Fic KiHae : Oblivion  รักเลือนของคุณชายวายร้าย 

ตอนที่ 5

 

ที่นี่มีแต่ Boy's Love นะคะ  ถ้าไม่ใช่แนว  กดปิดเลยค่ะ ^^

 

Writer : ease supsnerv

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

ดงเฮนั่งเล่นเป็นเพื่อยูคุงทานไอติมอยู่พักหนึ่ง  จวบจนรสหวานละลายลงท้องของเด็กน้อยหมดนั่นแหละ  เขาถึงได้ลุกขึ้นจากโต๊ะในล๊อบบี้ 

 

"อร่อยจัง~"  ยูคุงเอ่ยทั้งรอยยิ้มที่ส่งให้พี่ชายใจดี  "เมื่อไหร่ผมจะได้กินอีกเนี่ย  ไอติมจ๋า"

 

ใบหน้าขาวเผยรอยยิ้มออกมาทันทีที่ได้ฟัง  "ยูคุงก็ต้องทานข้าวเยอะๆ  ทานยาตามหมอสั่งสิครับ  จะได้หายไวๆ"

 

 

ประกายสดใสของยูคุงหายไปเมื่อสิ้นคำพูดนั้น  แต่เด็กชายยังระบายยิ้มที่ริมฝีปากอยู่ดังเดิม  "แค่นั้นไม่พอหรอกครับ  ต้องฉีดยาด้วย  ต้องตรวจอะไรเยอะแยะก็ไม่รู้  บ้านก็ไม่ได้กลับ  เกมก็ไม่ได้เล่น  โรงเรียนก็ไม่ได้ไป"

 

 

บางที  ยูคุงอาจจะไม่ได้แค่ป่วยสองสามวันก็หาย  อาการป่วยของเขาดูเหมือนจะเจ็บเรื้อรังและต้องการการรักษาที่หนักเอาการ

 

 

ยูคุงถอนใจแรงๆ  ก่อนจะหันมายิ้มกว้างอีกครั้ง  "ขอบคุณนะครับ  พี่คนสวย!!  ผมลงมานานแล้ว  เดี๋ยวพี่พยาบาลจะตามหาเอา" เด็กชายลุกขึ้นยืน  ร่างเล็กผอมบางและซีดเซียวที่ดงเฮเพิ่งจะสังเกตอย่างถี่ถ้วน  ทำให้เกิดความสงสารขึ้นมาจับใจ  เขาขยับเข้าใกล้ยูคุง  ย่อตัวลงเพื่อจะมองใบหน้าของเด็กผู้ชายที่แสนสดใสคนนี้ได้ชัดเจน

 

 

"เข้มแข็งนะครับยูคุง  ไว้ถ้าหายเมื่อไหร่  พี่จะเลี้ยงไอติมอีกนะ"

 

 

"สัญญานะครับ"  เด็กชายยื่นนิ้วก้อยน้อยๆออกมา  ดงเฮยิ้มกว้างตามแล้วส่งนิ้วก้อยของตัวเองเกี่ยวกับนิ้วเล็กนั้นเอาไว้เพื่อยืนยันพันธะ  ยูคุงยิ้มชอบใจ  ก่อนจะเบนสายตาไปทางด้านหลังของดงเฮ

 

 

"พี่บอม!"

 

ดงเฮหันมองตาม  แต่เมื่อเห็นใบหน้าของคุณหมอที่ยูคุงเรียกอย่างสนิทสนม  รอยยิ้มที่มีก็จืดจางลงไปทันตา  ดงเฮหรี่ดวงตาขมวดคิ้วมองชายร่างสูงผิวเข้มที่อยู่ในชุดสีเขียวคอวีของแพทย์  ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองเป็นแววตาปนยิ้มเยาะของคิบอม

 

เพียงชั่วครู่เท่านั้น  คิบอมก็หันไปหายูคุง  "ว่าไงเรา  มาซนอะไรถึงนี่  คราวที่แล้วแผลเปิดยังไม่เข็ดใช่ไหม"

 

ดงเฮหันขวับมองหน้าเจ้าของคำพูดทันที  ไม่ว่าจะครั้งไหนๆที่ได้เจอ  ดูเหมือนคิบอมจะสร้างภาพลักษณ์การเป็นคนปากร้ายให้ดงเฮได้จดจำเสียแม่นแล้ว  แม้กระทั่งกับเด็กเล็กๆยังพูดจาแบบนี้  ดงเฮนึกแล้วก็เกิดหงุดหงิดขึ้นมาลึกๆ

 

"ป่าวซนซะหน่อยน๊า  ผมมากินไอติมตะหาก  เนี่ย  พี่คนสวยใจดีให้ไอติมผมด้วย"  ยูคุงตอบเสียงสูงรวดเร็วชี้ไปทางดงเฮ  คิบอมมองแล้วก็ขำ 

 

"เสียงแหบแบบนี้ยังซ่าอีกนะ  คุณพ่ออนุญาตแล้วเหรอ" 

 

เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก  แล้วแกล้งชูมือสองข้างขึ้นหวังอ้อนให้คุณหมออุ้ม  คิบอมเอียงคอมอง  แต่ก็ตกลงตอบรับการออดอ้อนด้วยยกร่างเล็กขึ้นมาแนบอกด้วยแขนข้างเดียว  ยูคุงหัวเราะชอบใจแล้วโอบแขนรอบลำคอของคิบอมเอาไว้กันตก  ทำให้ดงเฮยิ่งขมวดคิ้ว  คุณหมอผู้ร้ายกาจทำตัวดีก็ได้เหมือนกันนี่

 

"อืม  วันนี้ตัวไม่ร้อนจริงๆด้วย"  คิบอมบอกเพราะกะเอาจากความร้อนจากร่างที่ตนเองอุ้มเอาไว้

 

"ใช่ป่ะหล่ะ"  ยูคุงยักคิ้วกวนแล้วทำเสียงคิกคัก  คิบอมก็หันมายังร่างผอมบางอีกคนที่ยืนขมวดคิ้วอยู่นานสองนาน

 

 

"แล้วเราล่ะ  ไม่มีไข้หรือไง  คิดจะมากินไอติมเนี่ย"

 

 

ให้ตาย  ดงเฮเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างหงุดหงิด  ขอถอนคำพูดในใจที่คิดไปว่านายคนนี้ทำตัวดี  เพราะน้ำเสียงกดต่ำกับสายตาเย็นชาที่ส่งมา 

 

 

ดงเฮไม่ยอมตอบคำถามแถมยังไม่สนใจจะมองเขาเลยด้วยซ้ำ  แต่ไวกว่าความคิดเสียอีกที่มือหนายกขึ้นสัมผัสหลังมือแนบกับข้างแก้มใสใกล้กับใบหูของดงเฮเพื่อจะรู้ให้แน่ว่าบาดแผลไม่ทำให้เกิดเป็นไข้ขึ้นมา

 

ดงเฮที่หลบสายตาไปทางอื่นจึงไม่ทันได้ตั้งตัว  รู้ตัวอีกทีคิบอมก็ผละมือออกโดยที่ตัวเขายังไม่ได้หลบเสียด้วยซ้ำ  ถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนใส่ใจอะไรมากกับการถูกตัวเล็กๆน้อยๆ  แต่เมื่อมันกะทันหันก็ทำให้ตั้งตัวไม่ติด  ใบหน้าหวานไร้รอยยิ้มมองดูคิบอมพยักหน้าเหมือนจะพอใจที่ดงเฮไม่มีอาการไข้แล้วในตอนนี้

 

 

"อย่าไปซนมากนักล่ะ  แผลมันกระเทือนแล้วจะยุ่ง"

 

 

คิบอมพูดเรียบๆ  น้ำเสียงทุ้มแฝงความห่วงใยจากใจจริงที่ไม่เคยได้ยินจากคุณหมอคนนี้กับรอยยิ้มบางที่แสนอบอุ่น  ทำให้ดงเฮออกจะทำอะไรไม่ถูกเสียด้วยซ้ำ  ยิ่งคิบอมยกมือขึ้นลูบหัวเบาๆอย่างเอ็นดู  ดงเฮก็ได้แต่มองตามสัมผัสอ่อนโยนจากมือหนานั้นโดยไม่ได้ทัดทาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณหมอใหญ่บอกว่า  แผลเย็บของดงเฮนั้นดูเรียบร้อยดีไม่น่าเป็นห่วง  จากนี้ให้มาโรงพยาบาลแค่วันเว้นวันก็เพียงพอ  ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลพูดยังเพิ่มเติมว่า  นอกจากการดูแลแผลแล้ว  ดงเฮจะต้องทานยาตามเวลาอย่างเคร่งครัด  ดงมินได้ฟังจึงหัวเราะในลำคอเบาๆและหันมามองหลานชายคนเก่งที่กินยายากกว่าใครๆ

 

ทั้งสองลากลับ  คุณอาพาดงเฮเดินไปยังที่จอดรถเอง  ไม่ต้องมากเรื่องเพราะเขาชอบที่จะมีชีวิตแบบธรรมดา

 

"ไปเดินล่นที่ไหนมาดงเฮ  อาว่าดูอารมณ์ดีขึ้นนะ"

 

ผู้มีอายุน้อยกว่าหันมองตามเสียงอย่างงงๆ  แต่ก็เผยรอยยิ้มอ่อนที่ทำให้คนที่มองเห็นต้องยิ้มตามออกมา  "ผมไปเจอเด็กผู้ชายน่ารักมากๆน่ะครับ"

 

ดองมินยิ้มแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถตามด้วยหลาชายหน้าหวานที่นั่งข้างคนขับ  รถยี่ห้อหรูแต่ใช้งานมานานหลายปีดีดักนั้นเคลื่อนตัวออกสู่ถนนด้วยสมรรถนะที่ยังไม่อ่อนด้อยกว่าใคร  กลายเป็นรถคลาสสิกชวนให้คนมองด้วยซ้ำในเวลาที่เฉิดฉายอยู่กลางหมู่รถทั่วไป

 

 

ท้องฟ้าเริ่มเข้มขึ้นทุกขณะ  ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า  หลงเหลือเพียงปลายลำแสงให้คิดถึงเท่านั้น

 

 

"ดงเฮ"

 

ร่างเล็กหันมองใบหน้าด้านข้างของคุณอาที่เปี่ยมด้วยสติบนท้องถนนเบื้องหน้าที่มีไฟสีส้มเรืองรองส่องประกาย

 

"อาอยากรู้  ว่าทำไมเราถึงไปหาซองมิน"

 

ดงเฮหันใบหน้าออกนอกหน้าต่าง  รู้ดีแก่ใจว่าคุณอาดงมินคนนี้นั้นเป็นผู้ที่ละเอียดลึกซึ้งเกินกว่าที่เขาจะคิดปิดบังอะไรได้โดยง่าย  ยิ่งรวมกับสายข่าวที่คุณอามีทั้งในและนอกเขตของตระกูล  ก็ยิ่งทำให้ดงมินเป็นผู้ที่อยู่เหนือการคาดคะเน  บางที  การที่คุณอาดงมินตัดหน้าพี่อิทึกพาเขามาโรงพยาบาลเองอาจจะเพราะต้องการถามเรื่องนี้ก็เป็นได้  ดงเฮจำได้ว่าที่โรงฝึกเมื่อคืน  คุณอาก็มองเขาเหมือนกำลังพิเคราะห์ว่ามีอะไรซ่อนเอาไว้บ้าง

 

 

ดงมินบอกหลานชายว่าเขาไม่คิดว่าดงเฮจะไปหาซองมินเพียงเพราะคำเชิญชวนธรรมดา  ด้วยผิดวิสัยคนไม่ชอบเขาสังคมอย่างดงเฮ  และสถานที่ที่ไม่ควรจะเหยียบย่างคือที่ไหนบ้าง  หลานชายคนเดียวคนนี้ก็น่าจะรู้ดีจนไม่คิดลอง  ดังนั้น  คุณอาจึงยืนยันว่าต้องการฟังจากปากของดงเฮเองถึงเหตุผลนั้น

 

 

 

"ผมมีเรื่องที่อยากรู้  แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ  เลยขอความช่วยเหลือจากเขา"

 

"จากซองมิน?"

 

"คุณอาคงไม่พูดว่าไม่รู้ว่าผมรู้จักกับซองมินมานานขนาดไหนแล้ว"  ดงเฮคิดว่า  หากคุณอาของเขารู้อะไรมากมาย  เรื่องที่เขากับซองมินติดต่อกันมานานก็คงไม่พ้นหูไปได้

 

"ใช่  อารู้  และไม่อยากจะห้ามอะไรเรามากมายเกินไปเพราะอารู้จักเราดีพอ  แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า  พ่อเขาคงไม่ชอบใจนักกับเรื่องนี้"

 

ใบหน้าขาวก้มมองนิ้วมือของตนเองที่วางอยู่บนหน้าตัก  "คุณอาจะไม่บอกคุณพ่อใช่ไหม"

 

ชายผู้มีอายุมากกว่ายิ้มออกมาอีกครา  "ดงเฮต้องบอกอามาก่อนว่าไปหาซองมินถึงที่นั่นเพราะเรื่องอะไร  เพื่อที่ว่าอาจะได้ดูว่าจะเชื่อใจเราต่อได้ถึงแค่ไหน"

 

 

 

"ผมอยากรู้เรื่องของคนคนหนึ่ง  แต่พอให้คุณจินซางสืบข้อมูลให้  เขากลับบอกว่าไม่ได้"  ดงเฮตัดสินใจจะเล่าเรื่องราวของตนเอง  แต่บางอย่างในใจทำให้ไม่รู้ว่าเขาควรจะเริ่มจากตรงไหน  และมากเท่าไหร่  "คุณจินซางบอกว่าไม่มีข้อมูล  ผมเลยลองให้ซองมินช่วยดู  เขาคงนึกอยากแกล้งผม  เลยแลกข้อมูลนั้นกับการให้ผมไปที่ผับนั่น  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม  ซองมินก็ไม่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับคนคนนั้นเหมือนกัน"

 

 

"ใครกัน  คนที่ดงเฮอยากรู้ข้อมูลขนาดยอมรับข้อเสนอแบบนั้นได้"

 

 

"คิม คิบอม ครับ"

 

 

 

ดงเฮพูดเสียงเบา  เขากำลังมองคุณอาอยู่จึงทันเห็นอะไรบางอย่างในแววตานั้นแม้จะเห็นเพียงแค่ด้านข้างก็ตาม

 

 

 

"ทำไมดงเฮถึงอยากรู้เรื่องของเขา"

 

 

ทำไม...

 

 

"ผม..."

 

"เคยเจอเขางั้นหรือ  เจอกันก่อนที่เขาจะเย็บแผลนี่ใช่ไหม"  ดงมินถามตัดบทรวดเร็ว

 

 

 

"ครับ"

 

ดงเฮตอบเสียงเบา  ความเงียบเข้าแทรกทั้งสองอยู่นาน  กว่าคุณอาจะเอ่ยถามต่อไป

 

 

 

 

"ไปเจอกันที่ไหน"  ดงมินละสมาธิจากการขับรถเพื่อสบมองหลานชาย  คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย 

 

"มันไม่ใช่เรื่องสำคัญนักหรอกครับ"

 

"อาไม่เชื่อ  ถ้ามันไม่มีอะไรแล้วทำไมเราต้องอยากรู้เรื่องเขาขนาดนั้น  บอกอามาเดี๋ยวนี้ว่าคิบอมทำอะไร  เขาพูดอะไรกับเรา"

 

 

 

"คุณอารู้จักเขาหรือครับ"  ดงเฮไม่ตอบแต่กลับถามกลับดงมิน  ดวงตาแน่นิ่งไม่กระพริบกำลังคาดคั้นคำตอบนั้น

 

 

 

 "ใช่  อารู้จักคิบอม  แต่บอกตามตรง  อาไม่แนะนำให้ดงเฮไปยุ่งกับเขา  ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม"

 

 

 

ถึงแม้ไม่มีความคิดอยากไปยุ่งเกี่ยวอย่าง  แต่ดูเหมือนคิบอมจะอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด  และเพียงคำเตือนก็ไม่ได้สร้างความกระจ่างแต่ประการใด  คิ้วเรียวจึงขมวดเข้าหากัน   "ทำไมครับ"

 

"อาไม่ใช่คนที่จะอธิบายเรื่องนี้  คิบอมไม่ใช่คนไม่ดี  แต่ไม่ว่ายังไง  เขาเป็นคนที่เราไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง"

 

 

 

ทั้งสองจบเรื่องของคิบอมเอาไว้แค่นั้น  เพราะดงเฮ  ไม่ยอมปริปากพูดอะไรอีกเลย  ณ  ขณะนี้  ต่อให้ไม่มีคำพูดของดงมิน  ดงเฮก็รู้ดีอยู่แล้วว่าการจะรู้จักและเข้าใจคิม คิบอมนั้นมันช่างยากเย็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในช่วงหยุดเรียนไปสองวัน  ถึงแม้ว่าซองมินจะเพียรแอบโทรมาหาเป็นระยะด้วยความผิดที่ก่อต้นเหตุขึ้น  แต่ดงเฮก็ยังไม่บรรเทาความเบื่อหน่ายโรงฝึกที่บ้านคุณอาดงมินจนต้องบอกกับคุณอาหญิงโซยองว่าเขาดีขึ้นมากจนพร้อมจะไปโรงเรียน  เธอยอมให้ตามนั้นก็เพราะสงสารดงเฮที่ต้องไปนั่งรับศึกกับพวกนักเรียนของดงมินทั้งวัน

 

 

ด้วยการกำชับลูกชายคนกลางและคนเล็กให้ดูแลให้ดี  โซยองก็ยอมปล่อยดงเฮขึ้นรถของซีวอนที่มาจอดรอหน้าบ้าน  โดยไม่ลืมที่จะพูดกลายๆในเชิงตำหนิซีวอนที่ทำอะไรวู่วามเมื่อคราวก่อนนั้น

 

 

ดังคาด  ใบหน้าของซีวอนดูยังมีเค้ารางของความรู้สึกผิด  แม้ดงเฮจะบอกว่าไม่เป็นไรก็ตาม  เขาก็ยังเอ่ยคำว่าขอโทษออกมาไม่หยุด  ซีวอนต่อหน้าคนอื่นๆเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ  มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้เห็นเบื้องหลังเช่นนี้  เบื้องหลังของเด็กหนุ่มที่ไร้อิสระ  จิตใจอันบริสุทธิ์ที่ถูกโลกของผู้ใหญ่บิดเบือน

 

 

 

 

ดงเฮโดดเรียนตั้งแต่คาบบ่ายโดยไม่มีเหตุผล  หาทางปลีกตัวออกจากแทมินที่เกาะหนึบแทบตาย  กว่าจะไปนั่งหลบอยู่ในห้องดนตรีโล่งๆที่ปราศจากผู้คนได้ 

 

หน้าต่างกระจกใสบานสูงจากพื้นจรดเพดาน  ไม่อาจนำพาเอาความสว่างไสวจากท้องฟ้าเข้ามาได้  ด้วยเมฆครึ้มลอยต่ำยังปกคลุมและส่งผ่านความเย็นเยือกลงมา  ห้องทั้งห้องจึงกลบด้วยแสงสลัว

 

ดงเฮทอดสายตามองท้องฟ้าครึ้ม  ในใจวูบไหวเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย  ร่างเล็กเอนพิงพนักเก้าอี้ไม้ตัวยาวขณะใช้ความคิด  สะบัดใบหน้าเบาๆเพื่อไล่ความสับสน  แต่แล้วในใจก็กลับนึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา

 

 

คุณหมอคิม คิบอม...  ผู้ชายที่ดงเฮคิดว่าเดาใจยากเหลือเกินว่าดีหรือร้าย

 

แววตาและน้ำเสียงแสดงความน่าหงุดหงิดให้เห็นอยู่เสมอ  แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่ดงเฮคิดว่ามันเลวร้าย  ภายใต้ท่าทีเช่นนั้น  คิบอมดูเหมือนจะมีด้านที่ดีซ่อนอยู่  อีกทั้งความห่วงใยที่ดงเฮพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่จริง  มันเป็นแค่เรื่องที่เขาคิดไปเอง  ก็ยังหลอกหลอนด้วยการสร้างภาพใบหน้าคมเข้มเผยรอยยิ้มอบอุ่นนั่นออกมาให้เขาหลงเชื่อเมื่อคราวหลังที่ได้เจอกัน

 

ทุกอย่างที่ดูขัดกันไปเสียหมดกำลังปั่นหัวให้สับสน  ไม่รู้ว่าควรจะตัดสินใจผลักคิม คิบอมคนนี้ไปอยู่ในกลุ่มคนดีหรือไม่ดีกันแน่

 

ถ้าคิบอม  เป็นคนที่ไม่ควรใกล้ชิดอย่างที่คุณอาดงมินพูด  เป็นคนที่มีประวัติน่าสงสัยจนต้องถูกปกปิด  เป็นคนไม่ดีที่อาจเป็นอันตราย  ดงเฮก็ควรตายไปตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกันแล้ว  แต่นี่เขายังมีชีวิตอยู่  ถูกช่วยเหลือ  ถูกปกป้อง  ถูกบ่นว่า  เหมือนกับเขาเป็นเด็กๆ

 

ความลับของคิบอมคืออะไรกันแน่

 

 

"ดงเฮ"

 

เสียงเรียกชื่อขัดห้วงความคิดต่อเนื่อง  แต่ดงเฮก็เตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่ได้ยินเสียงเปิดประตูเบาๆดังขึ้น  ถึงไม่หันมองก็รับรู้ได้ว่าซีวอนทรุดนั่งลงข้างๆ

 

"อย่าพูด  ไม่อยากฟัง"

 

ดงเฮเอ่ยดักคอ  ไม่ต้องการฟังคำขอโทษจากซีวอนอีกแล้วจึงไม่ยอมมองตา  ยกขาข้างหนึ่งขึ้นนั่งไขว้เพื่อบอกเป็นนัยๆว่าไม่อยากได้ยินอะไรอีก

 

ซีวอนค้อมหลังลงแล้วเท้าแขนบนหน้าขาของตนเอง  กุมมือทั้งสองข้างเอาไว้ด้วยกันแน่น  แผ่นหลังสั่นสะท้านเรียกให้ดงเฮต้องเหลือบมองอย่างช่วยไม่ได้

 

ไม่รู้ว่ามากเท่าไหร่ที่ซีวอนถูกกดดัน  ความรู้สึกผิดที่ทำให้คนสำคัญบาดเจ็บจากความไม่รู้จักระงับอารมณ์   และไหนจะครอบครัวของซีวอนที่คงไม่พอใจนัก  คนรอบข้างที่มองเขาด้วยสายตาผิดหวัง 

 

ซีวอนผู้เพียบพร้อมก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่ทะเยอทะยานทำทุกอย่างให้คนรอบข้างพอใจให้มากพอที่จะแลกมาซึ่งความรักเท่านั้น

 

 

 

"ถ้า..." 

 

 

 

เสียงสั่นเครือที่ลอดออกมาแผ่วเบาและกลืนกลับไปรวดเร็ว  ดงเฮลอบถอนใจเพราะรู้ดีว่าซีวอนคิดอะไร

 

 

หากดงเฮเป็นคนเฉยเมย  แต่ในใจกลับเหงามากมายเช่นนี้  ซีวอนก็คงเป็นเช่นความเหมือนที่ตรงกันข้าม  ไม่ว่าจะยิ้มเท่าไหร่  ก็ยังเดียวดายไม่คลาย

 

 

ดงเฮพิงแขนของซีวอน  ใบหน้าเนียนเอียงซบอยู่บนไหล่  แล้วสอดแขนเข้าไปคลายมือของร่างหนาที่กุมกันไว้  แล้วสอดประสานนิ้วมือของตนเองเอาไว้แทน

 

 

"ไม่เป็นไร"  ดงเฮปลอบ

 

 

"เป็นสิ"

 

 

ดงเฮออกแรงบีบมือของซีวอนเบาๆ  "คุยกับฮยอกแจหรือยัง"

 

 

"เขาไม่คุยด้วยหรอก"  สิ้นคำพูด  ดงเฮได้ยินเสียงทอดถอนใจยาวๆจากร่างหนาข้างกาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลายวันหลังจากนั้น  ดงมินและอิทึกติดธุระในวันนัดตรวจแผลครั้งหนึ่งของดงเฮ  คุณอาจึงอนุโลมให้ฮยอกแจและดงเฮที่ยังคงอยู่ในช่วงกักบริเวณขับรถมาโรงพยาบาลกันเองในช่วงหลังเลิกเรียน  แต่เพื่อความแน่ใจว่าทั้งสองจะไม่ซุกซนไปก่อเรื่อง  คุณอาดงมินจึงกำชับให้เรียววุคมาคุมด้วยอีกคน  ซึ่งน้องเล็กก็นั่งหน้างอมาตลอดทาง  ด้วยความจริงแล้วตนเองอยากจะไปฟังดนตรีที่ไลฟ์เฮาส์จะแย่  ฮยอกแจผู้เป็นพี่คู่กัดก็คอยบ่นว่าไปเรื่อยเพราะไม่อยากให้น้องทำหน้าไม่สบอารมณ์  แต่ดูเหมือนว่าจะยิ่งก่อชนวนทำให้ทะเลาะกันเสียมากกว่า

 

เรื่องราวเลยเถิดและเสียงตะโกนดังหนวกหู  ทำให้คนกลางอย่างดงเฮที่นั่งเงียบมาตลอดทางอดรำคาญไม่ได้ 

 

"หนวกหู"  ร่างเล็กบ่นออกมาเบาๆ  ในรถที่แอร์เย็นเฉียบจนกระจกขึ้นฝ้าตัดกับละอองฝนบางด้านนอก  ดงเฮก็เหมือนจะไร้จิตใจคิดทำอะไร  เสียงที่ลอดออกมาแว่วๆทำให้ฮยอกแจหันมองอย่างไม่แน่ใจ  แต่พอตามด้วยเสียงโวยวายของเรียววุค  ฮยอกแจก็เมินที่จะถามไถ่ดงเฮ  หันกลับไปปะคารมกับน้องชายแท้ๆของตนเองต่อไป

 

 

ดวงตาสีอ่อนทอดมองท้องฟ้าหม่นยามเย็นผ่านกระจกหน้ารถ  มองเห็นทิศทางของละอองน้ำในมุมมองที่แปลกใหม่    เมื่อต้องแสงสีแดงของสัญญาณไฟจราจร    รถคันงามก็จอดสนิท  เบื้องหน้าเห็นผู้คนเดินตัดข้ามบนทางม้าลายกันขวักไขว่

 

ดงเฮยังได้ยินสองพี่น้องทะเลาะกันไม่หยุด  เขาไม่ชอบ  แต่ก็ไม่ได้หงุดหงิดขนาดจะต้องคิดปราม  ร่างเล็กจึงตัดสินใจเปิดประตูเดินลงจากรถออกไปเฉยๆ  ฮยอกแจร้องขึ้นมาทันที  เรียววุครีบกระโดดลงจากรถตามลงไปเพราะคงสะดวกกว่าพี่ชายที่นั่งหน้าพวงมาลัย  แต่ดงเฮกลับหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วดังเคย

 

 

 

"หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้  จะเอาไง!"  เรียววุคเปิดประตูเข้ามานั่งข้างคนขับที่มาจอดรออยู่ถัดจากไฟแดงที่เกิดเรื่องเมื่อครู่  หลังจากไปวิ่งตามหาพี่ชายอยู่พักใหญ่

 

"โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้"  ฮยอกแจทำหน้าไม่ถูก  แต่ก็รีบตัดสินใจออกมา  "ไปรอที่โรงพยาบาล  ดงเฮคงไม่ไปไหนไกลหรอก...มั๊ง??"

 

"ถ้าพ่อรู้ขึ้นมา  มีหวัง  ตายหมู่"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"กินแต่กาแฟดำจนตัวดำ  เกิดมาไม่เคยเห็นหมอคนไหนดูแลสุขภาพได้ห่วยแตกเท่าแกเลย"  ฮีชอลกระแทกเหยือกกาแฟลงบนเคาน์เตอร์พลางบ่นน้องชายห่างๆผู้มีอายุไล่เลี่ยกันที่ร้องขอเติมกาแฟดำรสขมไม่ใส่น้ำตาลมารอบที่ 4  "นี่แกกะจะถ่างตาอ่านหนังสือไปถึงอาทิตย์หน้าเลยใช่มั๊ย"

 

คิบอมเหลือบขึ้นมองฮีชอลด้วยสีหน้าเรียบเฉย  "อายุเท่าไหร่"

 

พี่ชายทำหน้างุนงงเพราะว่าคิบอมก็รู้ดีว่าพวกเขาอายุเท่ากัน

 

"บ่นเป็นตาแก่อยู่ได้"

 

ฮีชอลแยกเขี้ยวอย่างหงุดหงิด  นอกจากจะพูดจากวนแล้ว ไอ้สีหน้ายียวนนี่มันยังน่าเหยียบนัก  ร่างผอมสูงลุกขึ้นเดินออกจากเคาน์เตอร์  ตรงเข้ามาหาอีกฝ่ายที่ทำไม่สนใจ  ฮีชอลคว้าแก้วกาแฟที่ยังมีควันลอยบางๆคืนไปยังเคาน์เตอร์

 

"ไปอ่านที่อื่นเลยไป  ไอ้คิบอมปากเสีย  ไม่ให้นั่งแล้วโว๊ย!!"

 

คิบอมมองด้วยสายตาหน่ายๆ  ถึงกาแฟของตนจะถูกริบ  แต่เขากลับไม่มีทีท่าจะลุก

 

"บอกให้ไปอ่านที่อื่น!!"  ฮีชอลยื่นคำขาด  คว้าหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนาที่ถูกกางเต็มโต๊ะหลายเล่มขึ้นมาทำท่าจะโยน  เป็นผลให้ร่างสูงรีบลุกขึ้นยืน

 

"ทำเป็นงกไปได้  อย่างงี้ไม่ใช่ตาแก่แล้ว  ยายแก่มากกว่า"

 

"ไอ้ปากหมา!!!!"  ฮีชอลตะโกนลั่นร้าน  ดีที่ลูกค้าน้อยเป็นปกติในวันที่ฝนตก  มิเช่นนั้นเจ้าของร้านยอดนิยมคงถูกปรับตกอันดับไปแล้ว 

 

 

ยังไม่ทันที่คิบอมจะแสดงอาการตามที่เจ้าของร้านคนสวยพูด  ฮีชอลก็หันไปเห็นลูกค้าขาประจำร่างเล็กที่เดินลงมาจากชั้นบนเสียก่อน

 

 

"ดงเฮ!  ฝนตกแล้ว  เอาร่มไปด้วย"

 

คิบอมมองตามสายตาของฮีชอลทันทีที่ได้ยินชื่อชื่อนั้น  เมื่อพบกับเจ้าของชื่อ  เขาก็สบตามองดงเฮที่จ้องมองมาไม่กระพริบเช่นกันโดยเมินคำพูดของฮีชอลที่ยังหันมาสรรเสริญเขาต่อไปไม่จบ  เหมือนดงเฮจะตกใจอยู่ลึกๆที่เจอกับเขา  จนแทบไม่ได้ใส่ใจความหมายของสิ่งที่ฮีชอลพูดกับตนเองเมื่อครู่  ร่างเล็กจึงขยับเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดจะหยิบร่มติดไปตามที่ได้รับคำแนะนำ

 

คิบอมทำหน้ายุ่งๆเมื่อเห็นเด็กอวดดีในสายตาของเขาเดินตากฝนพรำออกไป  มือใหญ่รีบรวบหนังสือจากฮีชอลมายัดลงกระเป๋าสะพายบ่า  ถือวิสาสะหยิบร่มของร้านที่ฮีชอลไม่ได้เชิญติดมือตามออกไปด้วยความเร่งรีบ

 

เสียงกระพรวนตรงประตูหน้าร้านดังกังวานตัดเสียงสายฝน  ฮีชอลอ้าปากด่าค้างแล้วส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาที่ชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นน้องของเขาไม่คิดจะเอ่ยร่ำลาสักคำ

 

"พอเป็นดงเฮล่ะก็  รีบแล่นไปเชียว  ไอ้หมาปากแข็ง"

 

 

 

 

 

 

"ดงเฮ...  ลี ดงเฮ!" 

 

ชายหนุ่มต้องเรียกด้วยน้ำเสียงดังขึ้นเมื่อร่างเล็กไม่คิดจะหยุด  คิบอมแน่ใจว่าดงเฮได้ยินเสียงเรียกชัดเจนแต่ไม่ยอมหันมา

 

ชายคาหน้าร้านที่ต่อกันเรียงราย  กว้างพอจะเป็นกำบังหลบละอองฝนโปรยปรายที่เทหนักขึ้นทุกที  ทั้งที่ก่อนหน้านี่มันเบาบางลงมากจนดงเฮตัดสินใจออกจากร้าน  เขาอยากจะวิ่งตัดไปยังอีกฝั่งเพื่อต่อรถไปโรงพยาบาล  แต่หากก้าวพ้นร้าน  ตัวเขาก็คงเปียกโชก  และนั่นก็คงหมายถึงการถูกจับได้ว่าแหกกฎกักบริเวณของดงมิน  แล้วยังไม่ดูแลตัวเองอีก

 

"ดงเฮ!"  แขนข้างที่มีรอยแผลถูกดึงเบาๆ  ร่างเล็กรู้อยู่แล้วว่าถูกตามมา  แต่เมื่อไม่มีทางจะหนี  เขาจึงไม่ยอมหันไปมองคุณหมอหนุ่ม  "คิดจะทำอะไร  ฝนตกขนาดนี้  ร่มก็ไม่ยอมเอามา"

 

ร่างสูงสังเกตว่าบริเวณแผลยังไม่เปียกด้วยหยดน้ำฝน  แต่อากาศชื้นเช่นนี้ก็จะทำให้เย็นเฉียบมากเข้าทุกที  ทั้งดงเฮก็ยังคงดื้อดึงอีก

 

"จะไปไหน"  คิบอมถาม  ดงเฮยืนนิ่งไม่เขยื้อน  เขาจึงต้องออกแรงดึงร่างบางให้หันมาหาตนเอง  คิ้วเข้มย่นด้วยความหงุดหงิดอยู่ลึกๆ  "ถามว่าจะไปไหน  ไม่ได้ยินหรือไง"

 

"นายจะมายุ่งอะไร"

 

 

รู้สึกเหมือนใบหน้ามันกระตุกขึ้นมาทันที  คิบอมออกแรงบีบแขนเล็กของดงเฮลากให้เข้ามาอยู่ในร่มสีดำสนิทที่เอามาจากร้าน  แต่สองคนในร่มช่างน่าอึดอัดทำให้ดงเฮถูกดึงให้เข้ามาชิดกับคิบอมโดยไม่อาจขัดขืน

 

ดงเฮทำหน้ายุ่งแต่ก็ไม่อาจดิ้นให้หลุดจากแรงของคิบอม  ร่างผอมบอบบางถูกลากตามคิบอมไปเรื่อยๆ  และดูเหมือนเขาจะไม่ยอมรับฟังอะไรจากดงเฮอีก

 

 

ระยะทางไปยังลานจอดไกลพอควร  ดงเฮยังจำได้ดี  วันแรกที่เจอคิบอมที่นี่ฝนก็ตกแบบนี้  และคิบอมก็ใจร้ายเช่นนี้ จากที่ลากแขน  กลับกลายเป็นถูกโอบเอวให้เข้าไปแนบชิดกับร่างหนา  ความร้อนจากร่างกายทำให้รู้สึกชัดเจนว่าสายฝนนั้นหนาวเย็นเพียงใด

 

 

คิบอมเปิดประตูรถแล้วดันตัวดงเฮเข้าไปนั่งด้านในอย่างทุลักทุเล  ไหนจะกังวลว่าร่มจะกันฝนให้ร่างเล็กได้หรือไม่  แต่ดูเหมือนคุณหนูวายร้ายของเขาจะไม่ยอมร่วมมือแต่โดยดีเสียด้วย  ดิ้นขลุกขลักเต็มที่ทั้งที่ริมฝีปากบางยังเหยียดตรงเม้มแน่นไม่เอ่ยร้องออกมาสักคำทั้งที่คิบอมไม่ได้อ่อนโยนด้วยเลย

 

"ลี ดงเฮ!"

 

คิบอมคำรามเสียงดังเพื่อปรามดงเฮ  สายตาเข้มดุให้ร่างบางต้องสะดุ้ง  แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น  ดงเฮขืนตัวออกจากรถ  คิบอมก็ดันกลับอย่างแรงให้แผ่นหลังบางกระแทกเบาะ  พร้อมกับจรดสัมผัสลงบนริมฝีปากบางยาวนานพอให้ร่างเล็กนิ่งเงียบ

 

ดงเฮตกใจจนไม่ได้ขยับเพราะไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะทำแบบนี้  พอคิบอมถอนใบหน้าออกมาห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น  แววตาวูบไหวของชายหนุ่มก็ทำให้ในใจของดงเฮรู้สึกโหวงเหวงไปหมด  เมื่อมือหนาแตะที่ข้างแก้มแผ่วเบา  คิบอมก็เอ่ยบางอย่างออกมา

 

"รู้ไหม  เพราะดงเฮดื้อแบบนี้พี่ถึงต้องรุนแรง  หัดทำตัวให้มันน่ารักเสียบ้าง!"

 

เสียงเย็นชาจบลง  คิบอมก็กระแทกประตูปิดเสียงดัง  ดงเฮเพิ่งรู้ว่าร่มที่หักพับในตอนยื้อยุดกันนั้นยู่ยี่อยู่บนพื้น  เสื้อเชิ้ตสีเข้มของคิบอมจึงเปียกโชก  ในตอนที่ร่างหนาเดินอ้อมมาฝั่งคนขับ  เขาจึงไม่เลือกที่จะงอแงหนีลงจากรถอีก  คิบอมเข้ามาในรถได้ก็เร่งเครื่องยนต์เสียงดังแล้วออกตัวด้วยความเร็วสูงสู่ท้องถนน

 

 

"จะไปไหน  จะไปส่ง"

 

คิบอมถามเบาๆ  แต่ดงเฮกลับไม่ตอบอะไร

 

ไม่ใช่ว่าหยิ่งอวดเก่งอย่างทุกที  แต่มันเหมือนกับพูดอะไรไม่ออก  สองมือวางอยู่บนตักด้วยไม่รู้ว่าจะขยับมันไปทางไหน  ใจมันรู้สึกสงบลงไม่ได้เหมือนทุกคราว 

 

คิบอมหันมามองตั้งท่าดุ  แต่พอเห็นท่าทางทำอะไรไม่ถูกของดงเฮ  เขาก็ชั่งใจคิดอยู่ภายใน

 

"ดงเฮ"  คิบอมเรียกเบาๆ  ตั้งสติขับรถในขณะที่ใจก็คิดทดถึงสิ่งที่ตนเองทำว่าอาจจะเป็นการรบกวนดงเฮ 

 

เมื่อไม่เห็นว่าดงเฮตอบสนองสิ่งใด  เขาจึงเอื้อมมือที่เคยทำให้ร่างเล็กต้องเจ็บไปจับข้อมือดงเฮเบาๆ  จนเมื่อดงเฮหันมามองตาเขานั่นแหละ  "อย่าดื้อสิดงเฮ  ตอบมา  จะกลับบ้านหรือเปล่า"

 

ดงเฮย่นคิ้วมองคิบอมอยู่นานกว่าจะหลบตาส่ายหน้าเบาๆ  คิบอมถอนใจแล้วหันไปมองถนนเบื้องหน้า  "ไม่กลับบ้านแล้วจะไปไหน"

 

ร่างเล็กดึงข้อมือตนเองออกจากมือของคิบอม  แต่ไม่พูดอะไรออกมา  คิบอมจึงเร่งความเร็วรถให้ถลาบนท้องถนน  และเอ่ยบางอย่างเบาๆ

 

"ถ้าไม่บอกก็ไปบ้านพี่แล้วกัน"

 

"โรงพยาบาล!"  ดงเฮเค้นเสียงแหบแห้งออกมา  พลันคิบอมได้ฟังก็ก็หักพวงมาลัยกลับรถเสียตรงนั้น  ในใจก็คิดว่าแค่เพียงตอบคำถามง่ายๆ  ดงเฮก็ทำหน้าอย่างกับจะตายเสียให้ได้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป ^ ^

(พักนี้สงวนคำพูด  แต่ยังรักรีดเดอร์ทุกคนเท่าเดิมนะจ๊ะ)

ขอบคุณคนอ่านทุกคน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ว ว้าว เริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้นแล้ว
เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น เี็ีีีร็วขึ้นด้วย
เสียจูบให้เฉยเลย ด๊องช้านนน แต่ก็ทำให้สงบลงได้นะ
รู้สึก ดงเเฮก็นิสัยคุยหนูเอาแต่ใจนิสนุงเหมือนกันน่า
แต่น่ารักอ่ะ อภัยให้ได้ โฮะๆๆๆๆๆ
อิบอมแกมีอดีตอะไรกับด๊องน้อยของช้านอ่า โคตะระอยากรู้เลยอ่า
แล้วแบบเรียกตัวเองว่า พี่ อุกรี๊ดดดด น่ารักเหอะให้ตาย
ดีใจมากมาต่อตอนนี้น่าค่ะ จะรอตอนต่อไปค่า

#1 By bee-nezaa on 2009-10-24 20:11

ชอบคุณชายคิมคิ อ่า
น่าร๊ากกกกกกค่า
อบอุ่น แต่แอบโหดจิ๊ดนึง
ตั้งหน้าตั้งตาตั้งใจ ติดตามจ้า cry

#2 By kabu (124.120.22.83) on 2009-10-24 22:38

บอมแอบโหดแต่ที่จริงใจดี
ทำไมอดีตของบอมลึกลับจังเลยน๊า
ทงเฮ ดูเด้ก ดื้อมากอ่ะ
สงสารวอนจัง

#3 By ninanani : DH on 2009-10-25 00:48

วี๊ดวิ้ว~~

บอมแทนตัวเองว่า พี่ น่ารักซะไม่มีอะ
หมวยไม่ต้องดื้อนักก็ได้ 555 >.<

แล้วจะติดตามนะคะ ^^
สงสัยคงต้องอ่านใหม่อีกรอบ เริ่มหลงๆเนื้อเรื่องแฮะ... ฮา แบบว่าอ่านคิเฮ หลายเรื่องเกิน

#4 By LittlE PuPPy on 2009-10-25 16:56

ตกลงจะได้ไปกันไหมโรงพยาบาลอ่ะ5555555555+

ชอบจริงๆไมบอมไม่จับจูบวะเลยล่ะอยากไม่พูดดีนักอิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#5 By 129 (122.154.22.254) on 2009-10-27 11:53

หุหุหุหุ

เขียนฟิกหนุกมากค่ะ

วันหลังเข้ามาอ่านใหม่

#6 By polaris on 2009-10-28 18:03

ด๊องน่ารักอ่ะ






อยากร้เงื่อรงำทั้งหมด

#7 By (112.142.22.161) on 2009-10-28 21:54

ดงเฮน่าร๊ากกกกกกก

หุหุหุหุนอกใจชายชิมบ้างม่ะเปงไรเนอะ

#8 By polaris on 2009-10-30 16:21