[Fic Kihae] One Love Special - First Love [YAOI]
posted on 15 Oct 2009 21:24 by easesupsnerv in OneLove
เมื่อคืนไรเตอร์ทำบ้าอะไรลงไป!!!! โพสบ้าอะไรลงไป นอกจากปั่นนรกแล้ว ยังก๊อปผิดไฟล์!!!! โอ๊ยยยยยยย ตื่นมาดูตอนเช้า จอร์จ แกทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ยยยยยยยยยยยยยยย
ขอโทษนะรีดเดอร์ คราวนี้เอาใหม่ เอาใหม่จริงๆ
มันยาวกว่าเดิมในตอนท้าย นิดนึง
(เรื่องของเรื่องคือไปไม่ทันทะเลเพราะหัวตันไปหมดแล้ว เลยแปะไว้แค่นี้ สเปตอนหน้าจะมาเล่าต่อว่าถึงทะเลแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง)
เนื่องจากเมื่อวาน (15.10.2552) ไรเตอร์อัพหลายเอนทรี่ ว่างๆก็เข้าไปเล่นได้
Block Action Day: Climate Change
One Love Special
Before This Love - First Love
Pairing: Ki x Hae
Writer: ease supsnerv
Rate: PG 13
ที่นี่ ฺBoy's Love นะคะ ถ้าไม่ชอบกดปิดได้เลยค่า ^^;
วันเกิดของดงเฮในปีแรกที่เรารู้จักกัน ผมยังจดจำได้ดี ตอนนั้น ผมยังเด็กอยู่เลย เป็นเด็กม.ปลายที่สนุกไปวันๆ
"วันเกิดดงเฮตรงกับวันหยุดด้วย ไปเที่ยวกันดีป่ะ" เป็นเสียงของคุณหนูผู้ขี้เบื่อที่สุดในกลุ่ม ซองมินอยู่ๆก็พูดขึ้นมากลางโต๊ะกินข้าวกลางวันของพวกเรา ทำเอาเจ้าของวันเกิดที่ถูกพาดพิงฉีกยิ้มออกมาทั้งที่เคี้ยวข้าวแก้มตุ่ย
"ดี ไปค้างคืนด้วย!!" คังอินว่า แถมยิ้มเจ้าเล่ห์ในแบบน่าสงสัย ผมจึงคิดไปว่าเกิดไปค้างกับพวกนี้คงได้โดนแกล้งเอาแน่
"งั้นก็ต้องรีบหาที่พักดิวะ วันนี้ก็วันพุธเข้าไปแล้ว เดี๋ยวไม่มีที่นอน" ฮยอกแจรีบเสนอ ผมว่าในกลุ่มเรา ฮยอกแจดูเป็นผู้เป็นคนที่สุดแล้วหล่ะ
"จะกลัวอะไรของนาย ก็พกเต็นท์ไปด้วยดิ๊ หรือไม่ก็....ไปหาบ้านสาวแถวนั้นนอน อิๆ" เยซองพูดพลางหันไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับคังอินที่ดูจะชอบใจกับความคิดเห็น พาลเอาซองมินตบเข้าที่ต้นแขนหนาของชายร่างหมีอย่างคังอินแรงๆ
"บ้านสาวเหรอ" ซองมินแสยะยิ้ม คังอินถึงกับหน้าซีดไปเลยทีเดียว
"แหม ก็พูดไปขำๆ ใช่ไหมไอ้เยซอง"
คนถูกถามยักไหล่ไม่สนใจ เรื่องใครเรื่องมัน
"ไม่ต้องห่วงหรอกเรื่องที่พัก เดี๋ยวฉันถามชินดงดูว่าได้ไหม ส่วนเรื่องรถก็ให้ป๋าฉันหาให้ แล้วเราก็ออกจากนี่เช้ามืดวันเสาร์เลย"
เจ้าของวันเกิดที่อมยิ้มถึงกับต้องยกมือเบรก "เดี๋ยว!! ออกแต่เช้าเลยเหรอ"
ผมมองคนทั้งกลุ่มหันมาทางดงเฮเป็นตาเดียวเหมือนไม่เข้าใจความหมายของมัน ผมเลยออกโรงอธิบายให้เพราะดูท่าดงเฮก็งงว่าคนอื่นจะมองหน้าตนเองทำไม
"ดงเฮกลัวตื่นสาย กลัวไปไม่ทันแล้วพวกนายทิ้งเหมือนคราวก่อน"
"อ๋ออออออออ" ซองมิน เยซอง และฮยอกแจร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกัน "ไอ้เด็กไม่รู้จักโตเอ๊ย!!! คิบอมอย่าไปโอ๋นักเลย"
ดงเฮทำเสียงในลำคอแกล้งงอแงเป็นเด็กๆ เพื่อนๆก็ยิ่งขำแกล้งแหย่เข้าไปใหญ่
"ตกลงเอาไง อย่าเพิ่งเล่นดิวะ"
ฮยอกแจเค้นคำพูดออกมาเมื่อเล่นไปเล่นมาเขากลับกลายเป็นเหยื่อให้เพื่อนแหย่แทนดงเฮเสียอย่างนั้น
"ก็ออกบ่ายๆหน่อย หรือถ้าจะออกเช้า พวกนายก็ต้องมารับฉันที่บ้าน" ดงเฮออกความคิดด้วยแววตาที่ระบายยิ้มดูสดใสเสียเหลือเกิน ทำเอาพ่อหมีใหญ่ต้องเบรกเสียจนหน้าทิ่ม
"ถุ๊ย ฝันไปเถอะไอ้หมวย ถ้าตื่นไม่ได้ก็ไม่ต้องไป นอนร้องไห้อยู่บ้านไปเลยไป๊"
หลังจากที่ตกลงกันไปอย่างนั้น ตังแต่เย็นวันพุธถึงเย็นวันศุกร์ ผมเห็นเจ้าห้าคนนั่นซื้อของกันไม่หยุดหย่อน ทั้งเสื้อผ้า ของเล่นของกิน อุปกรณ์โน่นนี่ เหมือนกับว่าจะไปสักอาทิตย์หนึ่ง ส่วนผมเองก็แค่ตามไปดูๆ เพราะดงเฮลากไปด้วยตามเคย
"คิบอมไม่ซื้อเหรอ" ดงเฮถามผมตอนที่เราอยู่ในร้านเสื้อผ้าในเย็นวันศุกร์ มือเล็กๆหยิบเสื้อยืดตัวโน้ตัวนี่ขึ้นมาดู ผมยิ้มแล้วไม่ตอบอะไร
"อยากใส่เชิ้ต และเสื้อยืดมันก็สะดวกดี" ดงเฮว่า ผมจึงหัวเราะออกมา ทำให้ตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆมองอย่างงงๆ
"ฉันเห็นขนซื้อเชิ้ตไปตั้งหลายตัวแล้ว นี่จะเปลี่ยนใจเอาเสื้อยืดไปแทนแล้วเหรอ"
ดงเฮยิ้มทันทีที่ผมพูด เป็นรอยยิ้มที่ดูเคอะเขินน่ารัก
"แหะๆ ก็มันเปลี่ยนใจแล้วอ่ะ เสื้อมันน่ารักนะดูดิ ลายเหมาะกับไปเที่ยวทะเล"
ผมนึกในใจว่ามันมีเสื้อพรรค์นั้นด้วยเหรอ แต่ก็เอาเถอะ ผมยอมรับว่าลายสกรีนรูปหุ่นยนตร์หลายแบบบนเสื้อยืดที่ดงเฮเลือกนี่มันน่ารักจริงๆ
"คิบอมซื้อไหม" ร่างเล็กถามซ้ำ
ผมยังตัดสินใจไม่ได้ เลยเดินเข้าไปใกล้แล้วหยิบลายเสื้อขึ้นมาดู ดงเฮก็รีบคว้าเอาตัวที่เขาคิดว่าน่ารักมายัดใส่มือผม
"ตัวนี้ๆ สีขาวแบบนี้ คิบอมใส่ไซส์ไหน เบอร์ M ก็พอเนอะ" พูดไปพลิกป้ายดูไปจนเจอแบบที่เขาต้องการ จัดแจงเอามาทาบตัวผมให้เสียด้วย ผมเลิกคิ้วขึ้นมาข้างหนึ่ง ยอมรับเลยว่าเอ็นดูคนตรงหน้าเข้าจริงๆ "เอ... สีดำล่ะ"
พูดจบก็ไปคุ้ยสีดำขึ้นมาแทน ดงเฮทาบสีดำเทียบกับสีขาว "สีดำนี่เหมาะกว่าอีก งั้น...ฉันเอาสีขาวดีกว่า"
ผมยิ้มออกมา จริงๆก็ทุกครั้งที่อยู่กับดงเฮนั่นหล่ะ ยิ้มออกมาได้ทุกที แค่เห็น แค่อยู่ใกล้ มันก็ยิ้มออกมาได้แล้ว
ผมหันไปทางเคาน์เตอร์ คังอิน ซองมิน ฮยอกแจ และเยซองเดินเรียงแถวไปจ่ายเงิน ท่าทางจะได้เสื้อกันอีกคนละไม่น้อย ผมจึงหันมามองทางดงเฮบ้างกะว่าจะถามว่าจะไปจ่ายเงินหรือยัง แต่ภาพที่เห็นกลับทำเอาผมงงเข้าไปอีก ดงเฮกำลังเก็บเสื้อสีดำสีขาวสองตัวเก็บเข้าที่เรียบร้อย
"อ้าว" ผมอุทานออกมาเบาๆ
ดงเฮเงยขึ้นมายิ้มแหยๆให้ผม "ไม่ซื้อแล้ว ตังค์หมดแล้วอ่ะ ไว้ได้เงินแล้วจะซื้อให้นะ" ตามสไตล์ ไม่มีตังค์ซื้อขอเลือกไว้ก่อนให้ชื่นใจ
ดงเฮไม่ใช่ว่าครอบครัวยากจนหรอก แต่ก็อย่างว่า เด็กอย่างพวกเราบางครั้งก็ใช้เงินจนเพลินตัว ยิ่งดงเฮอยู่บ้านคนเดียว คุณแม่ไปทำด๊อกเตอร์อยู่เมืองนอกด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีคนคอยปราม
ผมคว้าเสื้อสองตัวที่ดงเฮกำลังเก็บเอามา เผลอจับผ่านมือขาวๆนั่นเสียด้วย ใจเต้นโครมครามเบาๆอยู่ในอก แต่ก็ไม่คิดจะปล่อย
ความจริงผมตั้งใจไว้แล้ว
ไม่ใช่ตั้งใจจะจับมือนะ!! อันนี้มันบังเอิญจริงๆ
"เดี๋ยวซื้อให้"
"เฮ้ย ไม่เป็นไร"
ดงเฮดึงมือตัวเองก่อนทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม ผมสบมองดวงตาหวานที่จ้องผมไม่คิดหลบ มันเป็นความรู้สึกวูบวาบนะ เวลาที่เราสบตามองคนที่ทำให้ใจหวั่นไหวแบบนี้ เขินก็เขิน แต่ก็อยากมอง ผมรู้ตัวว่ากำลังเผลอใจไปแล้ว
"ก็ของขวัญวันเกิดไง"
ผมให้เหตุผลแบบนั้น ดงเฮจึงอ้าปากค้างเพราะไม่รู้จะแก้ต่างยังไง แต่แป๊บเดียวเท่านั้นที่เขากลับระบายยิ้มแฝงท่าทีงอนๆมาให้
"วันเกิดทั้งที ให้แค่เสื้อนี่นะ"
ผมหัวเราะ "ไม่เอาเหรอ"
"ไปจ่ายตังค์เลย!" ร่างเล็กดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุม แล้วผลักให้ผมหันหลังเดินไปจ่ายค่าเสื้อที่เคาน์เตอร์ และตามเคย ทันทีที่อีก 4 คนนั้นเห็นว่าผมจ่ายค่าเสื้อสองตัวเอง มันก็โห่ร้องแซวกันใหญ่ ไอ้ผมพูดน้อยไม่ค่อยเท่าไหร่หรอก แต่ดงเฮนี่ซิ ยิ้มเขินๆแบบทำหน้าไม่ถูก น่ารักจริงๆนั่นแหละ
ดงเฮเอาเสื้อกลับบ้านทั้งสองตัว บอกผมว่าจะเอาไปซักให้ จริงๆก็คือบังคับ แล้วสั่งทับอีกว่า ตอนเช้าให้ไปรับเขาที่บ้านด้วย ก่อนออกจากบ้านให้โทรมาปลุกก่อน
ผมยืนเกาะรั้วบ้านของดงเฮ บ้านหลังเล็กแต่ดูอบอุ่นเสียจนไม่อยากเชื่อว่าดงเฮอยู่ที่นี่เพียงลำพัง สวนตรงข้างบ้าน ผมเห็นต้นไม้ออกดอกเต็มไปหมด แต่ยังไงก็เทียบไม่ได้กับกุหลาบขาวพุ่มใหญ่ดอกสะพรั่งนั่น
"ให้ค้างนี่เสียเลยสิ ถ้ากลัวฉันจะทิ้งนักละก็"
ดงเฮหรี่ตามองกลับ "ทีอยู่กันสองคนนี่พูดมากจริงนะคิบอม กลับบ้านไปเลยไป"
"จริงอ่ะ ไล่จริงอ่ะ อยู่คนเดียวนะ น่ากลัวนะ"
มือขาวของดงเฮยกขึ้นรวดเร็วเพื่อปิดปากของผมไม่ให้พูดต่อไป ดงเฮน่ะกลัวผีจะตาย การที่อยู่บ้านคนเดียวมาได้จนขนาดนี้นี่ต้องบอกเลยว่าแปลกมาก
"พูดมากทำไมหะ!! มาทางไหนกลับไปเลยไป!!!" กัดฟันพูดออกมาด้วยความหมั่นเขี้ยว มืออีกข้างก็เฉดหัวผมออกให้ห่าง ผมขยับออกจากรั้ว แต่ก็ไม่วายส่งยิ้มกวนๆ
"แน่ใจ??"
"อ๊ากกกก!!! คิม คิบอม!!!"
เฮ้ย!! ดงเฮคว้าบัวรดน้ำขึ้นมาแล้วครับ มันไม่มีน้ำอยู่ภายใน แต่มันใหญ่และแข็งแรงพอจะเขวี้ยงใส่หัวผมให้เจ็บคัน ไม่ได้การจึงรีบเข้าไปใกล้ คว้าบัวรดน้ำนั่นมาก่อน
แต่ว่า... เผลอจับมืออีกแล้วล่ะ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ
นุ่มมือจริงๆ
"ขอโทษน่าดงเฮ อย่ามาปากันเลย"
"น้อยไป! อย่างนายสมควรโดนพลั่วเสียบเสียด้วยซ้ำ กลับไปเลย ฉันนอนของฉันคนเดียวได้ไม่ต้องมายุ่ง"
ในเมื่อแหย่แล้วเจ็บตัว ผมเลยลองเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังดูบ้าง "แล้วไม่กลัวตื่นสายเหรอ"
"คิบอมก็โทรปลุกซี่" กระแทกเสียงยาวๆเหมือนว่าผมพูดไม่รู้เรื่อง
"แล้วเกิดฉันตื่นสายล่ะ"
ดงเฮทิ้งบัวรดน้ำแล้วสะบัดมือผมที่กุมมือเขาเอาไว้ออก แสดงอาการเซ็งออกมาทั่วทั้งใบหน้าเนียน "ไม่ต้องไปมันแล้ว"
น่ารักจริงๆนั่นแหละน่า
แถมหันขวับหนีเดินเข้าบ้าน คราวนี้ ผมเลยถือโอกาส ตั้งใจทำมันจริงๆ จับมือเอาไว้ซะเลย
"ดงเฮครับ!"
คนถูกจับมือไม่หันมามองแต่หยุดเดินแล้ว เส้นผมระเรี่ยคอที่ก้มลงน้อยๆนั่นเหมือนจะถามผมอยู่ว่าจะพูดอะไรอีก แต่หากพูดไม่ถูกใจ คงจะวิ่งหนีเข้าบ้านเลยแน่
"ใครจะทิ้งลงละครับเนี่ย" น่ารักซะขนาดนี้
ร่างบางหันมามองหน้าผมในคราวนี้ ริมฝีปากบางเหยียดตรงตอนที่ส่งสายตาเคืองๆมาให้ "จะพูดอะไรอีกมั๊ย จะไปนอนแล้ว เดี๋ยวตื่นสาย" กระแทกเสียงพูดเสียด้วย
ผมได้แต่ยิ้ม จริงๆมันไม่มีอะไรจะพูดอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่อยากกลับ ดงเฮเลยส่งสายตาลงต่ำ มองมือผมที่จับแน่นอยู่ที่มือของเขา
"ปล่อยสิ! จะไปนอน เกิดตอนเช้าฉันไม่ตื่นแล้วนายจะซวย"
คราวนี้ผมยิ้มกว้างกว่าเดิม ดงเฮน่ะน่ารัก ถ้าผมไม่ปล่อยเขาก็ไม่ดึงมือออก มันคือแบบนั้นใช่ไหม
แต่ผมไม่อยากจะแกล้งมากกว่านี้หรอก แค่นี้ก็แทบนอนไม่หลับแล้วล่ะมั้ง
"ไปค้างบ้านฉันไหม รับรอง ไม่ตื่นสายแน่"
ท้องฟ้ายังคงไม่สว่างเท่าไหร่เลย ผมเขย่าตัวดงเฮไปมาแต่ท่าทางว่าคนตัวเล็กจะไม่ตื่นง่ายๆ
"ดงเฮครับ"
"อืมมมม อีกนิด"
นั่นไงว่าแล้ว ดงเฮเริ่มเลื้อยมากอดแขนขาผมเอาไว้แล้ว ไม่ไหวนะครับ
กำลังคิดว่า ดงเฮไปค้างบ้านผมล่ะสิ หึหึ
ไม่ใช่ครับ!!!
ดงเฮให้กุญแจบ้านผมไว้ ถ้าเกิดปลุกเขาไม่ตื่น ก็ให้ปีนบ้านได้เลย ผมจึงได้ลอบเข้าบ้านมาถึงห้องนอนดงเฮได้ขนาดนี้
แสงสลัวของรุ่งเช้า ผมคิดถูกจริงๆที่มาก่อนเวลา ดงเฮตื่นยากสมคำร่ำลือ แต่...มันก็ดีเหมือนกันนะ นั่งมองใบหน้ายามหลับยังกับเด็กๆเลยให้ตาย
ผมก้มใบหน้าเข้าไปใกล้ กระซิบเบาๆที่ข้างหู
"ดงเฮ นี่คิบอมนะ ถ้าไม่ตื่น ฉันจะ..."
ผมพูดเสียงยาน เพราะหวังว่ามันจะค่อยซึมเข้าโสตประสาท และมันก็ได้ผล เมื่อดงเฮลืมตาพรึ่บแล้วหันหน้าขวับตามเสียง เป็นผลให้ริมฝีปากบางนั่นแตะเบาๆที่ข้างแก้มของผม ดงเฮทำตาโตอยู่ใต้ร่างด้วยความตกใจ เหมือนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นรอบๆตัว ผมนั้นทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน จึงสบตากันอยู่อย่างนั้นเสียครู่ใหญ่ จนดงเฮได้สติแล้วผลักผมให้พ้นทางวิ่งเข้าห้องน้ำไปนั่นแหละ
"ขอโทษนะ"
ผมตัดสินใจพูดคำแรกของวันกับดงเฮได้ก็ตอนที่เราสองคนเดินก้าวออกจากประตูบ้านมาแล้ว ดงเฮกำลังล็อคประตูบ้านแต่ก็รวดเร็วจนทันหันมาสบตา เขาขมวดคิ้วนิดๆ แต่ไม่ว่าอะไรต่อ มือเล็กจับที่แขนของผม ออกแรงเบาๆดันให้ผมเดินนำหน้า
"ไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดนาย"
"รู้สึกไม่ดีหรือเปล่า"
ดงเฮหัวเราะเบาๆ ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าผมถามอะไรออกมา
"ถามจริงจังนะ ดงเฮ รู้สึกไม่ดีหรือเปล่า"
ผมหยุดหันกลับมาสบตาดงเฮตรงๆ ร่างเล็กที่มองกลับมาเหมือนจะไม่แน่ใจนักว่าผมหมายถึงอะไรกันแน่ แต่ท่าทางของผมมันชัดเจนจนไหล่บางตกลง ใบหน้าหวานเอียงหลบไปอีกทาง แก้มใสขึ้นสีเรื่อน่ารัก
"เปล่า" เขาตอบอู้อี้ในลำคอ ทำเอาผมยิ้มออก
คุณยังจำได้ไหม ความรู้สึกรักที่มีอยู่ในหัวใจ ยามที่เรามองฟ้าแล้วนึกถึงใครคนนั้น เวลาเดินบนถนน แม้จะเดียวดาย แต่เหมือนมีอีกคนอยู่ข้างกาย ใจที่สั่นเทาแต่อบอุ่น
ผมขยับเข้าใกล้ แตะริมฝีปากลงบนแก้มเนียนที่มีสีฝาดชวนมองนั้นเบาๆ
ชั่วขณะที่รู้สึกเหมือนได้กลิ่นกุหลาบขาวจางๆ ทำให้หัวใจของผมนั้นเต้นเร่า ในอกวูบไหวแต่เปี่ยมไปด้วยความแช่มชื้นเต็มใจ
ผมคิดว่า ดงเฮอาจจะเสียเปรียบอยู่ในตอนแรก แต่ตอนนี้ เราเสมอกันแล้วใช่ไหม
แดดทอระยับลงมา ความรู้สึกนี้คงตราตรึงในหัวใจไปอีกนาน ความรู้สึกของรักแรก
ผมผละออกมาจากแก้มของดงเฮ แนบหน้าผากชนกับร่างเล็กโดยสองมือใหญ่ประคองใบหน้าขาว สบดวงตามองกันผ่านระยะทางแค่ลมหายใจกั้น
"เอาไงดี รับผิดชอบต่อดีไหม" ผมถามทั้งรอยยิ้ม ดงเฮก็ยิ้มตาม ยิ้มแบบปะปนอารมณ์ความเขิน
"อะไร"
"เป็นแฟนกันไง"
"เอาจริง??"
"อืมมม" ผมตอบ ดงเฮก็หัวเราะออกมา
"ง่ายเกินไปป่ะเนี่ย" แต่ก็พยักหน้าโอเค
ผมมีแฟนแล้วเหรอ ไม่อยากเชื่อเลย มันดูง่ายดายมาก โมเม้นท์ที่ธรรมดาสุดๆ แต่ในใจน่ะมันเบาหวิวบอกไม่ถูกเลยนะ
คุณยังจำได้ไหม ขณะของหัวใจที่เต็มไปด้วยรัก ความรักที่ทำให้ทุกสิ่งอย่างเด่นชัด สวยงาม เป็นมากกว่าที่เคยเป็น
"งั้นขออีกนิด...ได้มั๊ยอ่ะ"
"ขอบ้าอะไรของนายเล่าหะ"
ผมเอานิ้วเรียวแตะลงบนริมฝีปากบางเบาๆ ดงเฮสะดุ้งน้อยๆแล้วจับข้อมือผมเอาไว้
"พอๆๆ"
ผมพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ตามใจหัวใจของผมที่ไม่ใช่ของผมเสียทีเดียว โอกาสน่ะมีอีกเยอะ
ความจริงก็คือ แค่ที่แก้ม ผมยังใจเต้นตึกตักขนาดนี้เลยนะ ถ้าเกิดมากกว่านั้น...
เอาเถอะๆ ไปถึงทะเลแล้วค่อยว่ากันใหม่
ห้ามคิดลึกนะครับ ผมขอร้อง
(จริงๆแล้ว) รอคอยตอนต่อไปด้วย..... (อะไรของมันวะ)
นี่สิ จบของจริง(ของตอนแรก) แต่จริงๆก็ยังไม่จบ แต่เหมือนจบในตอน
(งงภาษาของไอ้ไรเตอร์คนนี้จริงๆ)
ขอโทษรีดเดอร์อีกสักที เฮ้ออออออ
เป็นฟิคที่ไร้สกุลมากกกกกก 555555+ ดิบ เถื่อน ไร้พล็อต!!!
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนค่ะ ^^

#1 By ~sand~ on 2009-10-16 12:01