงทำให้ร่างเล็กเข้าไปอยู่กลางวงและรับหมัดหนักเข้าเต็มๆไม่ทันสิ้นเสียงห้าม
"ดงเฮ!!!" คิบอมตะโกนเมื่อเห็นดงเฮหงายไปตามหมัด ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าโดนจากคังอินหรือเยซองกันแน่
ร่างเล็กหล่นตุ้บไปนั่งกับพื้นตามแรง เหมือนเห็นดาวระยับในดวงตาโดยที่ใบหน้าข้างหนึ่งชาจนแทบไม่รู้สึก
คิบอมเห็นเช่นนั้นก็เหมือนจะโกรธขึ้นมาเสียแทน มือหนากระชากคอเสื้อทั้งคังอินและเยซองที่ชะงักการต่อยตีไปแล้วมารับหมัดจากเขาเต็มๆ
"พอสักทีพวกนาย!!"
แววตาวาวด้วยอารมณ์ ตอนนี้เหตุการณ์กำลังหยุดนิ่ง ฝ่ายที่ต่อยตีรู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนเจ็บตัว ฝ่ายห้ามก็อึ้งเมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตร มีแค่ดงเฮเท่านั้นที่กลับมาขยับเคลื่อนไหว มือเล็กยกขึ้นปิดที่แก้มข้างมุมปาก ไหล่ห่อลงด้วยความเจ็บ
"อ่ะ...เจ็บ"
คิบอมทรุดตัวลงนั่งข้างๆ สองมือประคองใบหน้าเนียนเอาไว้เพื่อตรวจดูร่องรอยแม้ร่างเล็กจะขยับหนีเพราะความเจ็บก็ตาม
"เลือดออก!"
คังอินและเยซองหน้าซีดลงทันที ความโกรธเมื่อครู่จางหายจนทั้งสองสามารถมองตากันปริบๆได้อย่างสนิทใจ ส่วนฮยอกแจและซองมินก็ลงไปนั่งดูรอยช้ำนั้นด้วยเช่นกัน
"ฟันล่ะ หักหรือเปล่า ในปากล่ะแตกไหม" ซองมินถามร้อนรน
นิ้วเรียวของคิบอมจึงแตะที่ริมฝีปากเบาๆเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้ดงเฮอ้าปาก แต่ร่างเล็กกลับยิ่งร้องหนัก
"เจ็บ!!!" เลือดสีแดงเข้มซึมออกมาตรงมุมปาก
"ปากแตกแหงเลย เอาไง ไปหาหมอไหม"
ฮยอกแจพูด ดงเฮก็รีบส่ายหน้าเร็วๆ แต่ไม่กล้าพูดมากเพราะกลัวขยับแล้วจะเจ็บอีก ซองมินก็วิ่งกลับไปหยิบกระดาษเช็ดหน้าให้คิบอมซับเลือด
"ดงเฮอย่าดิ้นสิ!! เลือดออกใหญ่แล้วจะไม่เช็ดได้ไง"
คิบอมร้อนใจ ยิ่งเห็นดงเฮดื้อดึงคอยแต่จะขยับหนีเพราะกลัวก็ยิ่งดุใหญ่ ส่วนคนโดนดุที่ใจฝ่อเพราะความเจ็บเมื่อได้ยินจึงยิ่งใจเสีย น้ำตาซึมออกมาพร้อมเสียงสะอื้นเบาๆ จะเก็บกักเสียงนั้นก็ไม่ไหวเพราะริมฝีปากบางช้ำเกินกว่าจะกัดฟันทน
"ดงเฮ!! เจ็บมากเหรอ!! ไม่เอาแล้ว ไปหาหมอเดี๋ยวนี้เลย"
คังอินและเยซองเห็นเพื่อนร้องไห้ก็เข่าอ่อนลงมาพึมพำขอโทษไม่หยุด คิบอมก็พยายามจะดึงตัวดงเฮให้ลุกขึ้นเพื่อจะพาไปหาหมอ
ร่างบางร้องไห้ยิ่งกว่าเก่า ฝืนทำตัวหนักไม่ยอมไปตามที่คิบอมพูด ยิ่งคิบอมดึงดัน เขาก็ยิ่งดิ้น จนเมื่อทนไม่ไหวก็ทุบแขนคิบอมแรงๆเสียหลายทีจนคิบอมหยุดที่จะฝืน
"ดงเฮ~" คิบอมพูดเสียงอ่อน ดงเฮที่ถูกตามใจก็ปล่อยตัวซบลงให้คิบอมกอดเอาไว้
"ฮึด...เจ็บ..."
คิบอมพาดงเฮขึ้นรถแล้วปิดประตูให้เสร็จสรรพ ไม่ลืมหันมาเหล่ใส่ตัวต้นเรื่องอย่างคังอินและเยซองที่มีรอยช้ำที่มุมปากด้วยเช่นกัน
"ขอโทษษษษษ" ทั้งสองพูดเสียงสำนึกผิดออกมาพร้อมกันอีกครั้ง หลังจากที่บ่นพูดมาตลอดตั้งแต่ในห้องสมุดจนถึงที่ลานจอดรถนี่
ดงเฮหมุนกระจกลง มือกุมผ้าเช็ดหน้าปิดมุมปากแต่ก็ยังฝืนยิ้มส่ายหน้าทั้งน้ำตาว่าไม่เป็นไร
"แล้วเย็นนี้ว่าไง จะไปประชุมป่าว" ซองมินถามเผื่อไว้เพราะจำได้ว่าตอนเย็นมีนัดประชุมงานกับท่านประธานคณะ
ดงเฮมองนิ่งๆ เหมือนยังชั่งใจอยู่ว่าจะเอายังไง
"ไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวบอกพี่เขาให้แล้วกัน" ฮยอกแจเสนอ คิบอมก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปนั่งในรถบ้าง
ร่างเล็กข้างคนขับยังคงขมวดคิ้วน้อยๆเหมือนไม่อยากจะผิดนัด คิบอมจึงพูดขึ้น
"ถ้าไม่เป็นไรมากเดี๋ยวจะรับมาอีกรอบแล้วกัน"
ดงเฮสบสายตามองในเชิงเข้าใจ ก่อนจะหันมาโบกมืออีกครั้งเมื่อรถเคลื่อนที่ออกไป
"เป็นไงล่ะ ทะเลาะกันอยู่ได้" ซองมินเอ่ยแซวทันทีที่รถของคิบอมห่างออกไป
"ก็คังอินนั่นแหละเริ่มก่อน" เยซองว่า
"อย่ามามั่ว นายแหละพุ่งมาหาเรื่องก่อน"
"แล้วนายไม่ใช่เหรอไงที่ทำให้ฉันโมโหอ่ะ"
"กะอีแค่พูดจาใส่ไข่ใส่สีนิดหน่อย ทำเป็น!!"
"ไม่หน่อยโว้ย กับเรียววุคน่ะไม่เหมือนใคร ฉันจริงใจนะ!!!"
"จริงจัง? แล้วลับหลังเรียววุคนั่น นายจริงจังหรือเปล่าวะ จริงใจกับเขาตลอดเวลาหรือเปล่า"
คำพูดของคังอินทำให้เยซองสะอึก เพราะลับหลัง เขาก็โทรหากับไม่รู้กี่คน เที่ยวกับใครมาเท่าไหร่ก็จำไม่ได้
"พูดไม่ออกใช่ไหม มันจริงใช่ไหมล่ะ"
กำลังต่อว่าใครอยู่กันแน่...
คังอินเริ่มรู้สึกว่าทั้งที่เยซองยืนนิ่งให้เขาด่า แต่หัวใจเขากลับเห็นแต่ใบหน้ารุ่นพี่อิทึก
หรือแท้ที่จริงแล้ว ตลอดมา นี่คือสิ่งที่เขาอยากจะต่อว่ารุ่นพี่คนนี้ รุ่นพี่คนที่ทำเหมือนมีใจ แต่ไม่เคยเข้าใจได้เลยสักครั้งว่ามันมาจากใจจริง
"แล้วนายรู้หรือเปล่าว่าฉันต้องการอะไร"
เยซองเอ่ยขึ้นมาหลังจากนิ่งเงียบมานาน แววตาสั่นระริกเหมือนไม่อยากจะพูดออกมา แต่ความรู้สึกลึกๆก็ขับดันให้มันพรั่งพรูทั้งที่ใจไม่ต้องการ
"ฉันไม่ใช่คนดี ก็รู้ตัวดีอยู่ เพราะแบบนี้ถึงได้กลัว กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะเบื่อจะไม่รัก กลัวเขาจะทิ้งไป ฉันขออะไรมากนักหรือไง ขอแค่ให้เชื่อใจฉัน อยู่ข้างๆไม่ว่าจะเกิดอะไร"
"นายก็แค่อยากสนุก เคยคิดถึงจิตใจเขาบ้างหรือเปล่า แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเห็นแก่ตัว"
"เออ!!! ฉันมันเห็นแก่ตัว อยากให้เขาทำให้ฉันมั่นใจ ทำให้ฉันเลิกลังเล เลิกกลัวไร้เหตุผลแบบนี้ แค่ขอให้เขาให้ใจกับฉัน ไม่ว่าอะไรฉันก็ไม่ต้องการอีก ไม่ต้องการใครอื่นอีก หัวใจฉันจะเป็นของเขาคนเดียว แบบนี้ฉันมันเห็นแก่ตัวมากใช่ไหม"
ไม่ใช่แค่คังอินที่ฟังแล้วต้องอึ้ง แต่ฮยอกแจและซองมินที่ยืนนิ่งฟังทั้งสองเถียงกันมาตลอดก็เช่นกัน เหตุผลแบบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กเอาแต่ใจที่ไม่รู้จักวิธีรักใคร
"นายแม่ง...บ้า"
คังอินสบถออกมาเบาๆ
โปรดติดตามตอนต่อไป ^^
ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะอัพแล้ว เหอๆๆ ตอนนี้ไม่มีอะไรมากล่ะเนอะ ทุกอย่างไม่ชัดเจน ใช่ ไม่ใช่ ถูก ไม่ถูก
ก็รอดูกันไปนะ ว่าความคลุมเครือของตอนนี้จะเกิดผลอะไรต่อไป (ถ้าหาจุดเชื่อมโยงของมันได้นะจ๊ะ)
ว่าแต่ จะขอพูดเรื่องน่าอายหน่อยนะ ตอนนี้ ไรเตอร์กำลังติด Queer As Folk เข้าอย่างจัง เวอร์ชั่นยูเอสนะ หลงรักจัสตินเข้าเต็มเปาเลยยยย ใครก็ได้ช่วยด้วยยยยย (รู้แล้วน่าว่ามันออกมาหลายปีแล้ว แต่เค้าเพิ่งรู้จักนี่นา
)
ตอนต่อไป จะพยายามลงให้ไว แต่คิดว่าก่อนหน้านั้น คงจะต้องมีสเปของวันคิเฮ129นี้มาลงก่อนอยู่ดีหล่ะ เพราะงั้นก็ เจอกันวันที่ 12 นะจ๊ะรีดเดอร์ (ล่อเป่าว่ะ 555+)
ขอบคุณคนอ่านทุกคน ^^

คิเฮ ตกลงคู่นี้ยังเบาใจไม่ได้ ต้องลุ้นต่อใช่ป่ะเนี่ย
เค้าย้อนกลับไปอ่าน ch-8 เหมือนคู่นี้เค้าจะเคลียร์กันได้แล้ว (เหรอ?) มาตอนนี้เอ๊ะยังไง เหมือนยังไม่เคลียร์ 555 ชักจะสับสน ยังไงอีส (ทำเป็นเนียนเรียกแบบหนิดหนม) ก็มาต่อไวๆ นะคะ
ปล.1 สารภาพว่าหาจุดเชื่อมโยงไม่เจอ 555
ปล.2 ปลาน้อยช่างน่าสงสารโดนลูกหลง ใบหน้างามๆ ถูกทำร้าย
ปล.3 เจ้าหมี+ซาลาเปา นายสองคนต้องโดนคิบอมจัดดการ !!! หนอย มาทำให้ปลาน้อยสุดที่รักเค้าเจ็บได้งัย
ปล.4 อีสจ๋า ถึงเค้าจะไม่ได้แวะมาที่ blog นี้บ่อยๆ (เพราะภารกิจมากมาย) แต่ก็สัญญาว่าจะพยายามเข้ามาบ่อยๆ และจะอยู่ด้วยกันตราบจนอีสเลิกเขียนฟิคเลยเอ้า
#1 By BeriBeri (124.120.122.36) on 2009-09-10 00:39