30DaysLater

30 Days Later..., My Lovely Kitten

[KiHae, KangTeuk ,... ]

 

Writer : ease supsnerv

 

 

ที่นี่ ฺBoy's Love นะคะ  ถ้าไม่ชอบกดปิดได้เลยค่า ^^;

 

 

คลิกอ่านตอนแรก!!

คลิกอ่าน ข้อที่ 1

คลิกอ่าน ข้อที่ 2

คลิกอ่าน ข้อที่ 3

คลิกอ่าน ข้อที่ 4

 

 

 

 

 

   

 

ข้อ 5  ขี้หวง

 

ลักษณะหนึ่งที่สำคัญของแมวที่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบก็คือ  ขี้หวง  ด้วยเพราะลักษณะที่สำคัญอื่นอาจอำพรางทำให้คนทั่วไปไม่นึกถึงนิสัยในข้อนี้  คือถ้าไม่อ้อน  แมวก็มักจะเมินไม่สนใจ  ดังนั้น  จึงรู้สึกคาดไม่ถึงว่าแมวนั้นก็ขี้หวง

 

นิสัยขี้หวงของแมว  จะแสดงออกกับผู้เลี้ยงที่คุ้นเคยและเป็นบุคคลที่แมวรู้สึกผูกพันธ์ใกล้ชิด  โดยแสดงออกมาต่างกันแล้วแต่ธรรมชาตินิสัยของแมวตัวนั้นๆ  บ้างก็อาจจะไล่ตบไล่ข่วนผู้เลี้ยงที่แสดงท่าทีสนใจสิ่งอื่นมากกว่า  บ้างก็ทำท่าทีเฉยเมยเพื่อเรียกร้องความสนใจ

 

 

 

 

 

คังอินนั่งตาขวางอยู่กลางโซฟาในห้องนั่งเล่น  สายตาดุที่ใครๆก็หวาดหวั่นยามมองเห็นเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดระเบิดขึ้นมาเมื่อไหร่  ไม่ว่าหน้าไหนก็รู้ว่าคังอินโมโหร้ายเพียงใด  และเรื่องอะไรบ้างที่จะทำให้คังอินโมโหได้มากขนาดที่จะระเบิดเอาได้

 

ยกเว้นคนคนหนึ่งที่ไม่เคยกลัว  แถมยังแสร้งทำกวนหน้าตาเฉยทั้งที่รู้ว่าตัวเองนั่นแหละที่เป็นชนวนระเบิดนั่น

 

 

"เป็นอะไร  หืมมม"

 

 

อิทึกเดินตรงเข้ามาถาม  สองมือเรียววางบนสองแก้มของคังอินเอียงไปเอียงมาหวังจะให้ดูน่ารัก  แต่กลับเปล่าเลย  คนถูกแหย่กลับยิ่งหน้าหงิกยิ่งกว่าเก่า

 

 

มือหนาของคังอินปัดมือของอิทึกให้พ้นหน้าของตนเอง  เสมองไปทางอื่น  แววตาวาวด้วยอารมณ์โกรธเคือง

 

"ไปให้พ้นเลยไป!!"

 

 

อิทึกยิ้มบาง  ไม่วายก้มหน้าลงมาใกล้ยั่วคนโกรธให้ยิ่งปะทุ

 

"ให้ไปจริงๆเหรอ"

 

คังอินหันหน้ามายังใบหน้าหวานที่ยังยิ้มยั่วไม่เกรงกลัว  ใบหน้าห่างกันเพียงแค่ไม่เท่าไหร่  จนปลายจมูกแตะสัมผัสผ่านแผ่วเบา

 

 

"กล้านักก็ไปเลยสิ"

 

 

อิทึกหัวเราะร่า  ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาข้างร่างหนา  คังอินทำท่ายุกยิกขยับหนี  แต่อิทึกก็เอนตัวพิงแนบร่างชิดไม่ใส่ใจ  จนอีกฝ่ายก็ได้แต่ถอนใจแรงๆแล้วทิ้งตัวหนักๆกับพนักโซฟาตังยาว

 

ใบหน้าเนียนซบอยู่บนหัวไหล่หนา  แขนเรียวข้างหนึ่งสอดแขนคังอินเอาไว้ดึงให้แนบเข้ากับร่างบาง 

 

"โกรธเหรอ"

 

"เลิกถามแบบนี้สักที  นายก็รู้อยู่ว่าฉันไม่ชอบ"

 

คังอินตอบรวดเร็วเรียกเสียงหัวเราะในลำคอของอิทึก

 

"ก็มันไม่มีอะไรแล้วจะคิดมากไปทำไม  แบบนี้นายคงต้องตามหึงฉันไปทั่วบริษัทหล่ะ"

 

 

"มันไม่สำคัญหรอกว่าใครที่นายไปยุ่งด้วยจะเยอะขนาดไหน  ปัญหาคือตัวนายที่ชอบยั่วนี่แหละ  รู้บ้างหรือเปล่าว่ามันทำให้ใครคนอื่นเขาคิดเกินเลยไปไหนต่อไหน"

 

 

"หมายความว่ากลัวคนอื่นจะมาหลงฉันว่างั้น"  เงยหน้าขึ้นมาสบตาคังอิน  คิ้วเข้มยังขมวดมุ่นเพราะอารมณ์ที่ยังไม่จางหาย

 

"แล้วมันน่ามั๊ย!"

 

 

"โทษฉันไม่ได้หรอกนะ  นายแหละผิด"  พูดจบ  ใบหน้าเนียนก็ก้มลงไปซบไหล่หนาต่อ  ไม่คิดจะปลอบโยนให้คังอินอารมณ์ดีมากขึ้น  เพราะยิ้มที่ตัวเขาเองระบายออกมานั้น  ก็ไม่ได้จริงใจเลยสักนิด

 

คังอินน่ะ...  ซื่อบื้อเสมอนั่นแหละ

 

 

 

 

 

 

 

"สนุกมากมั๊ย"

 

 

เสียงหวานใสของคนที่เดินเข้าห้องมาเงียบๆโดยปราศจากการอนุญาตของเจ้าของห้องที่ยังขลุกอยู่หน้าคอมพิวเตอร์  ดูละครออนไลน์เรื่องล่าสุดที่ตัวเองแสดงนำ

 

 

คิบอมสะดุ้งโหยง  มือไม้ขยับจับเม้าส์ปิดหน้าต่างเว็บแทบไม่ทัน

 

 

ดงเฮหรี่ตามอง

 

แน่ะ  มีร้อนตัวนะ

 

"ถามว่าสนุกมั๊ย"  ย้ำคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆกับแววตานิ่งๆ

 

ร่างสูงปั้นยิ้มแป้นตอบ  "สนุกสิ!!  สนุกม๊ากกกกก"

 

"อะไรสนุก  ละครน่ะเหรอ  ฉากไหนล่ะ"

 

เอ๊อะ!!!!  งานเข้า !!

 

"ก็รวมๆน่ะ  รวมๆก็สนุกดี"

 

พูดแถหาทางไปเรื่อย  มือใหญ่ก็ยกขึ้นอ้ากว้างเป็นคำเชิญชวนให้ร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด  หวังจะอ้อน

 

ดงเฮยังคงสีหน้าเรียบ  แต่ก็ขยับตัวเข้าใกล้จนทำให้อีกฝ่ายสามารถรั้งร่างของเขาลงนั่งตัก  แผ่นหลังเล็กแนบชิดกับอกแกร่งของคิบอม  รอยจูบแผ่วแสดงคำทักทายคลอเคลียที่ข้างแก้มใส  จนร่างเล็กเอี้ยวตัวหลบเพื่อจะสบตากับร่างสูงเต็มๆ 

 

"แล้วไอ้ฉากที่ดูก่อนปิดเมื่อกี๊นี่สนุกด้วยมั๊ย"

 

 

ว่าแล้ววววววววว  ว่าต้องเห็น!!!!

 

คิบอมหน้าเสียทันทีที่ได้ฟัง  ก็ไอ้ฉากก่อนปิดนี่เป็นเลิฟซีนของเขากับนางเอกแถวหน้าของเกาหลีเชียวนะ  จุ๊บ....นิดเดียวเอง  ก็มันตามบทนี่นา

 

"เหอะๆ  โกรธเหรอครับ"

 

 

ร่างบางไม่ตอบ  ซ้ำยังถามต่อ 

 

"ถ่ายกันนานไหมกว่าจะเทค"

 

"ก็นิดนึง"  ตอบเบาๆ  หลบสายตาไปทางอื่น  คิดโมโหในใจว่าทำไมต้องบังเอิญมาเจอตอนนี้เข้าด้วยนะ!!

 

"แล้วดูแล้วเป็นไง  คิดว่าตัวเองเล่นดีหรือเปล่า"  หน้าหวานเริ่มยิ้มน้อยๆที่มุมปากชวนให้คิบอมใจชื้น

 

"ก็ใช้ได้นะครับ  แต่...โอ๊ยยยย!!!!"

 

พลั่ก!!

ดงเฮเสยเข้าใต้คางตามระเบียบ  ยิ่งระยะห่างไม่ถึงหนึ่งศอกคงได้รับแรงส่งไปเต็มๆจนร่างสูงต้องลูบคางตัวเองป้อยๆ 

 

"ใช้ได้เหรอ  เห็นรีเพลย์ดูซ้ำแต่ไอ้ตรงฉากนี้ตั้งนานแล้วนะ!!!  อยากถ่ายแก้หรือไง!!!"

 

คิบอมส่ายหน้าหงึก  ใบหน้าหงอลงเหมือนลูกหมาหูตก  "เปล่านะ!!  ไม่ได้คิดแบบนั้นนะ"

 

ดงเฮกัดฟันอย่างหงุดหงิด  ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดหนี

 

"โหยยย  ดงเฮอย่าโกรธสิครับ!!  มันก็แค่งานนะ"

 

"ไม่ต้องมาพูดเลย  ทีฉันทำงานบ้าง  นายยังโกรธเลย  แล้วฉันจะโกรธเรื่องงานของนายบ้างไม่ได้หรือไง"

 

ลูกหมาหางตกพอได้ยินคำพูดแบบนี้ก็ยิ้มออกมาได้  "โกรธเหรอ  ไม่นะครับไม่เคยโกรธ"  แขนแกร่งกระชับกอดให้ดงเฮเข้ามาอยู่ใกล้มากกว่าเดิม  ไม่ยอมปล่อยให้ร่างเล็กพูดเถียงได้ทัน  "จะโกรธลงได้ยังไง  ดงเฮออกจะน่ารักขนาดนี้  ที่เห็นเรื่องซีวอนนั่นไม่ได้เรียกว่าโกรธ  เรียกว่าหึงตะหาก"

 

ใบหน้าเข้มยิ้มกว้างออกนอกหน้าจนดงเฮหมั่นไส้  อยากจะเสยเข้าอีกรอบแต่ก็ติดที่แขนแกร่งโอบรัดจนเขาดิ้นไม่หลุดนี่แหละ

 

"ดงเฮ  ก็หึงเหมือนกันใช่ม๊า"

 

ใบหน้าเนียนขึ้นสีได้อย่างรวดเร็ว  คิบอมยิ่งยกยิ้มยกใหญ่  เผลอปล่อยแขนให้หลวมลงมาหน่อย  ดงเฮก็ยืดตัวโหม่งหัวตัวเองใส่เหม่งของคิบอมเต็มแรง

 

"โอ๊ยยยยยย!!!!!!!!!!"

 

คิบอมปล่อยมือกุมหน้าผากตัวเองร้องโอดโอย  ดงเฮก็หลุดมือออกไปเสียแล้ว  ร่างเล็กลุกขึ้นยืนมองอยู่ตรงหน้า  ริมฝีปากบางเม้มแน่นแต่ดูช่างน่ารัก

 

"ไม่ได้หึง!!!  อย่ามาพูดคำนี้กับฉัน!!!"

 

คิบอมเงยหน้าขึ้นมอง  เผยหน้าผากที่มีรอยแดง  "ทำไมจะพูดไม่ได้  คนรักกันก็ต้องหึงกันมันผิดตรงไหน  หรือดงเฮไม่รักฉัน" 

 

เดี๋ยวนี้กล้าย้อนนนนนนนะ!!!!!

 

"ฉันรักคิบอมแต่ไม่ได้หึง!!!!!!!  ฉันหวง!!!!!!!!!!!!"

 

พูดจบก็ปึงปังออกจากห้องไป  ทิ้งคิบอมให้นั่งอ้าปากค้างงงกับคำพูดที่อีกฝ่ายทิ้งไว้

 

 

"ต่างกันมากเลยนะนั่น  น่ารักเกินไปแล้วดงเฮ"

 

 

 

 

 

 

หงุดหงิด...

 

คังอินไม่อาจละความรู้สึกแบบนี้ไปได้  ไม่เคยเลยที่มันจะหายไปอย่างรวดเร็วเหมือนเช่นรอยยิ้มหรือความสุข  ความทุกข์มักฝังติดเป็นรอยในใจได้ยืนยาวกว่านัก

 

อยากจะไม่คิด  แต่ก็ทำไม่ได้  อยากจะไม่สนใจ  แต่ก็ทำไม่ลง 

 

ดวงตาของเขาคงถูกมนตร์ของนางฟ้าสาปให้ต้องจ้องมองที่ปีกสีขาวนั่นไปตลอดกาล  แม้ว่าเจ้าของปีกคู่นั้นจะทำร้ายหัวใจเขาขนาดไหนก็ตามที

 

 

อยู่กับใครคนอื่น  กอดใครเอาไว้  มอบยิ้มหวานนั่นให้ไปทั่วทั้งที่เคยพูดว่ามันเป็นของฉันคนเดียว  กุมมือใครเอาไว้ทั้งที่ไม่ใช่ฉัน  สัมผัสบนริมฝีปากนั่นนายเผลอใจให้ใคร

 

ฉันไม่เคยพูดว่าตัวเองเป็นคนดี  ไม่เคยบอกว่าตัวเองอ่อนโยน  ตอนนี้ถึงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าทุกวินาทีที่ความโกรธนี้กินไปทั่วความคิดอันไร้สติ  ฉันก็พร้อมจะขยี้ปีกของนายให้แหลกเหลว  ทำให้นายสลายเป็นผุยผงในมือ  เพียงเพื่อจะกักขังนายเอาไว้ในหัวใจของฉันตลอดกาล

 

จะเกลียดกันก็ได้นะ  แต่คงรู้ใช่ไหม  ภายใต้รอยยิ้มเคลือบหนานั่น  มีเพียงฉันคนนี้เท่านั้นที่จะหยุดน้ำตาของนายเอาไว้ได้

 

มีแต่ฉันเท่านั้นที่จะมอบความรักให้สุดหัวใจ  แม้นายจะไม่อาจแบ่งความห่วงใยคืนมาให้ฉันแค่เพียงครึ่งที่ได้รับไป

 

 

 

 

 

 

 

 

อิทึกลอบมองแผ่นหลังของคังอินที่นั่งค้อมตัวน้อยๆ  ไหล่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หนักหน่วงเพราะความคิดสาหัสกำลังเล่นงาน  ไม่ได้รู้สึกโกรธร่างหนาสักนิด  ตรงกันข้าม  เขายิ้มออกมาได้ด้วยซ้ำ

 

ใบหน้าหวานระบายยิ้มบางๆ  แต่แววตานั่นก็แฝงความฉลาดรู้ว่าเวลานี้นั้นไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเข้าไปแทรกแซงความคิดให้ตัวเขาต้องถูกขยี้เล่น 

 

ใช่  เขารู้ดี  ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุชนวนแห่งความโกรธ  รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป  และรู้แก่ใจว่าตัวเองกำลังจงใจจะให้มันเกิดขึ้น

 

 

อย่าได้หลงเข้าใจผิดว่าฉันกำลังยิ้ม  คิดว่าฉันมีความสุข

 

 

 

 

 

ปึง!!

 

เสียงฝีเท้าลงส้นหนักๆเดินตรงเข้ามา  อิทึกจึงค่อยปิดประตูห้องของคังอินลงแผ่วเบาและหันไปพบกับใบหน้าหวานที่บัดนี้งอง้ำเหลือประมาณ

 

"เป็นอะไรไปอีกหะ"  อิทึกยิ้มทักเมื่ออีกคนเข้ามาใกล้  ลืมเรื่องของคนที่อยู๋ในห้องไปในชั่วเสี้ยววินาที

 

ดงเฮเดินปึงปังมาหยุดอยู่ตรงหน้า  ทำแก้มป่องหงุดหงิด  "อารมณ์ไม่ดี!!!"

 

"ลูกหมาลูกแมวทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ"

 

"ไม่ได้ทะเลาะ!!  แค่เคืองนิดหน่อย!!"

 

แหวตอบเสียงดัง

 

แต่อาจจะดังไป  เพราะหมีเจ้าของห้องที่ดงเฮและอิทึกมายืนคุยกันนั้นเปิดประตูผลัวะออกมา  บานประตูฟาดโดนดงเฮงายเงิบกระเด็นไปทางหนึ่ง

 

"หนวกหูโว๊ยยย!!!  ไปคุยกันที่อื่น!!!"  คังอินตะคอกใส่หน้าอิทึก  กำลังจะปิดประตุกลับ  แต่ดงเฮที่ถลากลับมาในจุดยืนเดิมก็รั้งประตูเอาไว้ได้ทัน

 

มือเรียวคว้าบานประตูก่อนที่จะปิดลง  คังอินหันตาขวางกลับมาดูหน้าคนที่คิดรั้ง  แต่ก็เห็นแค่ร่างบอบบางของดงเฮที่ก้มหน้าลง

 

"ปล่อย!"  มือหนาออกแรงยื้อยุดตะเบ็งเสียงไม่หยุด  แต่ดงเฮก็ไม่คิดจะปล่อย  ใบหน้าเนียนค่อยเงยขึ้นช้าๆ

 

 

"ให้คนอื่นเงียบน่ะ  ตัวเองทำไมไม่เงียบปากไปบ้างหะ"  ถามเสียงเย็น  แต่คังอินคนได้ฟังกลับร้อนรุ่ม

 

"แก...จะเอาเหรอ..."  ถามสั้นๆแบบไม่รอคำตอบเพราะมือหนายกขึ้นจะกระชากคอเสื้อร่างเล็ก  แต่ดงเฮก็ออกแรงสู้ไม่ลดละ  ทั้งทุบต่อยสะเปะสะปะมั่วไปหมด

 

อิทึกที่อยู่ในเหตุการณ์ก็แค่มองตาม  กอดอกขึ้นมาโดยไม่รู้จะเริ่มห้ามยังไง

 

"หาเรื่องนักใช่มั๊ย  นายลองดีกับฉันเรอะ!!!"

 

คังอินแผดเสียงดัง

 

ตามมาด้วย...

 

 

 

 

"ฮึก...ฮึก..."

 

 

 

 

และ

 

"ดงเฮ!!!  ร้องไห้ทำไม!!" 

 

คิบอมได้ยินเสียงตะโกนของคังอินจึงรีบเปิดประตูออกมา  ภาพที่เห็นเป็นสุดที่รักปานดวงใจของเขากำลังถูกหมีใหญ่อย่างคังอินซ้อม!!!  และดงเฮก็กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารที่สุด!!

 

ใบหน้าเข้มแสดงความโกรธออกมาทันที  เขาตรงเข้ามาผลักคังอินออกจากดงเฮแล้วดึงร่างบางมากอดเอาไว้  อิทึกเลิกตาโตขึ้นมองอย่างสนใจ

 

"นายทำอะไรดงเฮ!!  ทำแบบนี้ได้ยังไง!!"

 

แขนหนากอดปกป้อง  รวมทั้งคำพูดของคิบอม  ควรจะสร้างความดีใจใช่ไหม  แต่ไม่...

 

ดงเฮผลักคิบอมกระเด็น 

 

"นายไปเลย!!!  ไปให้พ้นเลย!!!" 

 

เท่านั้นไม่พอ  ยังหันไปกอดคังอินเสียอีก!!  ทั้งที่คังอินทำให้ร้องไห้แท้ๆ!!

 

"ดงเฮ~!!" 

 

คิบอมเรียกด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ  มองตามคนรักของตัวเองร้องไห้กอดคังอินแน่น  ซึ่งตอนนี้  ร่างหนาก็ยกแขนขึ้นลูบหลังร่างบางเพื่อปลอบโยน  คังอินหลบแววตาแดงก่ำมองไปทางอื่น

 

คิบอมไม่เข้าใจสักนิด  เขามองดงเฮสลับกับมองหน้าอิทึกเพื่อขอคำอธิบาย

 

แต่ใบหน้าของอิทึกก็แค่ยกยิ้มที่มุมปากน้อยๆเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คิบอมเดินตามอิทึกที่กอดไหล่ลากเขาออกมาจากจุดนั้นด้วยความรู้สึกสงสัยอย่างที่สุด  หลังจากที่คังอินกอดดงเฮลากเข้าห้องปิดประตูใส่หน้าเข้าให้ 

 

"นี่มันเรื่องอะไรกัน!!"  คิบอมถามขึ้นมา  สะบัดตัวหลุดจากแขนของอิทึก

 

"ใจเย็น" 

 

อิทึกยังคงยิ้มได้  ยกมือสองข้างเป็นการต้านไม่ให้คิบอมโกรธมากไปกว่านี้

 

คิบอมสูดหายใจเข้าลึก  พยายามคงอารมณ์ให้เป็นปกติ  ไอ้เรื่องละครเมื่อกี๊มันก็อาจมีส่วนทำให้ดงเฮร้องไห้  แต่คิดไปคิดมามันก็ไม่น่า...

 

"ไม่ใช่ความผิดนายหรอก  ฉันเองนี่แหละที่ผิด  ขอโทษด้วยแล้วกันที่มันผิดแผนไปนิด"

 

"แผน!?  แผนบ้าอะไร  นี่คิดจะยั่วโมโหไอ้หมีนั่นเนี่ยนะ  แล้วป่านนี้ดงเฮไม่แหลกไปแล้วเรอะ"

 

"ไม่หรอก  ดงเฮน่ารัก  ใครๆก็เอ็นดู"

 

"พูดแบบนี้ฉันควรจะวางใจเหรอ!!"

 

เกิดคังอินเอ็นดูลูกแมวเขาขึ้นมาจะว่าไงล่ะหะ!!

 

อิทึกตบบ่าคิบอมเบาๆ  "เอาน่าๆ  คังอินคงไม่ทำอะไรดงเฮหรอก...มั๊ง"  พูดยิ้มๆ

 

คิบอมไม่อาจจะวางใจได้  เขาคิดมาก  แล้วยิ่งนานที่ดงเฮอยู่ในห้องนั้น  เขาก็ยิ่งคิดไปกันใหญ่

 

"ไม่ไหวแล้ว  ฉันจะไปพาดงเฮออกมา"

 

คิบอมหันหลังเดินกลับไปยังห้องของคังอิน  อิทึกจึงต้องรีบรั้งเอาไว้  "เฮ้ย!!  อย่า!!"

 

"ปล่อยฉัน!!"

 

"ไม่ได้!!  นายอย่าวู่วามสิ  ดงเฮกำลังร้องไห้  นายก็ให้เวลาเขาหน่อย"

 

"ก็ไปร้องไห้คนเดียวอะไรไปสิ!!  จะไปขลุกอยู่กับคังอินทำไม!!  นายเองก็เหมือนกัน  ไม่กลัวคังอินจะนอกใจทำอะไรดงเฮบ้างหรือไง!!  ยิ่งใจง่ายถึงตัวคนอื่นเขาไปทั่ว"

 

 

คำพูดเพื่อจะหาข้ออ้างในการแสดงความหึงหวงของคิบอมแทงลงกลางใจของอิทึกอย่างรุนแรง

 

อิทึกผู้เข้มแข็ง  ไม่เคยอ่อนแอ

 

อิทึกผู้เชื่อมั่นในรัก  ไม่เคยหวั่นไหว  ไม่เคยกลัว

 

 

ไม่จริงสักนิด

 

 

 

 

อิทึกยอมปล่อยมืออกจากคิบอมง่ายดาย  จนใบหน้าเข้มยังแปลกใจจึงหันมามอง  แววตาที่ซ่อนความผิดปกติเอาไว้ทำให้คิบอมรู้สึกแห้งผากในลำคอขึ้นมา

 

ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะนึกถึงความอ่อนแอของผู้ชายคนนี้ได้

 

แต่เวลานี้  เขากำลังเผชิญกับสิ่งนั้น

 

รักทำให้คนเข้มแข็ง  แต่ตรงกันข้าม  รักก็ทำให้คนอ่อนแอ

 

 

"ถามจริงๆเถอะ  เกิดอะไรขึ้นระหว่างนายกับคังอิน"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จนท้ายที่สุด  ท่าทางอ่อนแอของอิทึกก็ทำให้คิบอมหักห้ามใจได้สำเร็จ  ยอมทำใจเชื่อว่าคังอินนั้นจะไม่เกิดบ้าทำอะไรดงเฮเข้า  แต่ลึกๆใจมันก็หวิวไม่หาย

 

ระเบียงนอกห้องถูกใช้เป็นที่พูดคุยกันตามที่คิบอมดึงดันจะตามอิทึกเข้ามาให้ได้  หลังจากที่ยื้อยุดกันตรงทางเดินและคิบอมพูดบางอย่างออกไป  อิทึกก็เดินหนีมาที่นี่

 

ใบหน้านิ่งๆของคนที่ได้ชื่อว่าหัวหน้าวงดูดีในแบบของผู้ชายที่แฝงความสวยงามของหญิงสาว  แต่แววตานั้นกลับฉายความหวั่นไหวบางอย่างชัดเจนจนเกินไปจนคิบอมกลัว  ไม่เคยเลยที่เขาจะได้เห็นด้านที่อ่อนแอของอิทึก'ง่ายๆ

 

 

"นายว่าฉันเป็นคนเข้มแข็งหรือเปล่า"

 

 

อยู่ๆอิทึกก็เอ่ยขึ้นมา  เหมือนกับรู้ว่าคิบอมกำลังคิดอะไรอยู่

 

ใบหน้าเข้มมองตามแนวสายตาของอิทึกที่ทอดยาวไปยังท้องฟ้าไกล

 

"ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ"  คิบอมตอบเบาๆ

 

 

"ใช่  ฉันก็คิดว่าตัวเองเข้มแข็ง  แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม  บางครั้งฉันก็อ่อนแอเหลือเกิน"

 

 

สายลมพัดผ่านผิวให้สะท้าน  คล้ายอยากตอกย้ำอีกด้านของมนุษย์ที่แสดงความอ่อนไหวออกมา  คิบอมทำได้แค่เพียงนิ่งและฟัง

 

 

"แย่จริงๆเลย  ทั้งๆที่ฉันเป็นหัวหน้าแท้ๆ  ฮะฮะฮะ"  อิทึกหัวเราะออกมา  แต่มันก็ดูฝืนพิกลในสายตาของคิบอม

 

 

"นาย...จะอ่อนแอบ้างก็ไม่เป็นไรหรอก  อย่าเครียดขนาดนั้นสิ  ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่านายจะจริงจังขนาดนี้"

 

"จะบอกว่าฉันดูเล่นไปซะทุกงานหรือไง"  หันมายิ้มกว้างให้ร่างสูงที่รู้สึกงงงวยกับอารมณ์ที่ปรับขึ้นลงรวดเร็วจนตามไม่ทัน

 

 

"จริงๆแล้ว  ฉันก็เข้มแข็งจริงๆนั่นแหละ"

 

 

อิทึกพูดขึ้นแล้วก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง  คิบอมมองตามร่างผอมบางที่เปี่ยมไปด้วยพลังที่ไม่รู้จักหมดสิ้น

 

 

"คราวนี้  คงต้องยอมรับความผิดก้มหัวขอโทษหมอนั่นจริงๆซะแล้วหล่ะ  ขอโทษทีนะที่ทำให้ลูกแมวนายต้องมาติดร่างแหไปด้วย"

 

คิบอมลุกขึ้นยืนตาม  คิ้วขมวดเพราะไม่เข้าใจอยู่ดีว่าอิทึกกำลังบอกว่าอะไร

 

 

"ฉันไปทำตัวสนิทสนมกับคนอื่นมากเกินไป  จริงๆก็จงใจเลยหล่ะ  พอหมอนั่นไม่พอใจพูดขึ้นมาฉันก็ทำเมินต่อ  ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น"

 

 

 

อ่ออออออออออ

 

 

คิบอมได้ฟังก็นึกถึงคู่มือเลี้ยงแมวขึ้นมาทันที

 

"สรุปคังอินเป็นลูกแมวของนายเหรอเนี่ย"

 

 

อิทึกหัวเราะเบาๆ 

 

"ไม่ใช่หรอก  พูดกันแบบไม่ปิดบังก็คงต้องบอกว่า  ยังไงฉันก็เป็นลูกแมวของคังอินอยู่วันยันค่ำ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"เมื่อไหร่นายจะเลิกร้องไห้สักที" 

 

คังอินนอนเหยียดอยู่บนเตียง  ฟังเสียงสะอื้นที่พยายามหยุดเท่าไหร่ก็หยุดไม่อยู่ของดงเฮ  มือหนาลูบผมอย่างอ่อนโยนเพื่อจะปลอบให้ร่างเล็กดีขึ้น  แต่ตั้งนานแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แวว

 

ดงเฮนั่งอยู่ตรงพื้นข้างเตียง  กอดเข่าซุกหน้าตัวเองแน่นหวังจะเลิกร้องแต่ก็ทำดั่งใจไม่ได้

 

"อย่ากลั้นสิ!!  กลั้นแล้วเมื่อไหร่จะหยุดล่ะ  ร้องมาเลยให้เต็มที่  แล้วมันก็จะหยุดได้เองแหละ"

 

จบคำพูดของคังอิน  ดงเฮก็เงยหน้าปล่อยโฮออกมาไม่อายเจ้าของห้องที่แทบจะหนีไปที่อื่น

 

 

พักใหญ่  กว่าที่ดงเฮจะเริ่มแสดงอาการว่าดีขึ้น  รวมทั้งอารมณ์ของคังอินก็เช่นกันที่ผ่อนคลาย

 

เสียงสะอื้นค่อยเบาลง  มือเล็กปาดลวกๆที่ใบหน้าของตนเองเพื่อเช็ดคราบน้ำตา  ก่อนจะปีนขึ้นมานั่งบนเตียง

 

"เงียบได้สักทีนะ"  คังอินพูดขำๆ

 

ดงเฮหันมองใบหน้าเข้ม  แววตาที่แดงก่ำแสดงความเป็นห่วงชัดเจน  "แล้วนายล่ะ"

 

คังอินย่นคิ้ว  ตัวเองร้องไห้แท้ๆกลับมาถามถึงคนอื่นเขา

 

"ก็ดี"

 

"นายอย่าคิดมากนะ  อิทึกเขารักนาย  ที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขารักนาย"

 

คังอินเหมือนจะไม่เข้าใจในสิ่งที่คนตัวเล็กต้องการจะพูด  แต่อีกใจมันก็เหมือนจะรู้ว่าดงเฮกำลังหมายถึงอะไร

 

"พูดอะไร"

 

"จริงๆนะ"  ดงเฮทำท่าจะสะอื้นออกมาอีกครั้ง  "อิทึกเขาไม่ชอบที่นายไปอยุ่ใกล้ๆกับคนอื่น  เขาก็เลยประชดด้วยการทำแบบเดียวกัน!!  พวกนายถึงได้ทะเลาะกันอยู่แบบนี้ไง!!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คังอินเป็นผู้ชายขี้เล่นที่ไม่เคยคิดเกินเลยกับใคร  เขารู้ดีว่าหัวใจของเขาอยู่ที่ไหนและมั่นคงเพียงใด  ต่อให้แนบแน่นลึกซึ้งขนาดไหน  แต่มันไม่เคยเกินเลย

 

เขาคิดน้อยไปใช่ไหม...  คิดง่ายไปใช่หรือเปล่า...

 

 

นางฟ้าถึงได้เล่นตลกกับเขาแบบนี้

 

ไม่สิ  เวลาแบบนี้ต่างหาก  ที่นางฟ้ากำลังร้องไห้  แอบร้องไห้ไม่ให้ใครเห็น  ซ่อนน้ำตาเอาไว้

 

 

และเขาควรจะรู้ตัวใช่ไหม  ว่าคนคนเดียวที่นางฟ้าจะยอมเผยด้านอ่อนแอให้เห็น  คนคนเดียวที่จะเป็นพลังให้กับนางฟ้านั้น  ก็คือเขาเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อวาน  ซุปเปอร์จูเนียร์มีงานแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับศิลปินในค่ายและนอกค่ายมากมาย  เป็นรายการใหญ่ที่มีการมอบรางวัลเพลงฮิต  และแน่นอน  ความรู้จักสนิทสนมทำให้แต่ละคนก็เผลอไผลตัวเล่นหยอกล้อกันโดยที่ไม่ได้คิดอะไร

 

ดงเฮยิ้มกว้างไปทั่ว  กระโดดเกาะคนโน้นทีคนนี้ที  แต่ก็อยู่ในสายตาของคิบอมตลอด  คิบอมรู้ว่าดงเฮของเขานั้นน่ารัก  ใครๆก็เอ็นดู  แล้วยิ่งไอ้นิสัยใจดีเป็นมิตรกับทุกคนแบบนี้จึงถูกดึงไปโน่นไปนี่เป็นธรรมดา

 

โดยเฉพาะรุ่นพี่บางคน  และรุ่นน้องบางคน  แสดงตัวออกนอกหน้า  คิบอมก็ต้องทน!!

 

ก็คุยกันแล้วว่าจะเชื่อใจ  มีอะไรก็จะบอกกันตรงๆ

 

 

 

เมื่อได้จังหวะ  ดงเฮก็แผลวหลบมาอยู่ข้างอิทึกที่ยืนติดกับคิบอม  เนื่องจากสายตานิ่งๆของคิบอมนั่นแหละทำให้เขารู้สึกว่าควรจะเพลาลงบ้างก็คงดี  ร่างเล็กพยายามยืนนิ่งเลียนแบบหัวหน้าวงที่ใบหน้าเรียบเฉย

 

เห็นแล้วมันก็อดไม่ได้  ดงเฮจึงเอียงหน้าไปมาล้อเลียนอิทึกเสียเลย  แต่เขาก็แค่ยิ้มน้อยๆแล้วลูบหัวเท่านั้น  กลับกลายเป็นคิบอมที่ขำเสียนี่

 

ดงเฮไม่รู้ว่าเพราะอะไรหัวหน้าวงที่สุดแสนจะสดใสของเขาถึงได้ดูหมองผิดปกติ  เขาจึงลองไล่สายตาตามและพบว่าคังอินกำลังเล่นสนุกสนานอยู่กับรุ่นน้อง  ทั้งหนุ่มทั้งสาว  รอยยิ้มทะเล้นแจกทั่วพร้อมกับมือใหญ่ที่ถือโอกาสจับแก้มจับไหล่คนโน้นทีคนนี้หน

 

ร่างบางหันขวับกลับมามองที่อิทึก

 

"อิทึก~!" 

 

คนถูกเรียกยังคงเฉย  แขนเรียวสองข้างกอดอกไว้หลวมๆ  ดวงตามองตรงแต่เย็นเยือก

 

ดงเฮรู้จักสายตาแบบนี้ดี  แต่เขาพูดอะไรไม่ออก  ครั้นพอปากเริ่มขยับ  อิทึกก็กลับหันหลังหนีหายไปทางอื่น

 

 

 

 

 

 

เสียงหัวเราะชื่นมื่นของกกลุ่มนักร้องที่มารวมตัวกันยังคงดังไม่ขาดสาย  โดยเฉพาะในระหว่างที่รอนักร้องกลุ่มท้ายๆแสดงก่อนจะอัดเทปรวมศิลปิน  จึงยิ่งสนุกใหญ่เพราะไม่ต้องกังวลกับการจำบล็อกกิ้งบนเวที

 

ยิ่งวงสนทนาขนาดย่อมวงนี้ยิ่งแล้วใหญ่  เสน่ห์ความสดใสของอิทึกเรียกรวมผู้คนได้ไม่ยาก 

 

 

ดงเฮยืนหลบอยู่หลังคิบอม  หน้าผากแนบอยู่กับหลังกว้างของคิบอม

 

 

"เป็นอะไรเนี่ย  อ้อนอีกแล้วเหรอ"  คิบอมพูดออกมาเบาๆ  ลำพังเขาตอนนี้บังดงเฮเสียมิด

 

"คิบอม"  ดงเฮพูดเสียงอ่อน  "ไปห้ามอิทึกที"

 

"หืมมมม"

 

คิบอมเลิกคิ้วสงสัย  แต่ก็มองหาคนที่ดงเฮพูดถึงได้ไม่ยาก  เพราะเขาเฉิดฉายอยู่กลางกลุ่มที่ว่า  ที่สำคัญ  แกล้งจุ๊บคนโน้นคนนี้ไปทั่วไม่ไว้หน้าชายหญิง  ใครขอก็จัดให้  ใครเรียกร้องอะไรก็ได้ตามต้องการ

 

ร่างสูงไม่คิดแปลกใจเท่าไหร่  เพราะอิทึกก็เล่นเปลืองตัวประจำอยู่แล้ว  "ทำไมเหรอ"

 

ดงเฮส่ายหน้าพอให้คิบอมรู้ถึงแรงสั่นไหวที่หลัง  เขาไม่ได้ฉุกใจสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น

 

 

ไม่ได้เฉลียวใจว่าลูกแมวตัวหนึ่งกำลังถูกปล่อยทิ้งให้หลงทาง...

 

 

 

 

 

 

ข้อ 5  ขี้หวง

 

ลักษณะหนึ่งที่สำคัญของแมวที่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบก็คือ  ขี้หวง  ด้วยเพราะลักษณะที่สำคัญอื่นอาจอำพรางทำให้คนทั่วไปไม่นึกถึงนิสัยในข้อนี้  คือถ้าไม่อ้อน  แมวก็มักจะเมินไม่สนใจ  ดังนั้น  จึงรู้สึกคาดไม่ถึงว่าแมวนั้นก็ขี้อ้อน

 

นิสัยขี้หวงของแมว  จะแสดงออกกับผู้เลี้ยงที่คุ้นเคยและเป็นบุคคลที่แมวรู้สึกผูกพันธ์ใกล้ชิด  โดยแสดงออกมาต่างกันแล้วแต่ธรรมชาตินิสัยของแมวตัวนั้นๆ  บ้างก็อาจจะไล่ตบไล่ข่วนผู้เลี้ยงที่แสดงท่าทีสนใจสิ่งอื่นมากกว่า  บ้างก็ทำท่าทีเฉยเมยเพื่อเรียกร้องความสนใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คังอินลุกพรวดพราดออกจากห้อง  ดงเฮจึงลุกตามออกมาด้วย  ร่างหนาก้าวไม่เท่าไหร่ก็เปิดประตูห้องของอิทึกเข้าไป

 

ประตูเปิดออกจากด้านนอก  พร้อมกันกับที่ด้านในก็ได้รับแรงให้เปิดออกเช่นกัน  คังอินจึงเผชิญหน้ากับร่างผอมบางของอิทึก  ไม่รอช้า  เขาก้าวเข้าไปใกล้และกอดอิทึกแน่นเหมือนต้องการฝังร่างเล็กให้จมลงไปในตัวเขา

 

"เจ็บ!!" 

 

อิทึกร้องประท้วงเบาๆ  แต่กลับก้มใบหน้าซบอยู่บนบ่าหนาอย่างไม่นึกรังเกียจความรุนแรงที่กอดเร้าตนเอง

 

"ขอโทษ  ขอโทษที่ฉันคิดอะไรง่ายดาย   ขอโทษที่ไม่เคยเข้าใจ  ทั้งๆที่ฉันบอกว่าจะเป็นคนคุ้มครองนางฟ้าแท้ๆ  แต่ฉันกลับทำให้ต้องร้องไห้เสียเอง"

 

"ใครว่าฉันร้องไห้"

 

ตอบทั้งที่แผ่นหลังนั้นสะท้านแผ่วเบา  น้ำเสียงขาดห้วงชวนใจหาย

 

"มีแต่ฉันเท่านั้นที่รู้ว่านายกำลังคิดอะไร  แต่ฉันก็พลาด  ทุกอย่างคือความผิดของฉันคนเดียว"

 

 

 

ไม่ใช่รักที่ต่างมอบให้กันและกันด้วยคำพูดง่ายดาย

 

มันหนักหนากว่านั้นมาก  สำหรับคนที่ริจะรักนางฟ้าผู้ที่มีชีวิตอยู่เป็นกำลังให้กับคนอื่น

 

ความเข้าใจ  ความรัก  ความห่วงหา  อย่าได้คิดหวัง

 

คนแข็งแกร่งอย่างคังอินที่หวังปกป้องอิทึก  ทำได้แค่เพียงมอบให้เท่านั้น 

 

มอบความรักให้มาก  ห่วงใยจนสุดชีวิต  และยอมรับทุกอย่างโดยไร้เงื่อนไขโดยไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจ

 

ความแข็งแกร่งที่ มีเพื่อปกป้องด้านที่อ่อนแอที่สุดของอิทึกเท่านั้น

 

 

"ฉันจะปกป้องนาย  เป็นที่พักพิงให้  ความรักและหัวใจของฉันจะมีให้นายคนเดียวเท่านั้น"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความรักทำให้อ่อนแอ  ไม่เป็นตัวเอง  แต่ก็ไม่รู้วิธีจะหยุด

 

 

รักแล้วไม่เคยพอ  คาดหวังจะเป็นเพียงหนึ่งเดียวเสมอ

 

 

แม้จะทำให้มั่นใจเท่าไหร่  จะบอกอีกกี่ครั้ง

 

 

เพราะหัวใจมันอ่อนแอเกินกว่าจะหลับตาแล้วคิดไปเองได้ว่าเธอจับมือฉันเอาไว้ตลอด

 

 

ฉันเอาแต่ใจ...เคยรู้บ้างไหม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดงเฮยืนอยู่ตรงนอกห้อง  อยากจะยิ้ม  แต่น้ำตามันกลับไหลออกมาไม่หยุด

 

เขารู้จักอิทึก  คนเข้มแข็งที่แสนอ่อนแอ  คนที่พูดว่าเสียสละ  แต่ใจกลับต้องการอย่างไม่รู้จักพอ  คนที่มีความรักให้อย่างเต็มเปี่ยม  แต่กลับเรียกร้องไม่จบสิ้น

 

 

เป็นเหมือนกระจกที่ส่องสะท้อนตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า

 

 

ต่างกันที่อิทึกและคังอินมีวิธีเรียกร้องโดยไม่พูดจากัน  วันใดที่เกิดบาดหมางก็เจ็บมากเท่านั้น

 

แต่ดงเฮและคิบอม  เรียนรู้มาแล้วว่าความไม่เข้าใจนั้นส่งผลร้ายเพียงใด  สิ่งสำคัญที่ทั้งสองมีต่างออกไปคือความตรงไปตรงมา

 

 

 

คิบอมเมื่อเดินตามออกมาและเห็นอิทึกอยู่ในอ้อมกอดของคังอินแล้วก็โล่งอก  แต่แววตาของเขาก็มองเห็นดงเฮอยู่ทางด้านนอกห้องได้ไม่ยาก  ยิ่งมือเล็กยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นยิ่งทำให้เขาเร่งออกจากห้องเพื่อจะเข้าไปกอดร่างเล็กเอาไว้

 

 

‘ให้ตาย  ปล่อยไว้ไม่ได้จริงๆเลยสิน่า'

 

 

ดงเฮถูกคิบอมดึงเข้าไปกอดเอาไว้แน่น  กอดอบอุ่นที่ทำให้เขาร้องไห้หนักกว่าเก่า  แต่หัวใจกลับยินดีอย่างประหลาด

 

"ร้องไห้อีกแล้ว!!  ฉันขอโทษ  ต่อไปนี้จะไม่เล่นละครที่มีเลิฟซีนแล้ว"

 

คิบอมพูดรวดเร็วด้วยความโมโหตัวเอง  ก่อนจะผละตัวออกมาเพื่อปิดประตูห้องอิทึกแล้วประคองดงเฮที่ยังสะอื้นไม่หายตรงไปยังห้องของตัวเอง

 

 

ร่างเล็กถูกพาเข้าไปในห้องอย่างง่ายดาย  เพียงแค่ประตูปิดลง  ดงเฮก็ถูกร่างหนาของคิบอมกอดเอาไว้แน่นแทบหายใจไม่ออกอีกครั้ง

 

 

"ดงเฮ  อย่าร้องไห้เลยครับ  เรื่องละครอะไรนั่นมันไม่มีอะไรจริงๆ"

 

 

ร่างในอ้อมแขนส่ายไปมาเบาๆ

 

"ไม่ได้ร้องไห้เรื่องนี้สักหน่อย!!"

 

 

"อ้าววววว"  คิบอมผ่อนแรงแขนเพื่อปล่อยให้ร่างเล็กได้สบตากับเขาได้

 

"แล้วร้องเรื่องอะไรล่ะครับ"

 

 

"เรื่องอิทึกกับคังอิน  คิบอมน่ะไม่รู้เรื่อง!!"

 

 

คิบอมรู้สึกตัวเองเสียหน้านิดหน่อย  แต่ก็ยังพยายามลูบหัวปลอบใจร่างเล็ก  มือหนาค่อยเช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มใสทั้งสองข้าง  ก่อนจะกดจูบด้วยความรักใคร่ลงไป

 

"ใจหายแทบแย่นะ  นึกว่าโกรธเรื่องละครเสียอีก"

 

 

 

 

"คิบอมงี่เง่า!!!!" 

 

ก่อนที่ฝ่ามือเล็กจะฟาดเข้าที่ปลายคาง  ร่างสูงก็จับข้อมือเอาไว้ได้ก่อน  "ไม่เคยเชื่อใจกันเลยใช่ไหม  บอกแล้วนี่ว่ารู้สึกยังไงก็จะบอกตรงๆ  แล้วฉันก็บอกไปแล้วด้วยว่าแค่หวง!!!!"

 

 

อ่า.......  น่ารักชะมัด

 

 

คิบอมกอดร่างเล็กที่ดิ้นประท้วงขลุกขลักแน่นอีกครั้ง

 

 

"หวงเยอะๆนะ  ฉันจะได้หวงดงเฮเยอะๆเหมือนกัน"

 

 

 

มันสุขใจ  ก่อนหน้านี้  เขาเป็นคนพร่ำพูดเอาแต่ใจไปคนเดียว  แต่มาวันนี้  เมื่อดงเฮงอแงบ้าง  มันก็ช่างน่ารักจนอดใจแทบไม่ไหว

 

เวลาที่เขาตัดพ้อดงเฮ  ดงเฮจะเห็นเขาน่ารักบ้างหรือเปล่านะ

 

 

 

 

คิบอมพาร่างของดงเฮไปที่เตียง  ร่างเล็กก็ล้มตัวนอนกอดหมอนเพราะความเหน็ดเหนื่อย  คิบอมอยู่เคียงข้างไม่ห่างไปไหน  จับมือและกอดเอาไว้เช่นนั้น

 

จนเมื่อเสียงสะอื้นเบาลง  ดงเฮเงยหน้าขึ้นมองทั้งดวงตาแดงช้ำ

 

คิบอมกดจูบที่เปลือกตาสองข้างเบาๆ  ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเพื่อถามว่าดงเฮต้องการสิ่งใด

 

 

"ฉันหวงคิบอมนะ!!"

 

 

คิบอมหัวเราะ  "ครับ  รู้แล้ว  เหมือนกันนะ"  จูบเร็วๆที่ริมฝีปากบาง

 

 

"อิทึกน่ะ  อิทึก...  จริงๆแล้วเขาก็หวงคังอินมากเลย  คังอินก็เหมือนกัน  แต่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เคยบอกกัน  มันเศร้ามากเลยนะ  เวลาที่คิดไปเองว่าไม่รักกันแล้ว

 

 

ทำไมรักแล้วมันเจ็บหัวใจแบบนี้  รักแล้วก็เห็นแก่ตัว  อยากจะครอบครองเอาไว้ฝ่ายเดียว

 

 

ทั้งที่รักแท้ๆ  แต่กลับกลายเป็นการทำร้ายกันแบบนั้น

 

 

คิบอมเข้าใจไหม..."

 

 

 

"เข้าใจ  เข้าใจสิ"

 

 

ร่างสูงกอดดงเฮเอาไว้แนบแน่นขึ้น  เขาเข้าใจแล้วในบัดนี้ว่าทำไมดงเฮถึงได้ร้องไห้ 

 

เรื่องของอิทึกและคังอิน  ก็เปรียบเสมือนความรู้สึกที่เขาทั้งสองได้เคยข้ามผ่านมา  พอนึกย้อน  ก็อดหดหู่หัวใจที่เคยปล่อยให้รักทำลายตัวเอง 

 

ดงเฮจึงเศร้าเมื่อเห็นใครกำลังตกอยู่ในห้วงนั้น

 

 

 

เพราะแท้ที่จริงเรามีรักในหัวใจ  เรารักกัน  เหตุใดจึงไร้ความสุข

 

 

 

"ฉันรักคิบอม  แล้วฉันก็หวงคิบอมด้วย!!!  แต่จะไม่งี่เง่า  ไม่เอาแต่ใจ  ไม่เอารักมาทำร้ายกันอีก"

 

 

ร่างเล็กพูดไปก็กอดคิบอมแน่น  ทำเอาเขายิ้มแก้มแทบจะปริออกมา

 

 

"ดีใจนะเนี่ย  พูดแบบเนี้ย" 

 

คิบอมพูดพลางพลิกร่างตัวเองขึ้นมาคร่อมร่างเล็กเอาไว้  แนบหน้าผากแนบสนิททำให้รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่ผ่านเข้าออกเป็นจังหวะเดียวกัน

 

"ฉันก็รักดงเฮมาก  ต่อไปนี้จะดูแลปกป้องไม่ปล่อยให้จากไปไหนอีกเลย"  จูบที่หน้าผากของคิบอมทำเอาหัวใจของดงเฮเต้นตึกตัก  "แต่ไอ้ที่คิดมากแล้วก็ขี้หึงคงห้ามกันไม่ได้หรอกนะ  คงเหมือนกับที่ดงเฮหวงนั่นแหละ"

 

 

"สัญญาด้วย  ว่าต่อให้โกรธขนาดไหนก็จะไม่ปล่อยมือ  ไม่พูดว่าไม่รักกันเด็ดขาด"

 

 

"สัญญาด้วยจูบเลยเอ้า!!!"

 

 

ดงเฮเบ้หน้าแต่ก็ยอมให้คิบอมได้มอบสัมผัสลึกซึ้งเนิ่นนาน  จูบหอมหวานที่พาให้ความกังวลทั้งหมดมลายไป  เหลือแต่หัวใจที่แช่มชื่น

 

 

"น่ารักแบบนี้  เดี๋ยวจะอดใจไม่ไหวเอานะ"  พูดทั้งที่ริมฝีปากคลอเคลียใบหน้าเนียนไม่ห่าง  จูบซับไปทั่วพวงแก้มและเริ่มรุกเร้าที่ต้นคอขาว

 

 

"เดี๋ยวอิทึกก็เรียกอีก"

 

 

"ไม่เรียกแล้ว  ป่านนี้สองคนนั่นคงง้อกันยังไม่เสร็จ"

 

มือหนาไล่ปลดกระดุมเสื้อที่ละเม็ด  เผยผิวขาวให้เขาได้สัมผัสแผ่วด้วยความทะนุถนอม

 

 

"คิบอม!  เอาจริงเหรอ!" 

 

 

ดงเฮเอ่ยถามเสียงเบาหวิว  ทำให้คิบอมละจากผิวเนียนเงยขึ้นมองใบหน้าขาวที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ

 

 

 

 

"ก็แล้วต่าความรักจะพาไปแล้วกัน  ตกลงไหม"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบ!!!!!!!

 

โอ๊ยยยย  จบเสียที  เหนื่อยยยยม๊ากกกกก  เขียนตอนนี้  เขียนเท่าไหร่ก็ไม่จบ!!!

 

เอาหล่ะ  มาทอล์คกันหน่อยนะคะ  ^^  

จบลงไปแล้ว  ไรเตอร์พยายามอย่างมากที่จะให้ห้าข้อเป็นเสมือน 5 ช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง  รวมทั้งนำเสนอเรื่องความรักของคู่อื่นด้วย  จาก ข้อ 1  รักแบบลุ่มดอน  รวมทั้งคยูมินที่ก็เป็นเช่นนั้น  ข้อ 2 เป็นรักแบบง้องอน  มาแบบฮันชอล  ข้อ 3 รักแบบไม่เข้าใจ  ก่อให้เกิดจุดพลิกผัน  ร่วมฟีทเจอริ่งกับวอนฮยอก  (แอบชอบคู่นี้จัง 55+)  ข้อ 4 รักแบบหลังคืนดี  มาเจอกับรักไม่สมหวังของเยเรียว!  และข้อ 5  รักของคนที่มีความรักแบบมั่นคงจริงจัง  พบกับคังทึก

 รู้สึกเหมือนปวดไหล่มากกกกก  โฮ  เขียนตั้งกะ 9 โมงเช้า  (อู้งานมาเขียน)  เสร็จเอาตอนเนี้ย!!

 

ไม่มีใดๆทั้งสิ้นต่อจากนี้  ขอบ๊ายบายให้กับ 30 days ทั้งสองเรื่อง  วี้ฮิ้วววววว

แต่ว่านะ  ไรเตอร์ว่าด๊องเรื่องนี้มันขี้แยเกิ๊นนนน  5555+

 

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคน!!!  รักจะ จุ๊บบบบบบบ

 

ต่อจากนี้ก็ วันเลิฟ โก โก !!!!!

ปกติแล้ว  ไรเตอร์ไม่ได้แต่งฟิคนั่งยิ้มนะเออ  ออกจะอารมณ์น้ำตาท่วมซะมาก  แต่วันเลิฟจะพยายามไม่ให้ท่วมมากนัก  ติดตามอ่านกันด้วยนะทุกคน!!!!