Fic KiHae : Oblivion รักเลือนของคุณชายวายร้าย [3]
posted on 02 Oct 2009 02:03 by easesupsnerv in Oblivion
Fic KiHae : Oblivion รักเลือนของคุณชายวายร้าย
ตอนที่ 3
ที่นี่มีแต่ Boy's Love นะคะ ถ้าไม่ใช่แนว กดปิดเลยค่ะ ^^
Writer : ease supsnerv
"คุณอาไม่ต้องห่วงหรอกครับ คนคนนั้นน่ะเขาไม่อยู่ให้ผมจดจำได้อีกแล้ว"
มันควรจะต้องมีความสุขสินะ อิสระเสรีของหนุ่มรักสนุก ชีวิตที่ปราศจากพันธะ ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังอีกต่อไป
ชายหนุ่มกระแทกแก้วใสลงบนโต๊ะดังๆเพื่อระบาย อารมณ์หงุดหงิด หลังจากน้ำสีอำพันละลายหายไปกับริมฝีปากเหยียดตรงด้วยความขุ่นเคือง กลิ่นบุหรี่คละคลุ้งตามรอบการสูบที่ผันตามความเครียดที่ค่อยก่อตัวในใจ
"เป็นอะไรของนายวะหะ ทั้งดื่มทั้งสูบ แกเป็นหมอแน่ป่ะเนี่ย"
ฮีชอลร้องถามเสียงแหลมด้วยความงุนงง ท่าทางผิดปกติของญาติผู้น้องคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาแรมปีดูผิดเพี้ยนกับภาพ ลักษณ์ของคุณหมอหนุ่มไฟแรงโดยสิ้นเชิง คิบอมทิ้งตัวแรงๆกับโซฟาโซนวีไอพีของผับชื่อดัง สายตาเสหลบกับใบหน้าสวยที่จ้องมองอย่างเอาเรื่อง จึงเผลอตวัดเหลือบมองไปยังโต๊ะวีไอพีที่อยู่ห่างไปอีกฟากของร้านด้วยความ คุ้นชินทั้งที่ไม่ต้องการเลยสักนิด มือเรียวที่ประคองบุหรี่เอาไว้หลวมๆจึงต้องยิ่งเร่งให้เกิดการเผาไหม้ ผ่านมวนบุหรี่ไปยังปากเพื่อเปลี่ยนเป็นควันสีจางปกคลุมความคิดให้ยิ่งขุ่น มัว
เสียงเพลง แสงสลัว รูปร่างน่ามอง รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เหล้า บุหรี่ ทำไม...มันหงุดหงิดขนาดนี้
"ไม่คุยกับนายแล้ว!! ไอ้บ้า ทำหน้ายักษ์อยู่ได้"
"จะไปไหนล่ะ"
ถึงคิบอมจะเอ่ยท้วงแต่ก็สายไปเสียแล้ว ในเมื่อคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายห่างๆอายุไล่เลี่ยกันคนนั้นก็หายลับไปกับจังหวะยักย้ายร่างกายของผู้คนขวักไขว่
"สนุกนักรึไงวะ เต้นกันอยู่ได้"
สบถออกมาเบาๆให้เพียงตนเองเท่านั้นได้ยิน
กว่าฮีชอลเดินหลบผู้คนเบียดเสียดออกมาได้ก็แทบแย่ ขึ้นชื่อว่านักเที่ยวก็ยิ่งมือไวใจเร็ว นึกอยากจะคว้า จะจับ จะกอด ก็ทำกันง่ายๆทั้งชายหญิง ไม่ใช่ว่ารังเกียจขยะแขยง แต่มันไม่มีอารมณ์จะเล่นเสียมากกว่า
พื้นที่ที่ถูกจัดเป็นมุมโล่งๆหลบเสียงอึกทึก จุดมุ่งหมายคือใช้เป็นสำหรับโทรศัพท์ แต่กลับถูกจับจองแทนด้วยคู่รักจนใบหน้าขาวต้องก้มงุดด้วยความเกรงใจ ฮีชอลคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดออกเพื่อโทรหาเพื่อนอีกคน
"อยู่ไหนของนายวะ รีบมาเร็วๆ"
"ทำไมล่ะ" ปลายสายตอบเสียงเรียบทำให้ฮีชอลอยากระเบิดใส่อารมณ์ยิ่งนัก
"ก็ไอ้พวกเด็กๆแกเนี่ย! มานั่งสลอนกันอยู่ในร้านเนี่ย"
"ร้านอะไร"
"โว๊ยยยย!!! นี่ลืมหรือไงว่าฉันนัดแกที่ไหน!! 8th Heaven ของไอ้คังอินมันไง!!!"
"เชี่ย! แล้วใครพาพวกมันไปวะ!!" ฮีชอลกลอกดวงตาคู่สวยไปมา นึกไม่ผิดว่าเพื่อนเขาคนนี้จะแสดงอารมณ์ได้ก็เมื่อพูดถึงเรื่องน้องชายมันเท่านั้น
"ไม่รู้โว๊ย แต่ที่แย่คือซีวอนมันมาด้วย"
"ชิบ!! นายไปดูๆเอาไว้ก่อน อย่าให้มันเพ่นพ่านล่ะ เดี๋ยวฉันรีบไป"
"ได้ที่ไหนเล่า เอ๊า!! ยังพูดไม่จบเลยอิทึก!!!"
ฮีชอลหัวเสียใส่โทรศัพท์ แต่มันก็เท่านั้นเมื่ออีกฝ่ายตัดส่ายไปหน้าตาเฉย และเมื่อรู้ตัวอีกที เขาก็ต้องหัวเราะแหะๆทั้งก้มหัวขอโทษไปพลาง เมื่อเสียงที่โวยวายเมื่อครู่นั้นไปรบกวนคนครอบครองพื้นที่เอาไว้ก่อนเข้า
ดงเฮรู้สึกว่าจิตใจไม่อาจสงบได้ดังเดิม ความอึดอัดในอากาศทำให้เขารู้สึกแปลกๆอย่างไม่ทราบสาเหตุ แม้อาการป่วยจะทุเลาลงไปมากจนหลงเหลือแค่ไข้ต่ำๆในบางช่วงเวลา แต่ก็ไม่อาจสดชื่นได้มากเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม คุณหนูดงเฮก็ดื้อดึงกว่าใครในยามที่คิดจะเที่ยวเล่น
หลังจากคุณดงฮวานไปต่างประเทศ ดงเฮก็กลับเข้าสู่สภาวะเดิมๆ ด้วยการชักชวนของน้องชายเจ้าของผับ เขาจึงตัดสินใจจะมาดูด้วยตาสักครั้งว่าที่นี่จะสวยน่าเที่ยวสมคำร่ำลือจริง หรือไม่ จากที่ปฏิเสธมาหลายสิบหนเพราะไม่ต้องการให้เกิดเรื่อง แต่คราวนี้สุดวิสัย ดงเฮเลี่ยงไม่ได้จึงต้องมา ครั้นพอซีวอนและฮยอกแจรู้ ก็ยืนยันเสียงแข็งว่าเขาจะมาคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด ระดับความปลอดภัยจึงยิ่งลดลงเมื่อมีคนที่ตั้งท่าเป็นบอดี้การ์ดในพื้นที่ที่ ตนเองไม่ได้มีสิทธิควบคุม
แผ่นหลังผอมบางที่พิงราบกับโซฟาค่อยเอนออกแนบกายร่างหนาที่นั่งข้างๆ ดงเฮชินชากับการถูกจ้องมองเสมือนเป็นบุคคลพิเศษ แต่ในสถานที่เช่นนี้ การเป็นจุดเด่นนั้นไม่เหมาะสมสักนิด
ซีวอนยกแขนขึ้นเพื่อโอบบ่าดงเฮเข้ามาแนบชิดมากขึ้น ลมหายใจที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ถ่ายทอดความอุ่นร้อนอยู่ที่มุมปากบาง
"เมาแล้ว??"
ดงเฮส่ายหน้าตอบทั้งที่ริมฝีปากของซีวอนยัง ไม่ห่างจากแก้มใสของตนเอง ปล่อยกายปล่อยใจให้ถูกโอบอุ้ม โดยไม่จำเป็นต้องหวังพึ่งคาลาสโซ่สีฟ้าใสที่ถูกเจือจางในแก้ว ความรู้สึกที่ถูกปั่นกวนจนตะกอนฟุ้งขึ้นคละคลุ้ง ไม่อาจบอกได้ว่าคืออะไร
ระหว่างดงเฮกับซีวอน มันคือความผูกพันที่ยุ่งเหยิง ก่อตัวขึ้นจากพันธะที่ถูกสร้าง แต่ดำเนินตามความสนิทสนมที่จริงใจ
อ้อมกอด จูบ หรือมือที่จับกันนั้นสนิทใจ แต่ความรัก...หมายความว่าอะไร
"เดี๋ยวมานะ"
ฮยอกแจเอ่ยเสียงเบาขณะลุกขึ้นหวังจะออกไปยืดเส้นยืดสายบนฟลอร์กับเขาบ้าง หลังจากนั่งนิ่งกับแก้วเหล้าไม่พูดจามาพักใหญ่
"ไม่เอาน่าฮยอกแจ คนเยอะแยะ" ซีวอนเงยหน้าขึ้นมองร้องถาม
"มาเที่ยวผับก็ต้องไปเต้น" ฮยอกแจพูดพร้อมยิ้มบางเบา ตบต้นแขนของซีวอนเบาๆเพื่อบอกว่าเขาไม่เป็นไร แล้วหันไปยักคิ้วกวนๆเชิญชวนน้องชายให้ลุกตามมา ดงเฮยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงแล้วส่ายหน้า ฮยอกแจจึงพาร่างถลาเข้าไปกลางกลุ่มคนในฟลอร์
ซีวอนมองตามไม่วางตา
"ตามไปดูสิ"
เสียงใสของดงเฮเอ่ยขึ้นทำให้ร่างสูงต้องหันมอง แววตาของดงเฮยังเรียบเฉยปราศจากความรู้สึกใดๆ
"ตามไปเถอะ"
ร่างเล็กย้ำอีกครั้ง ซีวอนเลยนึกไปว่าดงเฮอาจจะกังวลกับสถานที่นี้ก็ได้ จึงอยากให้เขาตามไปดูฮยอกแจ แต่ถ้าไป ดงเฮก็ต้องอยู่ลำพังคนเดียว
"นั่งตรงนี้ ไม่มีอะไรหรอก แต่ฮยอกแจน่ะ ต้องไปอยู่กลางคนตั้งเยอะ"
"งั้นเดี๋ยวฉันรีบมา"
พูดจบ ซีวอนก็รีบลุกไป ดงเฮมองตามไหล่กว้างๆแหวกผู้คน ไม่แปลกนักที่หนุ่มสาวมองกันจนเหลียวหลัง ก็ซีวอนน่ะดูดีอย่างกับเทพบุตร
ดงเฮถอนใจเบาๆ มือเรียวคว้าแก้วเหล้าสีฟ้าสดใสขึ้นมาดื่มอึกเดียวจนหมด แล้วรีบลุกขึ้นพร้อมหยิบโทรศัพท์ตนเองออกมาต่อสาย
ไม่เจอที่เหมาะๆสักที ฮยอกแจจึงหันซ้ายหันขวาอยู่อย่างนั้น
"พี่ฮยอกแจ"
เสียงใสดังขึ้นที่เบื้องหลัง ฮยอกแจรีบหันไปมองและพบกับเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าสวยสะอาดหมดจด
"แทมิน"
คนถูกเรียกชื่อยิ้มหวานแล้วเดินเข้ามาใกล้ แทมินเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนที่โด่งดังมากทีเดียว บุคลิกอ่อนหวานน่ารักใสซื่อ จึงทำให้เป็นที่หมายปอง ฮยอกแจรู้จักน้องคนนี้ก็เพราะเคยเดินชนกันที่มุมตึกเรียนจนแทมินล้มลงไปกองกับพื้น
เขาก็คิดอยู่แล้วว่าแทมินคงไม่ได้เรียบร้อย อะไรนักหรอก เพราะปกติ นักเรียนทั่วไปถ้าเดินเฉียดเข้ามาก็แทบจะก้มกราบเขาแล้ว นี่มีอย่างที่ไหน ยิ้มเก้อๆแล้วยื่นมือให้ฮยอกแจช่วยดึงตัวเองขึ้นมาอีกด้วยซ้ำ ขนาดดงเฮที่ว่าไม่สนใจใครยังต้องยอมคุยด้วยเลย
ถ้าไม่ใช่แอบแรงอย่างที่คิด ก็ต้องเป็นพวกซื่อสุดๆ
"มายังไงน่ะ เที่ยวเป็นด้วยเหรอ"
แทมินยิ้มแล้วเอียงใบหน้าที่ปั้นอารมณ์แสนงอนน่ารักให้ "พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง เห็นผมเป็นเด็กใสซื่อเหรอครับ"
ฮยอกแจหัวเราะ อดเอ็นดูไม่ได้จึงต้องขยี้ผมรุ่นน้องเล่นเบามือ "ใช่ แทมินผู้ไร้เดียงสา"
"โหย อะไรอ่ะ" มือเล็กปัดป่ายมือของฮยอกแจออกจากผมตนเอง ก่อนจะขยับเข้าใกล้ ถือโอกาสคล้องแขนเสียเลย "ไปเต้นกับผมเลย"
"เฮ้ย" รุ่นพี่ขืนตัว
"ทำไม พี่มากับใครเหรอ"
ฮยอกแจหยุดมองดวงตาใสแป๋วคู่นั้น ภาพใบหน้าของซีวอนแว่บเข้ามาในหัว เขาจึงยอมปล่อยให้แทมินลากตัวไปง่ายดาย
ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ แทมินพาเขาเดินเข้าออกตรงโน้นตรงนี้เหมือนคุ้นเคยกับร้านนี้เอามากๆ จนไปเจอเอามุมดีที่คนไม่เยอะมากแต่ก็มองเห็นได้ทั่วร้าน
ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่านั้น คือแทมิน เต้นเก่งน่าดู!!
สเต็ปพื้นฐาน จังหวะ การเคลื่อนไหวร่างกาย มันดูน่ามองไปหมด เรียกว่าละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ หนุ่มๆแถวนั้นมองกันเป็นตาเดียว แต่แปลก ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่มย่ามสักคน ปกติแล้วเด็กน้อยแบบนี้ไม่น่าจะรอดไปแบบผุดผ่องได้ขนาดนี้
"เต้นสิ พี่ฮยอกแจ ให้ผมเต้นอยู่คนเดียวได้ไงเล่า"
พอเห็นรุ่นพี่ยืนนิ่ง แทมินก็ออกอาการ
"ให้พี่เต้นจริงเหรอ ถ้าพี่เต้นแล้วแทมินตกกระป๋องเลยนะ" ฮยอกแจแกล้งพูดพร้อมส่งสายตานำให้แทมินมองไปยังผู้คนรอบตัวที่มองมาที่ตัว เขาดั่งเป็นจุดศุนย์กลาง รุ่นน้องใสซื่อก็ยิ้มกว้าง พยักหน้าหงึกหงัก
ฮยอกแจส่ายหน้าอีกรอบ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว คนมีฝีมือก็ควรจะออกลีลาบ้าง
สายตาที่มองแทมินในตอนแรก เริ่มเบนเปลี่ยนทิศเมื่อเด็กหนุ่มอีกคนเริ่มวาดลวดลาย ฮยอกแจไม่ใช่คนที่มีใบหน้าหวานสวยแบบดงเฮหรือแทมิน แต่ผิวขาว แววตาจริงใจ และริมฝีปากอิ่มสีสดนั่นต่างหากที่ดึงดูดหัวใจให้เต้นเร่ายามที่เผลอจ้องมอง กระทั่งรุ่นน้องที่เป็นคนชักชวนยังอดตบมือชื่นชมไม่ได้
ทำนองเร็วเร่งเร้า ร่างกายก็ยักย้ายติดตาม จนจังหวะนั้นค่อยเชื่องช้าและจบลง ฮยอกแจก็หยุดหันมามองรุ่นน้องที่ยังยิ้มกว้างไม่เปลี่ยนแปลง
"กะแล้วว่าพี่ฮยอกแจต้องเต้นเก่ง" แทมินตบมือเปาะแปะ แล้วก้าวเข้ามาคล้องแขนฮยอกแจเข้าไว้แนบตัวอีกครั้ง แสงไฟที่วิบวับเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นแสงนิ่งที่ทอดตัวตามจังหวะช้าของดนตรี
พร้อมกันกับที่แขนของแทมินอีกข้างถูกกระชากดึงออกห่างรวดเร็ว ในขณะที่ฮยอกแจถูกผลักกระเด็นไปอีกทาง
"โอ๊ย!!" แทมินร้องคราง "พี่จงฮยอน!!"
เจ้าของชื่อจงฮยอน ผู้นี้มีใบหน้าชวนมอง ดวงตาคมเข้มที่ฉายแววของความเด็ดเดี่ยวและโทสะไม่กลัวใครโดดล้ำความหล่อเหลาราวคุณชายจากครอบครัวผู้มีเงิน
"พี่จำได้ว่าเป็นคนพาเรามาไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมเธอถึงได้มาอยู่กับใครคนอื่นแบบนี้ได้"
จงฮยอนถามทั้งที่สายตาวาวไม่ละไปจากฮยอกแจ เลย ฮยอกแจเองที่พยุงตัวให้ย้อนกลับมายังคนต้นเหตุก็ใช่ว่าจะเกรงกลัว เขาก็ตอบสายตานั้นด้วยแววตาท้าทายไม่ยอมแพ้
"อะไรเล่า! นี่พี่เขาเป็นรุ่นพี่ผมที่โรงเรียนก็เลยชวนมาเต้นด้วยกันเท่านั้น" แทมินตอบขณะพยายามบิดมือของตัวเองออกจากการเกาะกุมให้ได้ "ปล่อยซะทีสิ ผมเจ็บนะ! แล้วห้ามมีเรื่องกับรุ่นพี่ผมด้วย!"
จงฮยอนสะบัดสายตามองคนตัวเล็กกว่าอย่างหงุด หงิด เขายอมปล่อยมือจากแทมินแต่ก็ไม่วายส่งสายตาดุๆให้ ซึ่งร่างเล็กก็ตอบแทนด้วยใบหน้าค้อน จงฮยอนไม่ได้อยากทำให้แทมินโกรธ ในเมื่อยืนยัน เขาก็จะเชื่อคำพูดของแทมิน
"งั้นก็แล้วไป หมดเรื่องแล้วก็กลับไปที่โต๊ะกับพี่เสียที"
ฮยอกแจมองด้วยอารมณ์เคืองขุ่น ท่าทางไร้มารยาทไม่รู้จักขอโทษนั่นทำให้เขาอยากกระชากคอเสื้อมาซัดให้หงาย แต่ติดเรื่องสถานที่ที่ไม่ควรจะแสดงตัวนี่เท่านั้น เขาจึงต้องยั้งอารมณ์
เขามองสายตารุ่นน้องที่เอี้ยวมองเขาด้วยท่า ทางสำนึกผิดกับจงฮยอนนั่นที่เอามือโอบเแทมินให้เข้ามาใกล้ เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ทั้งสองก็ถูกกั้นด้วยร่างหนาๆของใครคนหนึ่งที่ก้าวออกมาเมื่อใดก็ไม่ทราบ
จงฮยอนมองหน้าชายที่บังอาจมายืนขวางหน้าเขา แต่ใบหน้านั้นกลับยิ่งทำให้ต้องหงุดหงิด
"นายกล้าดียังไงถึงได้มาเหยียบที่นี่ ชเว ซีวอน"
"ฉันต้องถามนายมากกว่า ว่ากล้าดียังไงถึงได้มาแตะคนของฉัน"
ฮยอกแจเข้าในสถานการณ์ในทันใด ว่าเพราะอะไร แทมินผู้น่ารักจึงเดินกรีดกรายในร้านได้โดยไม่มีใครคิดยุ่มย่าม
หลังวางสาย ดงเฮก็หลบไปอยู่ในห้องน้ำโซนวีไอพีตามคำนัดแนะของน้องชายเจ้าของผับผู้เชิญชวนให้เขามา เขารู้สึกมึนนิดหน่อยจึงยกตัวขึ้นไปนั่งบนแท่นอ่างล้างหน้าที่ก่อขึ้นจากหินขัดมันวาวสีดำปลาบ แผ่นหลังสัมผัสกระจกเย็นๆ เงยหน้าขึ้นอย่างเหน็ดเหนื่อย
ประตูห้องน้ำเปิดออกแต่ก็ไม่ได้สร้างความตกใจให้แม้สักนิด ดงเฮรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร
"ซองมิน"
เรียกทั้งที่ดวงตายังหลับพริ้ม แต่ก็พอทำให้ผู้มาเยือนส่งเสียงหัวเราะเบาๆ
"เมาแล้วหรือไง คุณหนูดงเฮ"
ได้ผล การยั่วเย้าของซองมินทำให้ดงเฮลืมตาพรึ่บมามอง
"โอ๋ๆๆ อย่าเพิ่งโกรธน่า" ร่างอวบเดินเข้ามาใกล้ มือเล็กเขย่าไปมาเหมือนตั้งท่าง้อเด็กเล็กๆ ดงเฮใช้ฝ่ามือตัวเองไล่ตบเพื่อให้ซองมินเลิกแหย่ตนเองเสียที
"เลิกเล่นได้แล้ว บอกเรื่องที่ฉันอยากรู้มาเสียที"
ซองมินขมวดคิ้วแล้วยู่ริมฝีปาก "ดูสิ เพื่อนมันเห็นฉันเป็นแค่คลังข้อมูล ไม่นึกทักทายถามไถ่อะไรเลย ไม่ได้เจอหน้ากันมาตั้งนาน"
ดงเฮหรี่สายตาลงมองท่าทางเจ้าเล่ห์ร้อยมารยา ของเพื่อนตนเองคนนี้ แต่ก็ไม่จะคิดขัดเสียตั้งแต่ต้น ด้วยรู้ดีว่าคงมีเรื่องให้ขัดอีกหลายอย่าง
"อยากจะรู้น่ะ มีอะไรแลกเปลี่ยนป่ะหล่ะ"
นั่นไง
"ก็ฉันมาถึงนี่ก็เพราะนายบอกไม่ใช่หรือไง ให้มาโผล่หน้าข้ามถิ่นคิดอยากให้ฉันถูกพี่นายฆ่าเหรอ"
ซองมินหัวเราะคิกคัก ก่อนจะปีนตัวเองขึ้นไปนั่งข้างดงเฮ
ที่ดงเฮพูดว่าข้ามถิ่น ก็หมายถึงพื้นที่รับผิดชอบแบบที่ดูกันตามหนังเจ้าพ่อทั่วไป บ้านของดงเฮที่บอกว่ามีธุรกิจมากมายนั้นความจริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับ อิทธิพลเจ้าพ่อนั่นแหละ เพียงแต่ดงวานพยายามที่จะให้มันขาวสะอาด จึงหันเปลี่ยนมือไปทำธุรกิจอย่างอื่นบ้าง แต่การทิ้งพื้นที่และลอยแพคนในความดูแลก็ดูจะเกินหน้าของตระกูลใหญ่พึงทำ ธรรมเนียมครอบครัวจึงยังต้องถือปฏิบัติ
ซึ่งนั่นรวมถึง ความบาดหมางที่มีต่อบ้านของซองมิน อีกหนึ่งตระกูลเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ควบคุมดูแลพื้นที่ในอีกฝั่งของเมือง ซึ่งก็รวมถึง 8th Heaven ผับที่ดงเฮกำลังยืนอยู่นี่ด้วย มันถึงไม่ดีนักที่จะลอยหน้าให้ใครได้รู้ว่าทายาทของศัตรูกำลังเหยียบหน้าด้วยการข้ามเขตเข้ามาท้าทาย
หากดงวานเป็นเหมือนพญาอินทรีที่สุขุมและเยือกเย็นยามจ้องมองเหยื่ออันเปรียบเหมือนเศษธุลีไร้ค่า ประมุขของครอบครัวซองมิน หรือก็คือพ่อของเขานั้น ก็เปรียบเหมือนสิงห์ที่ดุดัน กระโจนเข้าตะครุบเหยื่ออย่างโหดร้ายด้วยท่าทีหยิ่งทะนง
แม้ถูกสั่งห้ามเด็ดขาด แต่ดงเฮก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลบไปรู้จักซองมินได้อย่างไร อยู่ก็คนละโรงเรียน พี่ชายต่างก็หวงไม่แพ้กันเสียด้วย
"บอกได้หรือยังล่ะ"
ดงเฮรบเร้า ซองมินจึงหันมามองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่มันแฝงแววตาซุกซนเสียจนดงเฮอ่อนใจ
"เรื่องนายคนนั้นใช่ไหม อืมมม..." ดงเฮมองไม่กระพริบ ท่าทีกวนอารมณ์ทำให้อยากจะบีบคอเค้นให้หมดเรื่องแต่ก็ทำไม่ได้ "ฉันสืบแล้วหล่ะ ไม่มีข้อมูลเลยสักกะติ๊ด"
"หมายความว่าไงหะ! ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเนี่ยนะ!"
นานทีดงเฮจะโวยวายเสียงดังขึ้นมาได้ขนาดนี้ ซองมินทำตาโตหันไปมองใบหน้าเพื่อนเหมือนอยากจะบันทึกเหตุการณ์สำคัญในรอบปี
"อย่าเพิ่งโมโหซี ฉันพยายามแล้วนะ" ซองมินพูดเสียงอ่อน "ก็ประวัตินายคนนี้น่ะแทบหาไม่ได้เลย นอกจากรู้ว่าเรียนจบหมอจากอเมริกาเท่านั้น"
"หมอ!"
"เออสิ หมอ หล่อด้วย" ร่างอวบหัวเราะชอบใจ ผิดกับเพื่อนร่างบางที่ทำหน้าไม่เห็นด้วยนัก "แต่ว่านะดงเฮ ฉันคิดว่ามันแปลกพิลึกเลย ประวัตินายหมอคนนี้น่ะ อย่างกับว่าถูกทำให้หายไปงั้นแหละ ขนาดระดับฉัน ข้อมูลจิ๊บจ๊อยแค่นี้ยังควานอะไรไม่เจอเลย"
แล้วมันเพราะอะไรกันล่ะ ดงเฮคิด
"ว่าแต่นายเถอะ เรื่องสืบข้อมูลคนแค่นี้ถึงกับต้องวานฉันเลยหรือไง"
ยังไม่ทันที่ดงเฮจะได้ตอบคำถามนั้น ประตูห้องน้ำก็เปิดออกเสียก่อน ชายร่างหนาคนหนึ่งก้าวเข้ามาและรีบแจ้งข้อมูลกับนายน้อยของเขาโดยไว
"คุณซองมินครับ คุณจงฮยอนมีเรื่องอยู่ด้านนอกกับพวก..." ชายคนนั้นไม่พูด แต่สายตามที่มองมายังดงเฮก็พอจะทำให้รู้ถึงความหมาย "ที่แย่กว่านั้นคือ คุณคังอินกำลังจะมาถึงที่นี่แล้วด้วยครับ"
"เฮ้ย!!" ซองมินกระโดดลงมายืนด้วยความรวดเร็ว พอๆกับที่ดงเฮขยับนำหน้าวิ่งออกนอกห้องน้ำไปทันที
"อิทึก"
คิบอมร้องเรียกเมื่อเห็นอิทึกยืนหันรีหันขวาง แต่พอร่างผอมบางหันมาเห็นว่าใครเป็นคนเรียกชื่อ เขาก็เลิกตาขึ้นมามองให้ชัดๆ
"นาย!! มาได้ไงวะ!!"
คิบอมหรี่ดวงตาลงอย่างหงุดหงิด เขาทำอะไรผิดหนักหนาถึงต้องทำท่าไม่น่าเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่บนโลก
"แล้วฮีชอลล่ะ!!" ไม่มีเวลาจะมาไล่เรียง อิทึกเริ่มถามถึงคนที่น่าจะรู้ที่อยู่ของน้องตนเอง
"ไม่รู้"
อิทึกมองหน้าคนที่ตอบคำถามเขานิ่งๆ พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมฮีชอลถึงได้บังคับนักหนาให้เขามาดื่มด้วยให้ได้ในคืนนี้ แล้วก็คงไม่ใช่ฮีชอลอีกด้วยแน่ๆที่คิดจะมาเที่ยวที่ผับนี้
เมื่อไม่คิดว่าจะได้ข้อมูลมากกว่านั้น อิทึกก็หันหลังเพื่อจะตามหาเพื่อนและน้องที่หายไปอยู่ไหนก็ไม่ทราบ แต่ขาเรียวสองข้างก็ต้องหยุดอีกรอบเมื่อคุณหมอผิวเข้มที่นั่งดื่มจนหน้าตึงบอกข้อมูลบางอย่างให้
"น้องนายไปกับไอ้คุณชายคนใหม่ทางโน้น ส่วนคุณหนูที่พวกนายหวงกันยิ่งกว่าอะไรนั่นน่ะ ไปเข้าห้องน้ำตรงโซนวีไอพี"
คิบอมเอ่ยพลางขยับใบหน้าบุ้ยใบ้
งุนงงที่อยู่ๆคิบอมก็พูดขึ้นมาเสียเอง แต่อิทึกก็เอ่ยขอบคุณตามความเคยของปาก "ขอบใจ"
"ถ้าไม่จริงใจไม่ต้องพูดก็ได้"
"นายก็เหมือนกัน ไม่ต้องมายุ่งกับน้องๆของฉัน ฉันดูแลได้"
ก่อนที่จะเกิดสงครามทางสายตา ทั้งสองก็ได้ยินเสียงฮีชอลร้องเรียกขึ้นมาจากอีกทางว่ามีเรื่องเกิดขึ้นเสียแล้ว
ผู้คนยืนล้อมจนเกิดพื้นที่วงกลมตรงกลาง ใครๆก็รู้ดีว่าสองกลุ่มผู้มีอิทธิพลปะทะกันนั้นมันจะดุเดือดเพียงใด
แต่แม้กระทั่งสังเวียนนักสู้ก็ย่อมต้องมีกฎมี มารยาท พื้นที่ใครก็ควรจะต้องยำเกรงกันบ้าง ไม่ใช่ใช้อารมณ์อย่างเดียวจนไม่สนใจอะไร นึกอยากซัดก็ลุยไม่สนใครหน้าไหน
แต่ถึงอย่างนั้น จงฮยอนยังด้อยกว่ามากนักเมื่อเทียบกับซีวอน หมัดหนักๆกระทบที่ใบหน้าจนสะบัดตามแรง ปะปนไปด้วยเสียงเชียร์ระคนกรีดร้อง
แทมินมีน้ำตาคลอในดวงตา กำลังออกแรงดิ้นอย่างหนักเพื่อจะไปช่วยจงฮยอน ในขณะที่ฮยอกแจเองก็ถูกนักเที่ยวที่ล้อมวงอยู่รั้งเอาไว้เช่นกัน ด้วยเกรงว่ามวยคู่เด็ดจะจบลงเร็วเกินไป
จงฮยอนล้มกลิ้งลงไปหลายครั้ง แต่หัวใจนักสู้นั่นช่างน่านับถือเมื่อเขาไม่แม้กระทั่งจะร้องบอกความเจ็บที่เริ่มสร้างร่องรอยบนใบหน้า ยังหยัดสู้เต็มกำลังที่ยังพอมีเหลือ
ซีวอนออกหมัดอีกรอบ ทำให้จงฮยอนลงไปทรุดใกล้กับฝ่าเท้าของชายร่างหนาที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงวงในอย่างง่ายดาย จากการที่เหล่านักเที่ยวหลบหลีกให้ด้วยความกริ่งเกรง ซีวอนยกหลังมือขึ้นเช็ดรอยเลือดจากหมัดที่ตนเองหลบไม่ทันลวกๆ พร้อมสบตามองผู้มาใหม่คนนั้น
ร่างหนาปราศจากรอยยิ้มหรือความปราณีใดๆในแววตา ซีวอนรู้จักเขาดีทีเดียว คนที่เขารังเกียจที่สุด...คังอิน
"ดูสิว่าใครมาเยี่ยมฉันถึงที่ ไอ้เด็กน้อยอวดดีนี่"
น้ำเสียงเหยียดหยามทำให้ซีวอนกัดฟันกรอด สองมือกำหมัดแน่นด้วยโทสะ
"ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นก็ได้ ฉันก็แค่อยากจะมาดูว่านายเล่นกับพวกน้องๆฉันยังไงก็เท่านั้น" คังอินย่อตัวลงดึงแขนของจงฮยอนให้ลุกขึ้นมา มุมปากของเขามีรอยยิ้มขึ้นมาแล้วในคราวนี้ "เอ้า ต่อสิ"
เขาพูด ผลักหลังจงฮยอนให้ก้าวออกไป ด้วยสายตามาดร้ายที่หวังรอคอยอะไรสนุกๆให้เกิดขึ้น
จงฮยอนโถมตัวเข้าใส่อีกรอบ แรงฮึดทำให้เขาเกิดแรงกายขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันก็ไม่อาจล้มอารมณ์โกรธของซีวอนที่กำลังกรุ่นร้อนได้ง่ายๆ ทั้งสองแลกหมัดกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จงฮยอนจะพลาดอีกครั้งจนล้มลงไปกองที่พื้น
แทมินร้องขึ้นมา แต่คังอินกลับส่งเสียงหัวเราะเบาๆ
ซีวอนไม่ถอยหนี เขายังยืนหอบหายใจหนักเพื่อเก็บกำลังตั้งรับ เพียงเสี้ยววินาทีที่เขาเผลอ ฮยอกแจก็ร้องบอกให้เขาระวังเมื่อเห็นว่าคังอินยื่นบางสิ่งใส่มือของจงฮยอน
"ซีวอน!!"
ฮยอกแจดิ้นพล่าน เมื่อขวดเหล้าในมือของจงฮยอนลอยเข้ามาใกล้ ซีวอนหลบได้ทันทำให้คนที่ล้อมวงอยู่ด้านหลังรับลูกหลงจนเลือดอาบ เสียงขวดแก้วที่กระทบร่างและตกแตกกระจายนั้นทำให้หลายคนตกใจ รวมถึงพวกคนที่จับแทมินและฮยอกแจเอาไว้ ทั้งสองจึงถือโอกาสดิ้นจนหลุดแล้วก้าวเข้ามาใกล้
"ซีวอน!! ไปเถอะ!" ฮยอกแจจับแขนซีวอนดึง สถานการณ์แบบนี้มีแต่จะเสียเปรียบเหมือนถูกล่อให้อยู่ในวงล้อม ไหนจะดงเฮอีกคนที่เขาเป็นกังวลว่าจะอยู่ที่ไหน
แต่โชคไม่เข้าข้างมากนัก จงฮยอนที่เหมือนคนขาดสติคว้าเอาขวดเหล้าอีกขวดขึ้นมา พร้อมกับตรงเข้ามาหา แขนแกร่งนั้นชูขวดขึ้นสูงด้วยแรงทั้งหมดที่มี
เหมือนภาพที่ถูกทำให้เคลื่อนที่ช้าลง ฮยอกแจขยับขึ้นหน้าด้วยสัญชาตญาณ ก่อนที่ขวดแก้วจะโดนร่าง ก็ถูกผลักให้หลบไปอีกทาง เสียงแก้วแตกอีกครั้ง แต่คราวนี้เลือดที่ไหลซึมต้นแขนไม่ใช่ของเขาเองหรือคนที่เขาไม่รู้จัก แต่กลับเป็นของน้องชายคนที่ฮยอกแจต้องการจะปกป้องนั่นต่างหาก
สีหน้าของดงเฮที่เข้ามาขวางไว้ยังคงเรียบเฉยไม่แสดงอาการเจ็บปวดกับรอยแผลยาวที่ทำให้เลือดสีแดงไหลหยดเป็นทาง ซ้ำยังซัดหมัดรุ่นๆเข้าที่ใบหน้าของจงฮยอนเข้าเต็มๆ คังอินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้มาใหม่อีกคนนั้นว่าเป็นใคร
คุณหนูดงเฮผู้มีท่าทีบอบบางดั่งดอกไม้ แต่กลับแข็งแกร่งกว่าใครๆ แบบนี้สิถึงจะน่าสนุก
"ดงเฮ!!!" ฮยอกแจร้องเสียงดัง
"พี่คังอิน!! พอได้แล้ว!!" ซองมินเพิ่งมาถึงก็รีบบอกพี่ชายให้หยุด แต่ร่างหนาก็ไม่ได้สนใจฟังด้วยซ้ำเมื่อเห็นของเล่นชิ้นใหม่ที่ได้มาโดยไม่ต้องเปลืองแรง ซองมินคิดอยากโทษตัวเองเหลือเกินที่เลินเล่อนึกสนุกจนเกิดผลพลอยให้เพื่อนต้องบาดเจ็บ
"หยุดก่อนจงฮยอน" เพียงน้ำเสียงแผ่วเบาของคังอิน จงฮยอนก็หยุดท่าทีแล้วยอมฟังคำสั่งอย่างง่ายดาย แทมินโผเข้าไปกอดแขนเขาเอาไว้แน่น ไม่ต้องการที่จะให้คนคนนี้ของเขาต้องออกไปทำอะไรบ้าๆอีก
"พี่คังอิน..." ซองมินเรียก แต่คังอินก็ยกมือขึ้นในเชิงปรามให้น้องชายนิ่งเสีย
"ไม่ใช่แค่ไอ้เด็กวานซืนนั้นเท่านั้น แต่ขนาดคุณดงเฮก็ยังให้เกียรติมาเหยียบถึงที่นี่"
เลือดยังคงไหลไม่หยุด ดงเฮแยกออกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าความเปียกชื้นที่แขนตนเองนั้นเกิดจากเหล้าที่ยังเหลือในขวดหรือว่าเลือดกันแน่ เพียงลมหายใจ มือหนาของคังอินก็เข้ามาบีบคางเล็กเอาไว้แน่น ท่าทีหยิ่งยโสไม่จางหาย เมื่อแววตาของดงเฮไม่สะท้อนความหวาดกลัวแม้แต่นิดเดียว
"เจ็บไหมล่ะ หน้าขาวๆของเธอนี่คงเหมาะกับรอยเลือดน่าดูเลยว่าไหม ไหนๆวันนี้ก็มาถึงนี่ ฉันฝากอะไรไปให้คุณดงฮวานเพิ่มอีกดีไหม"
มือของคังอินอีกข้างบีบเอาไว้ที่ต้นแขนข้าง ที่เลือดยังคงทะลักไม่หยุดจากปากแผลลึก ดงเฮพร้อมจะสู้เสมอ แต่ติดที่ว่าแขนมันชาเสียจนจะหมดแรงลงไปทุกที
"สู้หน่อยสิ ไม่งั้นมันไม่สนุกนะ นานทีปีหน ฉันถึงจะมีโอกาสได้เล่นกับตุ๊กตาแสนงามอย่างเธอ"
มือไม่ขยับอย่างที่ใจคิดเลย ดงเฮเริ่มหัวเสียขึ้นมา
"พอสักทีเถอะ"
เสียงคุ้นหูที่ไม่อาจแยกแยะได้ว่าเป็นของใคร ดงเฮคิดแต่ก็ไม่อาจจะใส่ใจได้เกินกว่าการที่จะต้องหาทางหลุดจากตรงนี้ให้ได้ ชั่วครู่ที่คังอินละสายตาจากเขาเพื่อจะมองเลยไปยังเจ้าของเสียงนั้นที่คงยืนอยู่ด้านหลังดงเฮ ร่างเล็กก็ขยับสู้ แต่เลือดที่ไหลออกมามากทำให้เรี่ยวแรงหายไปเกือบหมด การเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าทำให้ดงเฮถูกจับบิดหัวไหล่ ร่างหันหลังให้คังอินคนที่กดแผลของเขาให้หนักยิ่งกว่าเดิม
ดงเฮกัดฟันด้วยความเจ็บ รอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวพร่าเลือนทำให้ต้องควบคุมการหายใจให้ช้าลงเพื่อรวบรวมสติ ดงเฮเงยหน้าอีกครั้งก็ได้รู้ว่าคนที่พูดบางอย่างเมื่อครู่ ก็คือชายในชุดสูทดำคนนั้น คนที่ซองมินสืบข่าวได้เพียงอย่างเดียวว่าเขาเป็นหมอ
คิม คิบอม!!
เห็นชัดเจนว่าชายคนนี้มีท่าทางอย่างไร ใบหน้าเข้มที่ดูเต็มไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดมองตรงมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ข้างกันนั้น ดงเฮเห็นอิทึกและฮีชอลที่มีสีหน้าตื่นตระหนก เห็นฮยอกแจที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ากำลังรู้สึกผิดอยู่เป็นแน่
ไม่เป็นไร
ดงเฮทำได้แค่บอกพี่ชายในใจเพราะหมดเรี่ยวแรงจะเค้นคำพูดออกมาจริงๆ แม้แต่จะขยับตัวแต่ละนิดยังแทบแย่
"วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย พวกนายถึงได้มาเดินเล่นในเขตฉันเหมือนกับเป็นสนามเด็กเล่น"
"งี่เง่าน่ะ นายเปิดผับเอาไว้ให้คนเข้าไม่ใช่หรือไง"
คังอินหัวเราะในลำคอ "ปากดีจังนะ คิม คิบอม"
คิบอมขมวดคิ้วเข้าหากันยิ่งกว่าเดิม "เลิกพูดมากสักที ส่งเขาคืนมาได้แล้ว"
"ง่ายไป"
"ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นกับนายหรอกนะ"
"อารมณ์ไม่ดีเสียด้วย" คังอินกระตุกยิ้มร้าย แต่ก็คลายแรงที่กดลงบนแผลของดงเฮให้อ่อนลง "แต่ก็เอาเถอะ ฉันเห็นหน้านายกลับมาแล้วค่อยสบายใจหน่อย จากนี้จะได้มีคนมาเล่นด้วยให้สมน้ำสมเนื้อเสียที เบื่อพวกเด็กอวดดีจะแย่" จงใจส่งสายตาไปยังซีวอนที่ยืนกำหมัดแน่นเพื่อดูแคลน ตลอดเวลาที่ก้าวขึ้นมายืนข้างทายาทศัตรูอย่างดงเฮ คังอินไม่เคยมองซีวอนอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ
"คราวนี้ ฉันจะส่งคืนให้ดีๆก็แล้วกัน แต่นายก็ช่วยระวังดีๆล่ะ เผลออีกเมื่อไหร่คงไม่เจ็บแค่นี้แน่"
แรงผลักนิดหน่อย ดงเฮก็มากระแทกเข้าสู่อ้อมอกของคิบอมแล้ว ใบหน้าขาวซีดเผือด ในขณะที่ร่างกายเย็นเฉียบ คิบอมยกมือทั้งสองขึ้นประคองร่างของดงเฮเอาไว้หลวมๆเพราะกลัวจะล้มลงไปเสียก่อน
"ปล่อยพวกเขาไป"
คังอินสั่ง พวกคนที่รุมล้อมก็พากันเปิดทางให้ ร่างหนาหันหลังไม่สนใจอีกว่าใครจะเป็นตายเช่นไร เขาดึงแขนน้องชายตัวเองที่กำลังมองเพื่อนเลือดอาบให้ตามไป
"คุณ!! น้องชายของผม!!" ฮยอกแจแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว แต่เขาก็สะกดกั้นอย่างเต็มที่จนคิบอมมองแล้วก็ยังรู้สึกสงสารขึ้นมา
"ฉันรู้แล้ว แต่เธอไปจัดการเจ้านั่นเถอะ"
ฮีชอลก้าวออกมากอดฮยอกแจเอาไว้เพื่อปลอบขวัญ กระซิบบอกเบาๆว่าคิบอมจะไม่ทำอะไรดงเฮ ให้เขาวางใจได้ แต่อีกคนหนึ่งกลับไม่ยอมโดยง่าย
"ปล่อยดงเฮ"
ซีวอนกัดฟันพูด ใบหน้าที่หล่อเหลามีรอยฟกช้ำหลายจุด
"มีสิทธิ์พูดด้วยเหรอ แค่คนคนเดียวยังปล่อยให้เจ็บขนาดนี้"
"แล้วนายมีสิทธิ์อะไร!!" ซีวอนตะโกนออกมาเสียงดัง จนอิทึกต้องก้าวออกมาออกโรงปราม
"พอทีซีวอน นายกับฮยอกแจกลับกับพี่เดี๋ยวนี้เลย ส่วนดงเฮปล่อยให้คิบอมกับฮีชอลจัดการ ไม่มีแต่!! ไม่มีข้อแม้!!"
คงความเป็นพี่ใหญ่ที่ถึงคราวออกคำสั่ง ไม่ว่าน้องหน้าไหนก็ต้องยอม
แต่อิทึกก็ยังไม่วายเตือนคิบอม
"ฉันฝากน้องแค่ชั่วคราวเท่านั้น จัดการส่งพวกนี้เมื่อไหร่ก็จะรีบไปรับดงเฮทันที"
"ไม่ต้องกลัวไปหรอก ฉันก็ไม่รับฝากเด็กนี่นานเกินกว่านั้นเหมือนกัน"
โปรดติดตามตอนต่อไป T ^ T
Tags: bumhae, fic, fiction, kihae, super junior, yaoi8 Comments

จุ๊บๆ~มาอัพแล้วววววววว
ไรเตอร์ง่า~รู้มะว่าค้างมากมาย~~
มันมีเงื่อนงำ~~~
ยังไม่เก็ทเท่าไหร่555+
พี่วอนยังไงกันแน่น่ะ!
แล้วทงเฮกะคิบอมมันมีซัมติงอะไร-0-
อัพอีกน้าค้าบบบบบบบบบบ
ต่อไวๆล่ะสู้ฮับ!!
#1 By KiissHy on 2009-10-02 07:19