Fic KiHae : Oblivion  รักเลือนของคุณชายวายร้าย 

ตอนที่ 2

 

ที่นี่มีแต่ Boy's Love นะคะ  ถ้าไม่ใช่แนว  กดปิดเลยค่ะ ^^

 

Writer : ease supsnerv

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สายฝนยังคงโปรยปรายไม่หยุด  ท้องฟ้าฉ่ำน้ำค่อยลดแสงสว่างลงทุกที

 

ร่างเล็กนอนอยู่บนเบาะคนขับที่ถูกปรับเอน  กระพริบตาเบาๆสองสามที  ก่อนจะยืดตัวตรงลุกขึ้นมานั่งรวดเร็ว  ดงเฮมองไปรอบรถ  เห็นกุญแจที่เขาฉวยมาจากฮยอกแจยังคงเสียบคาไว้  แอร์เย็นฉ่ำ  แต่ไม่มีใครอื่นนอกจากตัวเขา  หัวใจเต้นรัวแต่ก็ถูกสะกดให้แน่นิ่งลงอีกครั้ง  มีเพียงไม่กี่คนที่จะทำให้ดงเฮรู้สึกแบบนี้ได้  ความหวาดหวั่นที่ไม่เข้าใจถึงความหมายของมัน  ไม่รู้ว่าทำไม

 

เสียงทุ้มที่ดังกลบความมืดมิดก่อนที่ดงเฮจะหมดสติไปยังคงตราตรึง  "คิม  คิบอม"  ชื่อที่ตอนนี้ดงเฮอยากจะลืมไปให้ได้ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทาง  กับทั้งกลิ่นบุหรี่มีเจือความเย็นชาของมิ้นท์นั้นด้วย

 

เขาเร่งเครื่องยนต์  กดปุ่มกระจกลง  แล้วคว้าสูทสีดำสนิทที่คลุมร่างตนเองเอาไว้อย่างเรียบร้อยโยนออกไปนอกรถ  ทิ้งให้จมอยู่ใต้หยดฝนและน้ำที่เจิ่งนองทั่วพื้น

 

 

หวังใจว่าจะช่วยให้รู้สึกปลอดโปร่งอีกครั้ง  ลืมเรื่องบ้าๆทั้งหมดนี้ไปให้ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ฮยอกแจ  ดงเฮโทรมาหรือเปล่าลูก"  คุณแม่หุ่นฟิตของฮยอกแจถามขึ้นในขณะที่เขาคว้าแก้วนมขึ้นดื่มรวดเร็ว  ทำให้ต้องส่ายหน้าทั้งที่ยังเงยซดน้ำสีขาวขุ่นในแก้ว

 

มือเรียววางแก้วเปล่าลงแล้วหยิบขนมปังอีกหนึ่งคู่ติดมือไป  หันมาบอกคุณแม่ตนเองด้วยยิ้มใส  "ไม่ได้โทรเลยครับแม่  โทรไปก็ไม่ยอมรับ  แต่ผมเช็คกับคุณจินซางแล้วเห็นบอกว่าดงเฮกลับถึงคอนโดตั้งแต่ค่ำๆ"

 

คุณแม่ยิ้มตอบความเอาใจใส่ของลูกชายตนเองที่กำลังหันหลังให้วิ่งออกไปทางประตูรั้วตรงที่มีรถมาจอดรออยู่หน้าบ้าน  ก่อนจะหันกลับไปทางเสียงฝีเท้าของลูกชายอีกคนที่เพิ่งลงมาจากชั้นบน

 

 

 

 

ฮยอกแจกระโดดข้ามรั้วต้นไม้เตี้ยๆแทนที่จะวิ่งอ้อมไปทางประตูรั้วหน้าบ้าน  พุ่งตรงไปยังรถราคาแพงสีขาวเป็นเงาปลาบที่จอดเลยประตูไปเป็นปกติ  เขาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับแล้วลอดตัวเข้าไปนั่งพร้อมยิ้มเผล่

 

"รอนานหรือยัง" 

 

ซีวอนที่นั่งพิงเบาะค่อยขยับปรือดวงตาขึ้น  มุมปากแต้มยิ้มบางๆแล้วหันมาทางเด็กหนุ่มที่สว่างไสวปานแสงอาทิตย์ยามเช้า  ฮยอกแจยื่นขนมปังที่คว้ามาด้วยให้  แต่เขากลับเอียงใบหน้าเข้มนั้นหลบแล้วเขยิบเลยเข้าไปชิมริมฝีปากสีสดนั้นแทน  จูบแผ่วเบาที่ชวนให้ใจเต้นตึก  ซีวอนขยับช้าๆทำให้ฮยอกแจตอบรับเป็นอย่างดี

 

"โตจนป่านนี้แล้วยังดื่มนมอยู่อีก"

 

ร่างสูงถามที่ข้างหูเบาๆหลังจากปล่อยริมฝีปากบางให้เป็นอิสระ  กลิ่นหอมอ่อนๆชวนให้รู้สึกสดชื่นได้ทุกครั้งที่ลิ้มลอง

 

"ไม่ได้สูงเหมือนนายนี่"  ฮยอกแจพูดทั้งผลักซีวอนให้ออกห่าง  อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆแต่ก็ยอมตามว่าง่าย  นั่นเป็นเพราะ...

 

 

เรียววุคเปิดประตูรถตอนหลังตามเข้ามา  ดวงตาโตเป็นประกายปรายมองพี่ชายสองคนผ่านกระจกมองหลัง  ก่อนจะหันกลับไปจ้องนิ่งที่ฝั่งคนขับอยู่ครู่ใหญ่  คิ้วเรียวขมวดน้อยๆพอให้รู้ว่าไม่ชอบใจนัก

 

"เรียววุคตื่นสายนะ  กินอะไรยัง  เอาขนมปังไหม"  ฮยอกแจถามน้อง  กลบเกลื่อนโน่นนี่ด้วยหวังไม่ให้รู้เรื่องราว

 

เรียววุคปรับสีหน้ามองพี่ชายตนเอง  ก้มลงมองขนมปังที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยตามแรงมือที่ถือมันเอาไว้  เขาส่ายหน้าน้อยๆแล้วตอบปฏิเสธเบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

แดดอ่อนลอดลงมาตามแนวไม้ใหญ่ที่ปลูกรายเรียงสองข้างทาง  ถนนสายแคบที่ถูกตัดตรงเข้าสู่โรงเรียนมัธยมชายล้วนที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในด้านการเรียนการสอนและราคาค่าเล่าเรียนสุดแพง  ฮยอกแจชอบมองเวลาที่แดดกระทบพื้นเป็นวงถูกบดบังด้วยเงารถที่ขยับเคลื่อน  เช่นเดียวกับที่เงานั้นทอดลงบนแขนสองข้างของเขา  ยามแบมือเหมือนเงานั้นเป็นสมบัติติดตัว  แต่เพียงเสี้ยววินาที  มันก็เคลื่อนหายกลายเป็นอื่น

 

 

ซีวอนเลี้ยวรถผ่านเข้าประตูรั้วสูง  โรงเรียนของผู้มีอภิสิทธิ์ชนที่ยอมให้เด็กมัธยมปลายขับรถได้  แต่รถหรูกว่าก็ย่อมเป็นจุดสนใจมากกว่า

 

เมื่อเสียงเครื่องดับลง  ฮยอกแจก้าวลงจากรถพร้อมกับน้องชายที่เปิดประตูตามออกมา  นักเรียนหลายคนทั้งที่เดินเข้าตึกเรียนหรือกระทั่งซ้อมกีฬาต่างก็หันมอง  การเป็นจุดสนใจดูจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกเขาไปเสียแล้ว

 

ไม่นาน  เสียงเครื่องรถที่คุ้นเคยหูอีกคันก็จอดเทียบข้างๆ

 

เรียววุคไม่ได้สนใจ  เดินฝ่าสายตาคนอื่นๆเข้าตึกเรียนไปแล้ว  แต่ฮยอกแจยังคงระบายยิ้มเดินตรงไปที่ประตูฝั่งคนขับรถสีดำอีกคันที่เพิ่งเข้ามาจอด 

 

 

"ไงไอ้ตัวดี  โผล่มาได้แล้วเหรอ"

 

 

ดงเฮเปิดประตูออกเงยหน้าขึ้นมองฮยอกแจ  ส่งสายตาไม่รู้ไม่ชี้พร้อมกับส่งกุญแจรถคืนให้  หลังจากที่เขาขโมยหนีไปตั้งแต่เมื่อวาน  พลอยทำให้วันนี้ซีวอนต้องรับหน้าที่รับฮยอกแจกับเรียววุคมาโรงเรียน

 

ฮยอกแจจับทั้งมือเล็กที่ยังมีกุญแจถือติดอยู่  แววตาปนยิ้มมองอย่างพิจารณาว่าน้องชายของเขามีร่องรอยของความกังวลใจหรือไม่ 

 

 

"โอเคดี" 

 

 

ดงเฮตอบคำถามที่ไม่ได้ถูกเอ่ยออกมานั้น  แล้วเคลื่อนตัวเข้าไปกอดฮยอกแจหลวมๆเพื่อยืนยันคำพูดตนเอง  แม้ในใจจะยังคงมีหมอกมัวจางๆก็ตามที

 

 

และทันทีที่ฮยอกแจปล่อยน้อง  ทุกอย่างก็จะกลายเป็นภาพเดิมที่เขาต้องจำใจมอง 

 

 

ซีวอนเข้าแทนที่ตำแหน่งนั้น  แขนหนาโอบเอวบางของดงเฮด้วยความเคยชิน  ซ้ำยังจูบเบาๆที่ขมับ  ดงเฮไม่มีรอยยิ้มกับสัมผัสแสดงความผูกพันของซีวอนด้วยว่าชินชา  เงยใบหน้าเนียนขึ้นตอบคำถามเดิมๆของร่างสูงที่ชักชวนทานข้าวเช้าด้วยทุกวันเป็นปกติประจำ

 

 

 

 

 

 

 

 

เหมือนเงาบางที่ทอทาบบนฝ่ามือ  เพียงเสี้ยววินาทีที่ผ่านผัน  สิ่งนั้นที่ไขว่คว้าไม่เคยได้มาเป็นครอบครอง

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ใช่ว่าไม่รู้  แต่หัวใจมันไม่ได้สร้างกันขึ้นมาง่ายๆ  จะได้เลือกรักใครก็ได้ตามใจ

 

แม้ผูกพันเท่าไหร่  แต่ใจมันยังคงเป็นดังเดิม  ตักตวงออกไม่ไก้  เฉกเช่นที่มันไม่เคยถูกเติมให้เต็ม

 

 

 

 

คุณจินซางโทรบอกคุณหนูดงเฮตั้งแต่ก่อนหมดคาบบ่ายว่าวันนี้คุณพ่อของดงเฮจะกลับมาเกาหลีช่วงเย็นๆแล้วจะจับตั๋วบินเที่ยวดึกไปต่ออีกประเทศ  พูดง่ายๆว่ายอมเสียเงินเพื่อจะมาเจอหน้าลูกชายคนเดียวแค่ไม่กี่ชั่วโมง  ฮยอกแจที่นั่งเรียนอยู่ห้องเดียวกันและโต๊ะติดกันกับดงเฮจึงรู้เรื่องทั้งหมดด้วยเป็นธรรมดา  ดงเฮอาจจะต้องเก็บเรื่องๆหลายๆอย่างเอาไว้เงียบๆ  แต่พี่ชายที่อายุมากกว่าไม่กี่เดือนผู้เปรียบเสมือนเพื่อนรักคนเดียวที่เขามีก็เป็นดั่งที่พักพิงที่เขาเล่าได้ทุกอย่างด้วยเชื่อมั่นในกันละกัน

 

ส่วนเรื่องของซีวอนนั้น  อยู่นอกเหนือจากนี้

 

เสียงออดบอกหมดเวลาเรียนไม่ได้ทำให้ตื่นเต้นสักเท่าไหร่  เพราะตลอดชั่วโมงที่อาจารย์พูดเรื่องนั้นนี้  ดงเฮก็แทบไม่ได้ฟังอยู่แล้ว  และคงไม่มีใครกล้าจะสนใจด้วยซ้ำว่าเขาอยากหรือไม่อยากฟัง  นักเรียนอื่นๆทยอยออกจากห้องพร้อมกับเสียงพูดคุยที่เซ็งแซ่มากขึ้นทุกที

 

สองพี่น้องเก็บของเรียบร้อยก็เดินออกสู่ทางเดินปูกระเบื้องสีขาวสะอาดเป็นเงา  สายตาหลายคู่หยุดชะงักมองมายังดงเฮและฮยอกแจ  ก่อนจะขยับให้ทั้งสองเดินผ่านไปได้อย่างสะดวก

 

โรงเรียนชายล้วนก็ไม่ต่างอะไรกับเมืองที่แห้งแล้ง  ส่วนสิ่งที่จะปลอบโยนหัวใจนั้นก็ดันอยู่สูงส่งเสียดฟ้า

 

ฮยอกแจ  สดใสเหมือนแสงตะวัน

 

ส่วนดงเฮนั้น  ก็คงเหมือนยามเช้าอันแสนเศร้า ณ ที่ปลายฟ้าบรรจบท้องทะเล

 

 

ซีวอนโผล่หน้าออกมาจากห้องคณะกรรมการนักเรียนที่อยู่ตรงสุดทางเดิน  ใบหน้าสุขุมหล่อเหลาดั่งเจ้าชายมองตรงมาที่ดงเฮ  "รู้เรื่องคุณดงฮวานแล้วใช่ไหม"

 

ดงเฮพยักหน้าตอบเมื่อถูกถามถึงผู้เป็นพ่อของตน  ก่อนคำถามที่สองจะตามมา  ร่างเล็กก็ถูกดึงจากพี่ชายไปอยู่ในอ้อมกอดของเจ้าชายเสียแล้ว

 

"งั้นกลับเลยหรือเปล่า"

 

ดงเฮหันมามองฮยอกแจ  "ไปด้วยกันไหม"

 

"ไม่ดีกว่า  คุณลุงมาแป๊บเดียว  ฉันไปกวนเปล่าๆ"

 

ซีวอนลูบผมดงเฮเบาๆ  "งั้นเดี๋ยวผมไปส่งดงเฮที่บ้าน  แต่...อืม...ดงเฮตัวร้อนๆหรือเปล่า"

 

ใบหน้าขาวมองตอบด้วยดวงตาเรียบ  ส่ายหน้าหน่ายๆแล้วบอกลาฮยอกแจ

 

"ไปก่อนนะ  เจอกันพรุ่งนี้"

 

ฮยอกแจตบบ่าน้องชายเบาๆ  พยายามยิ่งที่จะฝืนยิ้มให้อย่างยากเย็น  ส่วนสำหรับซีวอนนั้น  ฮยอกแจไม่กล้าแม้จะเหลือบสายตามอง  ไม่ต้องการเห็นแววตานั้น

 

 

 

ดงเฮยอมปล่อยตัวให้ซีวอนโอบบ่านำเดินไปตามทาง  ไม่หันหลังกลับไปมองพี่ชายด้วยทั้งไม่อยากจะเห็นแววตาบางอย่าง  และไม่ต้องการให้ฮยอกแจรู้สึกเหมือนตัวเองอ่อนแอ

 

ไม่ใช่ว่าดงเฮไม่รู้อะไร  แต่เขาเลือกที่จะไม่สนใจมากกว่า  ต่อให้ต้องการอนาคตแบบไหน  ยังไงเขาก็ต้องยืนอยู่ตรงที่นี้อยู่ดี

 

ดงเฮต้องมีซีวอนเคียงข้าง...  มันถูกกำหนดไปแล้ว

 

ต่อให้ลับหลังจะเป็นเช่นไร  หัวใจที่แท้จริงจะคิดแบบไหน  ข้างกายของดงเฮก็ต้องเป็นซีวอน 

 

และคนที่ซีวอนจะให้ยืนในตำแหน่งที่หนึ่ง  ก็ต้องเป็นดงเฮเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หากไม่มีธุระจำเป็น  ดงเฮก็แทบจะไม่ได้เหยียบเข้าบ้านนี้เลยสักครั้ง  บ้านหลังใหญ่ตกแต่งแบบตะวันออกดูสุขุมเยือกเย็น  แต่หากต้องอยู่เพียงลำพัง  สถานที่นี้จะกลายเป็นความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ

 

คนงานในบ้านที่ดงเฮคุ้นหน้าแต่ไม่รู้จักชื่อ  รีบเดินเข้ามาเปิดประตูและโค้งร่างทักทายนายน้อยที่มาให้เห็นเพียงนานครั้ง  ร่างเล็กรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยแต่ก็ยิ้มจางๆเพื่อทักทายแล้วก้าวเข้าไปด้านใน  ซีวอนเดินตามติดในฐานะแขกของบ้าน

 

ตั้งแต่ดงเฮจำความได้รางๆ  สมัยประถมต้นๆ  คุณอา  พ่อของพี่อิทึก  ฮยอกแจ  และเรียววุคก็รับเขาไปอยู่ด้วยแล้ว  บ้านนี้เงียบเหงาเกินไปเป็นเหตุผลที่คุณอาบอกกับคุณพ่อเพื่อพาเขาออกจากบ้านนี้  คุณพ่อทำงานหนัก  มีธุรกิจหลากหลายในต่างประเทศหลายที่  จึงไม่มีเวลาแวะกลับมาดูเขา  เดือนละครั้งก็ถือว่ามากแล้วสำหรับนักธุรกิจอย่างคุณพ่อ

 

จนเขาโตขึ้นมาอีกหน่อย  ดงเฮแอบเอาเงินเก็บตัวเองไปซื้อคอนโด  ซึ่งสุดท้ายก็ถูกคุณพ่อรู้เข้าอยู่ดี  มันเป็นอีกสถานที่ที่ดงเฮเรียกได้ว่าเป็นที่ของเขา  บางเวลา  จิตใจมันว้าวุ่นจนสงบลงไม่ไหว    เขาก็จะหนีไปที่นั่น  คุณพ่อไม่ว่าอะไรอีกแต่ขอให้มีคนที่บ้านไปคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ  แต่ถึงอย่างนั้น  คุณอาทั้งสองก็ยังไม่ยอม  ยืนยันว่าบ้านที่จะต้องอยู่อาศัยต้องไม่ใช่บ้านที่ต้องอยู่เพียงลำพัง  ดงเฮจึงกลายเป็นคนสองบ้าน  เทียวไปเทียวมาตามแต่สะดวก

 

 

โถงทางเดินยาวรับผนังสีเข้มขรึม  ฝั่งหนึ่งถูกเปิดออกโล่งให้มองเห็นสวนสีเขียวที่ประดับด้วยไม้ดอกสีขาวล้วนยังงดงาม  คุณพ่อรักสวนนี้มาก  รักดอกไม้ทุกดอก  ถึงขนาดกำชับให้คนสวนคอยดูแลอย่างดี  จนบางครั้งเด็กน้อยอย่างเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าไม้งามนั้นสำคัญกว่าลูกอย่างเขา

 

 

ความคิดแบบเด็กๆ  คุณพ่อพูดแบบนี้บ่อยๆ  บอกว่าดงเฮต้องเป็นผู้ใหญ่  ต้องเป็นเด็กดี  และต้องทำทุกอย่างที่พ่อพูดโดยไม่มีเงื่อนไข

 

ทั้งเรื่องคุณแม่  เรื่องการฝึกซ้อมฝึกฝนที่บ้านคุณอา  และเรื่องของซีวอน

 

 

ประตูขวามือตรงปลายทางเดินเปิดอ้าออกทันทีโดยมือที่มีร่องรอยเหี่ยวย่นของหญิงชราผู้เป็นหัวหน้าแม่บ้าน  อาจจะเป็นคนเดียวในบ้านนี้เสียด้วยซ้ำที่ดงเฮรู้จักชื่อ

 

"คุณซุนฮี"

 

"คุณหนูดงเฮ!!  ไม่ได้เจอเสียนานเชียวค่ะ"  หญิงชราแก่ลงไปมาก  ผมสีดอกเลาอ่อนลงทุกครั้งที่ได้พบหน้า  "คุณดงฮวานอยู่ด้านในแล้ว  คุณหนูรีบเขาไปเถอะค่ะ"  เธอบีบมือของดงเฮที่เอื้อมจับแขนของเธอไว้แผ่วเบาเพื่อแสดงความรักและเอ็นดูที่มีให้คุณหนูของบ้านคนนี้ไม่เคยเสื่อมคลาย  แต่ไอร้อนผ่าวบนผิวขาวสนิทนั่นก็ทำให้ต้องสงสัย

 

"คุณหนู..."

 

ดงเฮหรี่ตาลงด้วยรอยยิ้ม  ซุนฮีจึงไม่พูดอะไรออกมาอีก

 

"คุณซีวอน  สวัสดีค่ะ"  เธอค้อมตัวให้กับคุณหนูอีกคน  "คุณพ่อคุณแม่ของคุณซีวอนก็อยู่ด้านในแล้วค่ะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

ดงฮวานเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่  ผิวเข้มรับกับใบหน้าคมที่ดูทั้งใจดีและดุดัน  เขาแย้มยิ้มยามที่เห็นลูกชายคนเดียวที่มีใบหน้าหวานชวนมองก้าวเท้าเข้ามา  พร้อมพยักหน้าเบาๆในเชิงเรียกให้ดงเฮเข้ามานั่งใกล้ๆ

 

ดงเฮโค้งให้กับคุณพ่อและคุณแม่ของซีวอนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งแขกของบ้าน  ก่อนจะขยับไปนั่งใกล้ๆดงฮวาน  ดวงตาระบายยิ้มออกหน้า  แต่ก็ยังคงทิ้งระยะห่างไม่จาบจ้วงยามที่รู้ว่าคุณพ่อยังคงมีแขกที่จะต้องพูดจา

 

ซีวอนทักทายคุณดงฮวาน  แล้วเดินไปนั่งต่อจากพ่อและแม่ของตนเอง  แม้ไม่ต้องการจะพบ  แต่ก็หนีกันไม่พ้นอยู่ดี

 

 

"ซีวอน  สบายดีหรือ"  ดงฮวานเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มของผู้ใหญ่ใจดี  "ลูกชายของฉันทำให้เธอเหนื่อยหรือเปล่า"

 

"ไม่เลยครับ" 

 

คุณพ่อคุณแม่ของซีวอนยิ้มกว้าง  ลูกชายผู้เพียบพร้อมนั้นไม่เคยปริปากพูดจาออกนอกเรื่องที่พ่อแม่วางไว้สักครั้ง  เป็นที่ภูมิใจว่าจะไม่มีทางทำให้ผิดหวัง

 

"คุณดงฮวานวางใจเถอะครับ  ไม่ใช่ว่าแค่ซีวอนเท่านั้น  แต่เราทั้งครอบครัว  พร้อมที่จะมอบความภักดีให้คุณ  ไม่แพ้พวก..."

 

 

 

"ผมเชื่อคุณ" 

 

 

 

ดงฮวานพูดตัดบทก่อนที่คุณยองมิน  พ่อของซีวอนจะเอ่ยจบ  ดวงตาที่มีรอยยิ้มนั้นหันมองลูกชายที่นั่งเคียงข้าง  

 

 

 

"วันนี้ผมมีเวลาน้อย  เราไว้คุยกันต่อวันหลัง"

 

 

 

 

คำพูดสั้นง่ายที่เหมือนเป็นประกาศิตให้ทุกคนต้องเคารพเชื่อฟัง  ครอบครัวของซีวอนจึงขอตัวกลับหลังจากนั้น

 

 

 

ดงฮวานเปรียบเหมือนประมุขของตระกูล  ครอบครัวเก่าแก่ที่สืบทอดธรรมเนียมต่อมาจากต้นตระกูลผู้ล่วงลับ  วันเวลาผ่านไป  บางสิ่งถูกเปลี่ยนแปลง 

 

ผู้ที่เคยถือคำมั่นสัญญานั้นต้องลาหาย  ถูกแทนที่  อดีตที่ถูกกำจัด  หลับใหลไม่หวนคืน

 

 

ดงฮวานยังยืนยันในความต้องการพันธมิตรที่มั่นคงและเชื่อมั่นได้เพื่อสนับสนุนกิจการงานที่ตอนนี้มากมายจนนับไม่หมด  รอยบาดหมางที่เคยมีในอดีตทำให้ตระกูลที่เคยผูกพันกันด้วยพันธะนั้นเป็นอันต้องร้างห่างไกล  ถูกแทนที่ด้วยคนใหม่มากหน้าที่เสนอตัวมาให้เลือกไม่หวาดไม่ไหว  และหนึ่งเดียวผู้ถูกเลือกนั้นก็คือครอบครัวของซีวอน

 

 

ข้างกายของดงเฮจึงถูกกำหนดตั้งแต่นั้นว่าต้องเป็น   ชเว  ซีวอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณพ่อพูดเสมอว่า  ให้ลืมมันไปซะ  เรื่องที่เอ่ยถามซ้ำไปมาไม่ได้คำตอบ  ให้ลืมมันไปซะ

 

 

เวลาผ่าน  เด็กน้อยวันนั้นที่เติบโตจนเป็นเด็กหนุ่มในวันนี้จึงได้เรียนรู้ถึงคำว่าเชื่อฟัง  ทุกอย่างที่พ่อแนะ  มันหมายถึงคำสั่งที่ต้องทำตาม  แม้กระทั่งบังคับใจให้เลือกและลืมก็ตาม

 

 

เพียงกอดเดียวที่ดงเฮได้รับหลังจากที่ซีวอนเดินออกจากห้องรับรองแขก  ความลับที่พยายามซ่อนก็ถูกเปิดเผย  อาการไข้ของดงเฮหนักขึ้นทุกนาทีจนแก้มเนียนแดงเรื่อ  คุณดงฮวานสั่งว่าจะพาดงเฮไปที่โรงพยาบาลก่อนที่จะไปสนามบิน  หากจะมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อย  ให้อยู่ในที่ลำบากก็ยังดีกว่าไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย

 

 

ร่างเล็กเอียงศีรษะซบไหล่กว้างของพ่อที่อบอุ่นจนดึงเอาสติที่มีหลับไปในห้วงนิทราเพียงเวลาสั้นๆ  รถจอดที่โรงพยาบาล  ดงเฮถูกปลุกให้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

 

ดงฮวานจับมือร้อนผ่าวของลูกชายเดินนำหน้าเข้าไปในโรงพยาบาลที่ครอบครัวมาใช้บริการเป็นประจำ  ผู้อำนวยการของที่นี่เป็นคนเก่าแก่ที่รู้จักกันมานานและเชื่อในฝีมือการรักษาได้  พนักงานต้อนรับแจ้งว่าท่านผู้อำนวยการคนนี้จะมาดูแลอาการด้วยตนเอง  ให้ทั้งสองนั่งรอสักครู่

 

ดงเฮยังคงนั่งชิดติดบิดาไม่ห่าง  แขนเล็กกอดคล้องแขนของดงฮวานแน่นเหมือนไม่ต้องการให้ห่างไปไหน  ชายในวัยกลางคนหัวเราะในลำคอเบาๆพร้อมทั้งลูบหัวเด็กน้อยในสายตาของเขาด้วยความอ่อนโยน

 

"ถ้าคุณลุงมาตรวจ  ดงเฮอย่างอแงนะลูก  พ่อจะไปธุระหน่อยตรงนี้สักหน่อย  ถ้าดงเฮเสร็จก่อนก็รอพ่อที่นี่นะ"

 

ดงเฮพยักหน้าตอบรับพร้อมรับจูบที่หน้าผาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากระเบียงทางเดินวนวงกลมของชั้นพักของแพทย์ประจำโรงพยาบาล  จะมองเห็นพื้นที่ส่วนรับรองและส่วนวีไอพีด้านล่างได้อย่างชัดเจน  ชายหนุ่มผิวเข้มผู้สลัดคราบสีดำสนิททิ้งจนหมดสิ้นจึงกอดอกทอดสายตามองอย่างใจเย็น

 

อาชีพแพทย์ในชุดสีขาวสะอาดดูขัดกับภาพลักษณ์หนุ่มขวางโลกของเขา  เพื่อนนักเรียนแพทย์รุ่นเดียวกันที่สนิทกันมักพูดเสมอว่าเขาน่าจะเลือกมาผิดทาง  เปลือกนอกนั้น  หนาบางเพียงไรใครจะรู้

 

 

"คิบอม"

 

 

เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้ผู้ถูกเรียกกระตุกยิ้มมุมปาก  เสียงของคุณอาดงฮวานในความทรงจำของเขาไม่ได้แก่ขนาดนี้  เวลานั้นช่างโหดร้าย  จึงได้พรากทุกอย่างให้เปลี่ยนแปลงไป

 

 

"คุณอาดงฮวาน" 

 

 

คิบอมยืดตัวขึ้นตรงแล้วหันมาสบตากับดงฮวานด้วยท่าทีที่ไม่แปลกใจนัก  จะว่าไปเขาก็รู้อยู่แล้วว่าดงฮวานจะต้องมาหาเขาในเร็ววันอย่างแน่นอน  ผู้ทรงอิทธิพลขนาดนี้จะไม่รู้ความเคลื่อนไหวรอบตัวเลยก็แปลก

 

 

"ไม่เจอกันนานเท่าไหร่แล้วนะ"

 

 

ชายผู้มีอายุมากกว่าเดินเข้าไปใกล้ระเบียง  สองแขนที่ยังเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเท้าที่ราวระเบียงและทอดสายตามองจากจุดนั้น 

 

"ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่เท่านั้น  แต่เธอก็กลายเป็นหมอไปเสียแล้ว"

 

คิบอมหัวเราะเบาๆ  พิงหลังกับราวระเบียงนั้นด้วย  "เป็นหมอก็จริง  แต่นิสัยไม่ค่อยจะดีนักหรอกนะครับ"

 

ดงฮวานมองเข้าไปในแววตาหลานชายเหมือนล่วงรู้อะไรมากกว่านั้น

 

"หึ  เธอน่ะเหรอ"

 

ชายหนุ่มยกยิ้มอีกครั้งเมื่อมั่นใจว่าดงฮวานคงไม่เชื่อถือนัก

 

"ว่าแต่น้องเป็นอะไรไป  ไม่ให้ผมลองตรวจดูบ้างล่ะครับ"

 

"เป็นไข้  ตัวร้อนเสียจนแก้มแดงไปหมด"

 

 

สายตาของทั้งสองจ้องมองไปยังจุดเดียวกันเบื้องล่าง  ผู้อำนวยการของโรงพยาบาลในร่างท้วมใส่ชุดกาวน์ยาวสีขาวเดินนำหน้าเด็กหนุ่มที่มีผิวขาวออกมาจากห้องตรวจ  พื้นที่ในส่วนวีไปพีไม่มีใครนอกจากลูกน้องของดงฮวานที่ทิ้งเอาไว้ที่นั่นเพียงสองสามคน  ดงเฮหันรีหันขวางก่อนจะนั่งลงบนโซฟาตามที่ผู้เป็นพ่อได้กำชับเอาไว้

 

 

"เรื่องเก่าๆน่ะ  ลืมมันไปซะเถอะนะ"

 

 

เสียงเครือของดงฮวานนั้นบางเบาแต่แฝงความหนักแน่น  ไม่แพ้แววตาของคิบอมที่มองร่างเล็กนั้นแน่นิ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป T ^ T

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์นะคะ ^^  รวมทั้งทุกการเยี่ยมเยียนด้วย ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สารภาพว่ายังไม่ได้อ่านเพราะตาน้องจะปิดแล้ว อยากเข้ามาตอบก่อนอน

ไม่เป็นไรค่ะพี่อีสเรายังมีโอกาศกันอีกเยอะจริงๆๆแหละ

ถ้าคอนครั้งนี้มีโอกาศไปได้เราคงได้เจอกันน่ะค่ะ แอนไปสองวันเลยค่ะ

ไว้พรุ้งนี้มีแรงจะกลับมาอ่านพร้อม เม้นให้น่ะค่ะ

#1 By kihae13 on 2009-09-24 23:16

ยังไม่ค่อยเคลียร์อ่ะเง้อออออออออ

สงสารฮยอกแจ-*-

ดงฮวานสั่งให้คิบอมลืมอะไร...

บอมเป็นพี่ทงเฮ?

แง่งๆๆไรเตอร์มันไม่เคลียร์555+มันค้างๆ

รีบๆมาต่อนคะเป็นกำลังใจให้ค่ะ

#2 By KiissHy on 2009-09-25 02:32

แอร๊ยยย สับสนไม่รู้อะไรเป็นอะไร แต่โคตะระจะน่าติดตามอ่ะ เพราะไอ้อยากรู้ว่าอะไรเป็นอะไรนี้เเหละ เดานะ ขอเดาๆ เดาจริงๆ อิคิบอมนี้ต้องเคยเป็นผู้ถูกเลือกมาก่อนแน่ๆ อ่ะ แต่อิซีวอนมาแทน แล้วมันต้องมีอะไรขีดขวางใจอะไรกันมั้งอ่ะ อ่านๆ มานี้ ที่กระจ่างอย่างเดียวคือฮยอกชอบวอน และวอนบางทีอาจจะชอบฮยอก(มั้ง) แค่นั้นเเหละ 5555 วู้ยย อยากจิบร้า เพราะชอบเรื่องนี้มากเหอๆ สนุก ภาษาสวยงามอย่างแร๊งงง มาต่ออีกเร็วๆ น่าคะ เห็นมาต่อตอนนี้ฮุก รีบคลิกเข้ามาอย่างว่องอ่ะ ดีใจมากมายเหลือล้นจะรับทาน

ตอนหน้าขอเร็วๆ ได้ม้า อ่ะว๊อนอย่างแรง มันหนุกจริงๆ มิไม่ได้อินิยาย ชอบมากๆ ด๊องคาแร๊กเตอร์น่ารักน่ากอด ยิ่งตอนนั่งกอดพ่อนี้แหม ภาพมาเป็นฉากๆ น่ารักน่าทะนุถนอมสุดใจ ชอบมาก คิบอมเป็นหมอ หรือ เท่ดีจัง อ๊ากกก อยากอ่านจิลงเเดงไหมนี้

ขอบคุณที่แต่งเรื่องดี ๆ อย่างนี้ให้อ่านน่าจ๊ะ ไรท์เตอร์สุดสวย

#3 By bee-nezaa on 2009-09-25 17:04

แอร๊ย อะไรกันนี่ ท่าทางเรื่องนี้ ปมจะเยอะและ เศร้า ฮืออออออออ

บอมต้องลืมอะไร ??? อยากรู้ม๊ากกกกกกก
ทงเฮอ่า ไม่ได้ชอบวอนใช่ป่ะลูก หึ๊

#4 By ninanani : DH on 2009-09-26 20:42

อยากรู้เรื่องเก่าๆของบอมกะด๊อง -[]-
สองคนนี้ต้องมีอะไรแน่ๆเลย
บอมเป็นหลานของพ่อด๊องหรอ ?

แล้วผู้ที่ถูกเลือก ??

สงสารฮยอกอ่ะ ..
ชอบวอน แต่วอนเลือกที่จะเคียงข้างหมวย TT

ปมเยอะแบบนี้อ่ะ สนุก !

สู้ๆฮับไรเตอร์ big smile

#5 By I'm Kim_JeeYun on 2009-09-30 16:41

ฮยอกกับวอนรักกันแน่นอน

และหมวยก็รู้แต่เหมือนเพราะพ่อหมวย

ทำให้เรื่องมันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

กับความสัมพันธ์ของ3คน

ส่วนบอมหมวยสองคนนี้ต้องเคยมีเบื้องหลังมาก่อนแน่

ตกลงบอมเป็นหมอแล้วหมวยป่วยเป็นอะไร

ดูเหมือนชีวิตหมวยจะมีปริศนามากมายให้รอลุ้น

#6 By KoBRiin (124.121.240.223) on 2009-10-07 14:47