Block Action Day: Climate Change
posted on 15 Oct 2009 14:06 by easesupsnerv in 00MyDiary00HBD ดงเฮด้วยกัน จิ้มจึ้ก
Block Action Day: Climate Change
คุณรู้ไหม... บางอย่างเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเลย ไม่เคยหวนคืน ท้องฟ้าสีฟ้า ลมแรง อากาศอุ่น แสงแดด และยอดเขียวขจีบนร่มไม้
ทุกวันนี้ คนส่วนมากของประเทศ มีชีวิตอยู่ในเมือง เราอบอุ่นใจกับถนนที่มีไฟส่องสว่างปลอดภัย เรายินดีบริโภคข่าวสารผ่านสื่อต่างๆเพื่อให้ได้รู้เท่าทันโลกว่าก้าวไปถึงไหน เราสบายกายยามได้นอนในบ้านสวย อบอุ่น มีอุปกรณ์เครื่องใช้พอเหมาะสมกับฐานะ เรามีความสุขยามได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หลากหลายตามลานกว้างของห้างสรรพสินค้าหรือสวนสาธารณะ เราดีใจได้ออกกำลังกายในฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ต่างๆมากมาย เราพอใจในชีวิตนี้ พอใจในความเป็นอยู่เช่นนี้
เรารู้ว่าทุกอย่างที่เรากำลังจับใช้ ส่งผลกระทบต่อโลกมากเพียงไหน เสื้อผ้า หนังสือเรียน อุปกรณ์ช่วยชีวิต ยารักษาโรค เราล้วนแต่ต้องหยิบยืมมาจากทรัพยากรบนโลกทั้งสิ้น รวมกระทั่งร่างกายของเราก็ด้วยเช่นกัน
แต่ในเมื่อวิถีแห่งชีวิตของเราดำเนินมายังจุดนี้เสียแล้ว เราคิดว่าเราไม่อาจถอยหลัง ไม่อาจกลับไปในจุดนั้น จุดที่เราเป็นแค่เศษธุลีเล็กน้อยบนโลก เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่ต้องอิงแอบกับกฎแห่งธรรมชาติ เฉกเช่นสิ่งอื่นบนโลก
คนรวยมีรถราคาแพงหลายคันไว้ใช้ มีโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง มีของใช้ทันสมัยที่ใช้ไม่กี่คราวก็โยนทิ้งได้
คนชอบเรียนรู้ซื้อหนังสือเป็นร้อยเล่ม อ่านอย่างเข้าอกเข้าใจ และเก็บมันไว้ในห้องที่เปรียบเสมือนหอสมุดส่วนตัว
คนทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เคร่งเครียด เขาต้องดำเนินการสานต่อธุรกิจใหญ่ของบริษัทที่เป็นศูนย์ในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ เพิ่มยอดขายให้ได้แม้จะไม่จำเป็น
คนที่มีชีวิตแนวๆ ใช้ของทำมาจากวัสดุธรรมชาติ กระเป๋าผ้าฝ้ายที่ผ่านกระบวนการสร้างจากโรงงานที่หวังผลกำไร ฟังเพลงที่มีความหมายดีผ่านเครื่องเล่นเอ็มพีสาม แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก๋ไก๋ไม่เลียนแบบกระแสหลัก
คนจนไม่มีเงินจะกิน ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อแลกมาซึ่งชีวิตที่จะดำเนินต่อไปได้ แม้จะอีกวันเดียว โลกนี้มันสั้นนัก มันช่างโหดร้ายในความคิดของเขา
บนความแตกต่าง มากน้อย แท้ที่จริงแล้ว เราดีกว่ากันที่ตรงไหน
ฉันนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง เสพความบันเทิงทั้งที่มีและไม่มีสาระ ฉันติดต่อเพื่อนด้วยโทรศัพท์มือถือ ฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพีสาม ชอบไปเที่ยวเล่นซื้อของโน่นนี่มาทำเล่นโดยไม่จำเป็น ชอบถ่ายรูป ชอบกล้องโลโม่ ชอบอ่านการ์ตูน ที่บ้านมีที่เก็บหนังสือเป็นห้องๆ ชอบกินข้าวนอกบ้าน กินมากโดยไม่จำเป็นจนอ้วน
ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำลายโลก แต่ก็โทษไปโน่นนี่ว่าคนอื่นนั้นบริโภคโลกนี้มากกว่าฉันตั้งเยอะ
ความจริงที่แท้มันคือมุมต่างด้านเท่านั้น
มากน้อยไม่ต่างกัน... ฉันทำงายโลกนี้ด้วยมือตนเอง ทำลายโดยเต็มใจโดยที่ปากยังพูดว่ารักโลกนี้เหลือเกิน
ตอนฉันยังเด็ก เวลาฝนตกฟ้าจะแรง น้ำท่วมตามวิถีทางของมัน และเมื่อถึงเวลามันจะแห้งเผือดไปตามกลไก ย่าเคยบอกว่า ครั้งหนึ่งน้ำเคยท่วมอยู่ร่วมเดือน น้ำหนุนสูงถึงชั้นพื้นบ้านที่ยกลอยขึ้นจากใต้ถุนสูง ปีไหนน้ำเยอะ ปีนั้นอากาศจะหนาว
แต่ฉันก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันจะมีอากาศหนาวเลยสักปี ก็เพราะบ้านเมืองเราเป็นเมืองร้อน
ในคลองหน้าบ้าน เมื่อก่อนน้ำจะไหลแรง แม้ตอนเด็กที่ฉันจำความได้รางๆ มันก็มีปลาเล็กปลาน้อยให้มองเห็นผ่านสายน้ำสีขุ่นน้อยๆนั่น
บนยอดไม้ใหญ่เคยมีนกมีแมลง ผีเสื้อปีกใหญ่สีไม่สวยสดบินร่อนผ่าน ท้องฟ้ากว้างสดใสที่ประดับด้วยเมฆขาวลอยเรี่ย ความเงียบของเมืองที่ปราศจากเสียงรถยนต์ ทีวี ดนตรี เสียงแห่งเมืองทันสมัย
ยามดึก ฉันนั่งเล่นอยู่นอกชาน มองดวงจันทร์สกาวฟ้าและคิดกลัวไปว่ามันจะระเบิดออกมา ดวงดาวระยับพราว หากฉันตั้งใจและโชคดี ฉันยังอาจได้เห็นดาวตก ณ ปลายฟ้าบ้างในบางคราว
บัดนี้ ฉันแทบหลงลืมมันไปเสียหมดแล้ว หลงลืมไปว่าน้ำนั้นเคยใส หลงลืมเสียงนกตัวน้อยที่ยามเล็กฉันพยายามแยกแยะพวกมันออกจากกัน หลงลืมว่าดอกสีแดงของทองหลางนั้นมีความหมายถึงภูมิอากาศของปีนั้นอย่างไร ลืมไปว่าบนยอดหญ้าจะมีแมลงเล็กสีฟ้าเหมือนในสารคดีต่างประเทศ ลืมไปว่าหากฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้ากลางค่ำคืน หากไม่เห็นดวงจันทร์ ฉันจะได้เห็นดวงดาว
คุณรู้ไหม บางอย่างเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเลยไม่หวนคืน ฉันเปลี่ยนไปเป็นอีกคน เหมือนกับที่โลกกำลังถูกเปลี่ยนโฉมจนไม่อาจเป็นได้ดังเดิม
ไม่ว่าชีวิตเป็นแบบไหน ดูเหมือนเราไม่อาจเลี่ยงที่จะบริโภคโลกนี้ แล้วบัดนี้ ดูเหมือนโลกกำลังแสดงเดชให้เห็น ให้มนุษย์ที่แสร้งตัวเป็นใหญ่อย่างพวกเราได้ดูว่า โลกกว้างใบนี้ ถือกฎที่เหนือกว่าเหลือเกิน
กฎแห่งธรรมชาติ กฎแห่งความไม่แน่นอน
ฉันอยากรู้วิธีถอยหลัง อยากจับมือทุกคนเดินย้อนกลับ
อยากรู้ว่า ยามที่อาทิตย์ลับฟ้า ฉันจะเห็นดาวพราวอีกคราวหนึ่งไหม
แต่โลกไม่เคยหมุนกลับทางเดิม
ease supsnerv
เรามาช่วยกันเถอะ
#1 By 만화 on 2009-10-15 20:08